100 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

100 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น

โตเกียว(Toyko) เป็นมหานครเมืองหลวงของญี่ปุ่นและยังเป็นเมืองที่รวมสถานที่ท่องเทียวดังๆ ฮิตๆของญี่ปุ่นอยู่ที่นี่ด้วย เรื่องความทันสมัยคงไม่ต้องพูดถึง โดยเฉพาะระบบการขนส่งทางรางที่มีเครือข่ายกระจายครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ ทำให้การเดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆนั้นง่าย และสะดวกมากๆ และยังเป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง สวนสนุกดังๆ รวมถึงสถานที่ที่มีวิวสวยๆอีกมากมาย สำหรับใครที่กำลังมีโครงการไปเที่ยวโตเกียวญี่ปุ่น เราได้รวบรวม 100 สถานที่ยอดนิยมไว้ให้คุณแล้ว ซึ่งน่าจะพอเป็นไกด์ที่ดีในการเดินทางของคุณแน่นอน


 

หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

หอคอยโตเกียว (Tokyo Tower)

ใครมาเที่ยวโตเกียวญี่ปุ่นแล้วไม่ถ่ายรูปกับ Tokyo Tower ถือว่ายังมาไม่ถึงโตเกียวค่ะ เพราะนี่เป็นสถานที่ที่ยอดฮิตมากอันดับ 1 ถือว่าเป็นแลนด์มาร์กของมหานครโตเกียวเลยก็ว่าได้ค่ะ หอคอยแห่งนี้สูง 333 เมตร สร้างเลียนแบบมาจากหอไอเฟล (Eiffel Tower) ในปารีส (Paris) แต่สูงกว่าและเบากว่า เป็นหอคอยการสื่อสารของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้นยังเป็นจุดชมวิวยอดนิยมอีกด้วยค่ะ หอคอยแห่งนี้เปิดทำการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 มีจุดชมวิวที่ความสูง 2 ระดับ คือ จุดชมวิว 150 เมตร และจุดชมวิว 250 เมตร ในบริเวณชั้นที่ 1 มีส่วนของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ โอเชี่ยนเวิลด์ (Ocean World) ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง ชั้นที่ 4 เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะ (Art Gallery) และมีร้านค้า ร้านอาหารให้บริการอยู่บนหอคอยแห่งนี้ด้วย มีครบแบบนี้ชนะเลิศไปเลยค่ะ


 

back to menu ↑

สวนชินจูกุเงียวเอน(Shinjuku Gyoen)

สวนชินจูกุเงียวเอน(Shinjuku Gyoen)

ตั้งอยู่ภายในย่านชินจูกุ(Shinjuku) ถือว่าเป็นอีกจุดที่ต้องมาให้ได้ห้ามพลาดเด็ดขาดถ้ามาเยือน โตเกียว ที่สำคัญเดินทางมาง่ายมาก ๆ สามารถมาด้วยรถไฟได้สบาย ๆ เพราะไม่ไกลจากสถานีรถไฟชินจูกุ สวนชินจูกุเงียวเอนแห่งนี้นั้นนับว่าเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดของกรุงโตเกียวเลยนะคะ ความเก่าแก่ของที่นี่ก็ไม่ธรรมดาเนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงสมัยเอโดะราว ๆ ปี ค.ศ.1603-1867 และที่พลาดไม่ได้ที่สุดก็ช่วงสำคัญๆอย่างฤดูใบไม้ผลิที่ซากุระสะพรั่งมารวมไปถึงช่วงใบไม้ร่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-กลางเดือนธันวาคมก็จะได้ชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วย เรียกได้ว่าเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่งดงามอันดับต้น ๆ ของโตเกียวตลอดกาลเลยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

สนามม้าโตเกียว (Tokyo Racecourse)

สนามม้าโตเกียว (Tokyo Racecourse)

ไม่น่าเชื่อว่าสนามม้าจะติดอันดับ 3 นะคะแต่เชื่อเถอะค่ะว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ โหวตให้เป็นสถานที่ยอดฮิตจริง ๆ ที่ต้องบรรจุไว้ทุกโปรแกรมทัวร์ เมื่อพูดถึงสนามม้า ไม่ว่าจะยังไงก็คงต้องนึกถึงสถานที่ที่เหล่าผู้ใหญ่มารวมตัวกัน แต่ที่ Tokyo Racecourse แห่งนี้ไม่ใช่แบบนั้น ที่นี่เป็นสถานที่ให้ครอบครัวที่พาเด็กเล็กมาด้วยได้ หรือจะเป็นคู่รักหนุ่มสาวก็สามารถมานัดเดทที่นี่ได้อย่างเพลิดเพลินเลยค่ะ เพราะที่นี่มีสวนสาธารณะที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมายคล้ายสวนสนุกหรือโดมที่ภายในสามารถกระโดดหรือบินได้ นอกจากนี้ยังมีแม้กระทั่งมินิชินคันเซ็นวิ่งวนอีกด้วยนะคะ


 

back to menu ↑

ศาลเจ้าเมจิ(Meiji Jingu)

ศาลเจ้าเมจิ(Meiji Jingu)

ศาลเจ้าเมจิตั้งอยู่ใกล้กับสถานีฮาราจูกุ เป็นศาลเจ้าแบบชินโตขนาดใหญ่ ถูกสร้างเพื่ออุทิศให้กับจักรพรรดิเมจิและพระมเหสีโชเคง พื้นที่โดยส่วนใหญ่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เป็นร้อย ๆ ชนิด โดยที่ศาลเจ้าเมจินั้นตลอดทั้งปีมักจะมีการจัดงานพิธีต่างๆ มากมาย เช่น พิธีแต่งงาน ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก วิธีการสักการะที่ประตูโทริอิ ให้โค้งคำนับทั้งขาเข้าและขาออก 1 ครั้ง ที่บ่อน้ำเทมิซุยะ ใช้กระบวยตักน้ำล้างมือซ้ายก่อนตามด้วยมือขวา แล้วล้างปากด้วยมือซ้าย ล้างมือซ้ายอีกครั้ง ก่อนจะล้างกระบวย(เทน้ำที่เหลือให้ไหลลงมาตรงด้ามจับ) ที่อาคารศาลเจ้า โค้งคำนับ 2 ครั้ง ปรบมือ 2 ครั้ง อธิษฐานขอพรแล้วโค้งคำนับอีกครั้งหนึ่ง ถ้ามาเที่ยวที่ศาลเจ้าเมจิ อย่าลืมศึกษาวิธีสักการะให้ดีก่อนนะคะ จะได้ทำถูกต้องครบถ้วนค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงโตเกียว (Tokyo National Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติกรุงโตเกียว (Tokyo National Museum)

ตั้งอยู่ภายในสวนอุเอโนะ ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ทั้งขนาดใหญ่และเก่าแก่มากที่สุดในญี่ปุ่นเลยค่ะ แค่ตัวอาคารก็ดึงดูดสายตาด้วยการผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและญี่ปุ่นได้อย่างลงตัวมาก ๆ ภายในยังเต็มไปด้วยศิลปวัตถุและโบราณวัตถุสุดล้ำค่าที่มีทั้งจากญี่ปุ่นเองไปจนถึงทั่วทั้งทวีปเอเชียที่นำมาจัดแสดงมากถึง 110,000 ชิ้นเลยค่ะ สามารถแบ่งออกเป็นสมบัติประจำชาติญี่ปุ่น 87 ชิ้น และสมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญอีก 610 ชิ้น เรียกได้ว่ารวมเอาประวัติศาสตร์ที่น่าศึกษาของญี่ปุ่นมาไว้รวมกันในที่นี่ให้ได้เดินดูกันแบบจุใจ


 

back to menu ↑

 ทำเนียบรับรอง พระตำหนักอากาซากะ(Akasaka Palace State Guesthouse)

 ทำเนียบรับรอง พระตำหนักอากาซากะ(Akasaka Palace State Guesthouse)

พระตำหนักที่น่าประทับใจนี่ เป็น 1 ใน 2 ทำเนียบรับรองของรัฐบาลญี่ปุ่น พระตำหนักสร้างขึ้นในปี 1909 เป็นสถาปัตยกรรมยุโรปสไตล์นีโอบาโรกและยังมีความคล้ายคลึงกับพระราชวังบักกิงแฮมเลยค่ะ ออกแบบโดย โทกูมะ คาตายามะ เป็นลูกศิษย์ของสถาปนิกชาวอังกฤษ โจเซีย คอนดอร์ เขายังได้ออกแบบอาคารสาธารณะในเมืองมากมาย และกลายเป็นสัญลักษณ์ของศิลปะแบบตะวันตกในสมัยเมจิ ในอดีตทำเนียบรับรอง พระตำหนักอากาซากะ สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประทับของมกุฎราชกุมาร ปัจจุบันเป็นสถานที่รับรองอย่างเป็นทางการสำหรับแขกผู้มีเกียรติจากนานาประเทศ ส่วนหนึ่งของพระตำหนักเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์เนซู (Nezu Museum)

พิพิธภัณฑ์เนซู (Nezu Museum)

ตั้งอยู่ที่ย่านฮาราจูกุ(Harajuku)ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมผลงานศิลปะโบราณของเอเชียตะวันออก และชิ้นงานอื่นๆจากในประเทศญี่ปุ่น จีน และเกาหลีที่สำคัญเลยค่ะ โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้เปิดอย่างเป็นทางการครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ.1941 ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์เป็นสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่เน้นไปที่การออกแบบที่เรียบง่ายหากยังดูสวยงามแบบคลาสสิก ที่สำคัญยังมีสวนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ประมาณ 17,000 ตร.ม. ตั้งอยู่นอกอาคารให้ผู้เข้าชมได้เดินเล่นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นแหล่งเสพงานศิลป์ที่รวบรวมเอางานเด่นๆในแถบเอเชียมาให้เราได้ชมกันแบบจุใจ ภายใต้บรรยากาศญี่ปุ่นแท้ๆเป็นอะไรที่เดินเพลินมากมายเชียวล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

สวนจิโดริงะฟูจิ(Chidorigafuchi)

สวนจิโดริงะฟูจิ(Chidorigafuchi)

เป็นสวนที่ตั้งอยู่ระหว่างทางระบายน้ำ 2 สาย อยู่ใกล้กับพระราชวังอิมพีเรียลทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ มีชื่อเสียงมากเรื่องการชมซากุระเพราะจะเห็นภาพต้นซากุระมากมายของสวนเรียงรายไปตามทางน้ำ จึงเป็นอีกหนึ่งจุดชมซากุระสวนที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดของโตเกียว วนจิโดริงะฟูจิอยู่ตรงกลางระหว่างทางระบายน้ำเก่าแก่ของเมืองโตเกียวนั่นก็คือ Chidorigafuchi กับ Hanzo สร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเอโดะ(Edo) โดยจะมีทางเดินเรียบทางระบายน้ำและต้นซากุระยาวประมาณ 700 เมตร ทำให้เกิดเป็นอุโมงค์ต้นซากุระ และในช่วงกลางคืนของฤดูชมซากุระจะมีการเปิดไฟส่องตามต้นซากุระด้วย ทำให้สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน จนมีผู้มาเยือนที่สวนแห่งนี้แต่ละปีมากกว่า 1 ล้านคนเลยทีเดียวค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Nature and Science)

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Museum of Nature and Science)

ที่นี่คือพิพิธภัณฑ์ที่เกี่ยวกับธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ที่มีขนาดใหญ่มาก โดยจะแบ่งออกเป็น 2 อาคารใหญ่ ๆ ที่จัดแสดงหุ่นจำลองเสมือนจริงของสัตว์เอาไว้ทั้งสองแห่งโดยแยกเป็นตึกที่แสดง Japan Gallery ซึ่งมีหุ่นจำลองสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ที่มีต้นกำเนิดในประเทศญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นไดโนเสาร์ สัตว์น้ำ แมลงหรือแม้แต่หุ่นจำลองของชาวญี่ปุ่นในอดีต และอีกตึกหนึ่งจะแสดงในธีม Global Gallery ซึ่งมีหุ่นจำลองของสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างเช่นสัตว์สูญพันธุ์หรือสัตว์ดึกดำบรรพ์ นิทรรศการเกี่ยวกับโลก และวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีให้ได้ชม นอกจากนั้นที่นี่ยังมีทีเด็ดเป็น Theater 360 ห้องฉายภาพยนตร์ 360 องศา ที่พาเรารู้สึกเหมือนลอยอยู่บนอากาศ ดำลงไปในน้ำผ่านภาพยนตร์สารคดีที่แสนสนุกสนาน


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียว (Tokyo Metropolitan Art Museum)

พิพิธภัณฑ์แห่งที่ 3 ภายในสวนอุเอโนะนี้คือพิพิธภัณฑ์ศิลปะมหานครโตเกียวค่ะ พิพิธภัณฑ์นี้มีการจัดแสดงผลงานศิลปะอยู่ภายในเกือบ 300 นิทรรศการ โดยเปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1926 นอกจากนั้นทางพิพิธภัณฑ์ยังเปิดกว้างให้คนทั่วไปที่รักการสร้างสรรค์งานศิลปะมาจัดนิทรรศการอีกด้วย เราจึงจะได้เห็นทั้งงานศิลปะของศิลปินชื่อดังระดับโลกและศิลปินชาวญี่ปุ่นภายในที่แห่งนี้ ความงดงามของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ก็ไม่ได้มาจากงานศิลปะอย่างเดียวเท่านั้น เพราะทั้งภายนอกและภายในอาคารอาคารก็มีความงดงามและถูกออกแบบมาอย่างดีด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ใครที่ชอบงานศิลปะนั้นไม่ควรพลาดชม


 

back to menu ↑

ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine)

ศาลเจ้ายาสุกุนิ (Yasukuni Shrine)

ศาลเจ้ายาสุกุนิ(Yasukuni Shrine) ถือว่าเป็นศาลเจ้าที่เดินทางมาได้ง่าย ๆ เพราะตั้งอยู่ในใจกลางเมืองโตเกียว ญี่ปุ่นแถมยังสามารถนั่งรถไฟมาลงที่ Kudanshita Station เดินไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงแล้วล่ะค่ะ ศาลเจ้ายาสุกุนินั้นนับเป็นอีกหนึ่งศาลเจ้าลัทธิชินโตที่เป็นเสมือนศาสนาพื้นเมืองของญี่ปุ่น ซึ่งปกติแล้วศาลเจ้าของชินโตนั้นจะมีถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกและอุทิศให้กับผู้ที่ตายในสงครามแสดงถึงความเสียสละชีวิตเพื่อช่วยให้เกิดความสงบขึ้นในญี่ปุ่น โดยศาลเจ้าแห่งนี้นั้นถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1869 ราวๆซักสมัยยุคเมจิได้ ซึ่งจะมีการบันทึกชื่อ, วันเดือนปีและสถานของผู้ที่เสียชีวิต ผู้คนกว่า 2.5 ล้านคน ได้ตายในสงครามสมัยเมจิ, สงคราม Sino-Japanese ครั้งที่ 1, สงคราม Russo-Japanese, สงครามโลกครั้งที่ 1, สงคราม Sino-Japanese ครั้งที่ 2 และสงครามแปซิฟิก ในปัจจุบันก็เป็นอีกศาลเจ้ายอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลยทีเดียวค่ะ


 

back to menu ↑

สถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Central Railway Station)

สถานีรถไฟโตเกียว (Tokyo Central Railway Station)

สถานีรถไฟโตเกียว เป็นสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และยังคงความสวยงามที่สุดที่หนึ่งในประเทศญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ค่ะ สร้างในปีค.ศ. 1914 และปรับปรุงใหม่โดยคงเอกลักษณ์เดิมไว้ในปีค.ศ.2012 ตัวอาคารที่ก่อสร้างด้วยอิฐแดงนี้เป็นเอกลักษณ์ของสถานีรถไฟโตเกียวเลยก็ว่าได้ค่ะ และชั้นใต้ดินของสถานีอาคารสถานีรถไฟก็จะมีแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารมากมายค่ะ และมีห้างสรรพสินค้าอยู่บริเวณรอบ ๆ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ช็อปปิ้ง ซื้อของฝากได้อีกด้วยค่ะ และด้วยความที่สถานีรถไฟโตเกียวนั้นมีขนาดใหญ่มาก อาจจะทำให้หลายคนหลงทางกันได้เลยทีเดียวค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)

พิพิธภัณฑ์จิบลิ (Ghibli Museum)

พิพิธภัณฑ์จิบลิ ตั้งอยู่ใกล้สวนสาธารณะอิโนะกาชิระที่สามารถเดินไปถึงกันได้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่แฟน ๆ ทุกเพศทุกวัยของสตูดิโอจิบลิ (Studio Ghibli) ไม่ควรพลาด พบกับภาพร่างและการออกแบบต่าง ๆ ก่อนจะกลายมาเป็นภาพยนตร์อนิเมะที่ได้รับรางวัลมากมาย โดยหากคุณเคยชมภาพยนตร์ของทางสตูดิโอมาแล้ว ขอบอกเลยว่าคุณจะต้องประทับใจเป็นอย่างมากแน่นอนค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก (National Museum for Western Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตก (National Museum for Western Art)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะตะวันตกแห่งชาติ ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังอย่างเลอกอร์บูซีเย นักสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส จัดเก็บงานแกะสลักและภาพวาด 4,500 รายการอายุเกือบ 500 ปีไว้ พิพิธภัณฑ์จะจัดแสดงผลงานเฉพาะศิลปะตะวันตกที่โตเกียวมีเพียงพิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งนี้เท่านั้น เปิดให้เข้าชมในปี 1959 มีคอลเลกชันของนักธุรกิจชื่อโคจิโร่ มัตสึกาตะ จัดแสดงอยู่  และมีการจัดเก็บผลงานของเรโนลต์ เซซาน รูเบนส์ และแวนโก๊ะเอาไว้ เพียงแค่ผลงานเพียงอย่างเดียวก็ทำให้ประทับใจได้เป็นอย่างมากแล้ว แต่ตัวอาคารของพิพิธภัณฑ์และบริเวณโดยรอบของพิพิธภัณฑ์เองก็มีเสน่ห์ไม่น้อยเช่นกันค่ะ เลอกอร์บูซีเยเป็นสถาปนิกที่โดดเด่นอย่างยิ่งในการออกแบบอาคาร เป็นอาคารคอนกรีตที่มีอิทธิพลอย่างยิ่ง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโก้เมื่อไม่นานมานี้ด้วยค่ะ


 

back to menu ↑

คิดส์ซาเนีย โตเกียว(Kidzania Tokyo) 

คิดส์ซาเนีย โตเกียว(Kidzania Tokyo) 

ศูนย์การเรียนรู้และความบันเทิงสำหรับเด็ก ตั้งอยู่ใน ห้างลาลาพอร์ต (Lala Port) สร้างเป็นเมืองจำลองขนาดย่อส่วน ให้กลายเป็นเมืองสำหรับเด็ก ๆโดยเฉพาะเลยค่ะ ที่นี่เขาเปิดให้เยาวชนอายุ 3 – 15 ปีได้เข้ามาทดลองสวมบทบาทเป็นอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝัน ค้นหาความถนัดและสิ่งที่ชอบด้วยความสนุกสนานจากการเล่นบทบาทสมมติ กว่า 100 สายงานอาชีพเลยทีเดียวค่ะ พ่อแม่ที่พาลูกไปเที่ยวโตเกียว อย่าลืมพาลูกหลานไปค้นหาความถนัดของพวกเขากันนะคะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว(Edo-Tokyo Museum)

พิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว(Edo-Tokyo Museum)

นับเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเอาเรื่องราวของเมืองโตเกียวตั้งแต่สมัยเอโดะได้แบบครบเว่อร์เลยค่ะ โดยตั้งอยู่ภายในย่านเรียวโงะกุ(Ryogoku)ของเมืองโตเกียว(Tokyo) ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องราวที่จัดแสดงที่จะน่าสนใจนะคะ แต่สถาปัตยกรรมของที่นี่ก็ดึงดูดใจคนผ่านไปผ่านมาไม่น้อยเลยล่ะค่ะ เพราะตัวอาคารยังคงเป็นสไตล์แบบสมัยเก่าเห็นแล้วสะดุดตามาก  ยิ่งด้านในยิ่งไม่ต้องพูดถึงกว้างขวางไม่น้อย บอกเลยว่าเดินเพลินเชียวค่ะ


 

back to menu ↑

สวนฮับโปเอน ( Happoen)

สวนฮับโปเอน ( Happoen)

สวนฮับโปเอน (Happoen Garden)  ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว เป็นสวนสไตล์ญี่ปุ่น ที่จัดว่าสวยงามไปทุกมุมมอง จนได้ชื่อว่า สวนฮับโปเอน (Happoen Garden) ซึ่งมีความหมายถึงสวยไปหมดทั้ง 8ทิศนั้นเอง สวนแห่งนี้สร้างขึ้นโดยโชกุนท่านหนึ่งของญี่ปุ่นเมื่อ 400 ปีที่แล้ว และยังคงความเป็นสวนที่สวยงามมาจนทุกวันนี้ ปัจจุบันเป็นสวนเอกชน ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยค่ะ


 

back to menu ↑

ศูนย์จัดแสดงงานศิลปะแห่งชาติ(The National Art Center Tokyo หรือ NACT)

ศูนย์จัดแสดงงานศิลปะแห่งชาติ(The National Art Center Tokyo หรือ NACT)

ตั้งอยู่ที่รปปงงิเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น เปิดให้เข้าชมในปี 2007 ที่ศูนย์จัดแสดงแห่งนี้จะไม่เหมือนกับที่อื่น ๆ ค่ะ คือที่นี่จะไม่มีผลงานศิลปะแบบถาวรจัดแสดงอยุ่เลย แต่จะเป็นการจัดแสดงแบบชั่วคราวหมุนเวียนไปเรื่อยตามผู้จัด โดยเคยงานนิทรรศการที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกมาแล้วตั้งแต่เมื่อปีแรกที่เปิดเลยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

สวนริคุงิเอน(Rikugien Garden)

สวนริคุงิเอน(Rikugien Garden)

สวนสวยที่บอกเลยว่าดังมากถึงมากที่สุดเลยค่ะ เรียกได้ว่าเป็นที่ไม่ใช่แค่ดังระดับจังหวัดหรือภูมิภาคนะคะ แต่บอกได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าดังระดับประเทศ เพราะได้รับการจัดอันดับความงดงามให้อยู่ต้น ๆ ของประเทศญี่ปุ่นเชียวนะคะ ยังค่ะยังไม่หมดแค่นี้สวนแห่งนี้ยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติของชาติอีกด้วย ช่วงที่พีคสุดๆของที่นี่เห็นจะเป็นในช่วงฤดูใบไม้ผลินั้นจะมีการจัดงานเทศกาลชมต้นซากุระโบราณขึ้น มีการเปิดไฟประดับต้นซากุระยักษ์ในช่วงกลางคืน สามารถเข้าชมและเดินเล่นถ่ายรูปภายในสวนแห่งนี้ได้ อีกช่วงที่สวยไม่แพ้กันก็ต้องฤดูใบไม้แดงนี่แหล่ะค่ะที่บอกได้คำเดียวว่ามาแล้วไม่ผิดหวังแน่ ๆ เพราะสวยจริงอะไรจริง


 

back to menu ↑

สวนตะวันออกพระราชวังอิมพีเรียล(Imperial Palace East Gardens)

สวนตะวันออกพระราชวังอิมพีเรียล(Imperial Palace East Gardens)

ตั้งอยู่ในพื้นที่ของพระราชวังโตเกียวอิมพีเรียล(Tokyo Imperial Palace) ภายในบริเวณแถบกลางของเมืองโตเกียว(Tokyo) นับได้ว่าเป็นสวยสวนแห่งพระราชวังที่มองข้ามไม่ได้เลยล่ะค่ะ เพราะที่นี่ทั้งกว้างและมีการออกแบบตกแต่งที่มองแล้วสบายตาสุด ๆ ถ้าเป็นเมื่อก่อนโน้นการจะมาที่นี่คงไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ๆ ต้องเป็นบุคคลสำคัญเท่านั้นถึงจะเข้าไปดูได้ แต่มาปัจจุบันนี้เค้าได้เปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สนใจได้เค้าไปชมกัน ถือว่าเป็นโชคดีของคนยุคนี้จริง ๆ ค่ะ

back to menu ↑

วัดอาสะกุสะ (Asakusa Kannon Temple) หรือวัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)

วัดอาสะกุสะ (Asakusa Kannon Temple) หรือวัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple)

วัดอาสะกุสะหรือที่นิยมเรียกกันว่า วัดเซ็นโซจิ เป็นวัดซึ่งตั้งอยู่ในเขตอาสะกุสะค่ะ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโตเกียว และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ต้องรวมเอาไว้ในโปรแกรมเลยทีเดียว จุดเด่นของวัดอาซากุสะคือโคมไฟสีแดงแดงขนาดยักษ์ ที่แขวนอยู่ที่บริเวณประตู “คามินาริมง”(ประตูฟ้าคำรณ) ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะชอบมาถ่ายภาพเป็นที่ระลึกกับโคมไฟนี้ นอกจากนี้ก็จะมีโคมไฟเล็กสีขาวมากมายเรียงกันอย่างสวยงามมากเลยค่ะ

back to menu ↑

สวนสาธารณะคินุตะ (Kinuta Park)

สวนสาธารณะคินุตะ (Kinuta Park)

จุดชมซากุระแห่งใหม่ในโตเกียว สวนสาธารณะคินุตะ ชื่อนี้เพื่อน ๆ อาจจะเพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกเลย เนื่องจากรีวิวยังไม่มีให้เห็นกันเท่าไหร่ และยังไม่ค่อยมีชาวต่างชาติรู้จักด้วย อันที่จริงสวนสาธารณะแห่งนี้เป็นสวนนึงที่โด่งดังในเรื่อง จุดชมซากุระในฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่นเลยนะคะ เพื่อน ๆ จะได้สัมผัสกับสีสันแห่งเทศกาลฮานามิ หรือเทศกาลชมดอกซากุระ ที่ครอบครัวชาวญี่ปุ่น ทั้งเด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่น ปั่นจักรยาน และผู้ใหญ่ที่มาพบปะสังสรรค์กันใต้ต้นซากุระด้วยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

ภูเขามิตาเกะ(Mount Mitake)

ภูเขามิตาเกะ(Mount Mitake)

ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติชิชิบุทามะไก(Chichibu-Tama-Kai National Park)ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ป่าไม้ ภูเขา เนินเขา และบางชนบทของเมืองในจังหวัดยามานาชิ ไซตามะ นากาโนะ และโตเกียวมากกว่า 1,250 ตารางกิโลเมตร ภูเขาแห่งนี้เรียกว่าเป็นไฮไลท์เด็ดของอุทยานแห่งนี้เลยก็ว่าได้ค่ะ ด้วยความที่มีทั้งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติอย่างแน่น ๆ แถมยังมีกิจกรรมสุดท้าทายอย่างการเดินป่าให้สายธรรมชาติที่รักการผจญภัยได้ท้าทายกันอีกด้วยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

สวนมิสุโมโต( Mizumoto Park )

สวนมิสุโมโต( Mizumoto Park )

สวนมิสุโมโตนั้นเป็นที่รู้จักกันในฐานะสวนสาธารณะหมู่บ้านริมน้ำที่มีระดับที่สุดในเมืองโตเกียว สวนมิสุโมโตยังมีชื่อเสียงในเรื่องของดอกซากุระในฤดูใบไม้ผลิและใบเมเปิ้ลในฤดูใบไม้ร่วงอีกด้วยค่ะ สวนนี้เป็นที่รู้จักเนื่องจากความหลากหลายของพืชและนกป่าและเป็นจุดท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลฮานามิ หรือเทศกาสชมดอกซากุระของญี่ปุ่นที่โด่งดังค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแม็กเซลล์ อะควาพาร์ก ชินางาวะ (Maxell Aquapark Shinagawa)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแม็กเซลล์ อะควาพาร์ก ชินางาวะ (Maxell Aquapark Shinagawa)

แม็กเซลล์ อะควาพาร์ก ชินางาวะ เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ และสวนสนุกในร่ม ตั้งอยู่ ใกล้สถานีรถไฟ Shinagawa ในย่านชินางาวะ ใจกลางกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 10.00 น. ไปจนถึง 22.00 น. กันเลยทีเดียว (เข้าได้ถึง 21.00 น.) ทำให้เราวางแผนมาเที่ยวที่นี่ได้อย่างยืดหยุ่น เพราะไม่ต้องกังวลกับเวลาปิดทำการในช่วงเย็นเหมือนกับสถานที่ทั่วไปนั่นเอง


 

back to menu ↑

สวนสาธารณะโจนันจิมะ(Jonanjima Seaside Park)

สวนสาธารณะโจนันจิมะ(Jonanjima Seaside Park)

สวนสาธารณะโจนันจิมะ ตั้งอยู่ที่โจนันจิมะ เขตโอตะ โตเกียว เป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นมาโดยมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้ผู้คนได้ใกล้ชิดแหล่งน้ำเพื่อปลูกฝังให้อนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สวนสาธารณะโจนันจิมะ ไม่ได้ใช่แค่สวนสาธารณะที่แค่นั่งมองทะเลอย่างเดียว แต่ยังสามารถนั่งดูเครื่องบินในระยะใกล้ได้ด้วยนะคะ ด้านในสวนสาธารณะสามารถขุดหอย ดูปลาว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมสนุก ๆ สำหรับเด็ก ๆ ก็ได้ แถมยังมองเห็นเรือส่งสินค้าที่เข้าออกอ่าวโตเกียวได้ด้วยค่ะแต่ที่ชายหาดในสวนสาธารณะแห่งนี้ ห้ามลงเล่นน้ำนะคะ


 

back to menu ↑

สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)

สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)

หรือ Showa Memorial Park ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของจักรพรรดิโชวะ มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์เลยค่ะ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานี Tachikawa Station ทางทิศตะวันตกของโตเกียว ภายในแบ่งโซนออกเป็น 2-3 สวน โดยเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางสำหรับเดินเท้าและจักรยาน หน้าทางเข้าหลักจะเรียงรายด้วยต้นกิงโกะ(ginkgo) และต้นเมเปิ้ลล้อมรอบสวนญี่ปุ่น ซึ่งสวยงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วงน่าไปเยี่ยมชมมากเลยค่ะ ผู้คนจึงมักนิยมมาเดินเล่นพักผ่อนอ่านหนังสือ ปิคนิก ออกกำลังกาย, และกิจกรรมอื่น ๆ


 

back to menu ↑

จุดชมวิว (Tokyo City View)

จุดชมวิว (Tokyo City View)

ที่ใจกลางย่านรปปงหงิ (Roppongi) ย่านชีวิตกลางคืนของโตเกียวที่เต็มไปด้วยสีสันของความเป็น “นานาชาติ” ยังมีอาคาร Mori Tower อาคารสำนักงานรูปทรงทันสมัยความสูง 238 เมตร ที่ชั้นบนสุดของอาคารมีจุดชมวิวที่ได้ชื่อว่ามีวิวงดงามที่สุดในเมืองโตเกียวตั้งอยู่อีกด้วยค่ะ รู้ไหมคะที่จุดชมวิวแห่งนี้คุณสามารถชมวิวเมืองโตเกียวแบบ 360 องศา ในทุกๆย่างก้าวที่คุณเดินในจุดชมวิว จะเต็มไปด้วยมุมมองภาพเมืองโตเกียวในบรรยากาศที่ต่างกันออกไป หากคุณถามว่าจุดชมวิวที่ไหนสวยงามและให้ความรู้สึกว่าเป็นเมืองโตเกียวได้ดีทีสุด คำตอบของคือที่จุดชมวิวในอาคารแห่งนี้


 

back to menu ↑

สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน (Koishikawa Korakuen Garden)

สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน (Koishikawa Korakuen Garden)

สวนโคอิชิกาว่า โคระคุเอน นับว่าเป็นสวนหนึ่งของญี่ปุ่นที่ว่ากันว่าทั้งสวยและเก่าแก่ที่สุดเลยทีเดียวค่ะ โดยชื่อของสวนแห่งนี้นั้นได้รับการตั้งชื่อตามบทกวีและเป็นสวนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ซึ่งที่นี่ได้ถูกสร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ. 1600-1867 ราว ๆ ยุคสมัยเอโดะตอนต้น เมื่อเดินเข้าไปด้านในจะมีการตกแต่งได้อย่างคลาสสิกที่มองดูแล้วคล้าย ๆ ฉากธรรมชาติของญี่ปุ่นและจีนอย่างไรอย่างนั้นเลยล่ะค่ะ ซึ่งจะเน้นการออกแบบที่มีทั้งหิน ต้นไม้ บ่อน้ำ และมีเนินขนาดเล็กที่ถูกจัดวางได้อย่างสมดุลลงตัวน่าไปเยี่ยมชมสักครั้งหนึ่งจริง ๆ ค่ะ

back to menu ↑

สนามกีฬาแห่งชาติเรียวโงกุ(Ryogoku Kokugikan)

สนามกีฬาแห่งชาติเรียวโงกุ(Ryogoku Kokugikan)

ตั้งอยู่ที่ย่านเรียวโงะกุ ในกรุงโตเกียว เป็นสนามแข่งซูโม่ขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อยู่ในความดูแลของสมาคมซูโม่ญี่ปุ่น ใช้จัดการแข่งขันซูโม่ทัวร์นาเมนท์ของญี่ปุ่น สนามกีฬาแห่งนี้สามารถจุผู้ชมได้กว่า 13,000 ที่นั่ง ช่วงฤดูกาลที่จัดการแข่งขันซูโม่ประจำปีทั้งหมด 3 รายการ คือในเดือนมกราคม พฤษภาคม และกันยายน


 

back to menu ↑

สวนอิโนะกาชิระ (Inokashira Park)

สวนอิโนะกาชิระ (Inokashira Park)

อีกหนึ่งจุดที่ได้รับความนิยมในการชมดอกซากุระบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ไฮไลท์คือ ทุกวันหยุดสบายๆ อย่างวันเสาร์ อาทิตย์ สวนสาธารณะแห่งนี้จะเป็นแหล่งนัดรวมตัวของเหล่าศิลปินอิสระที่ตบเท้ามาทำการแสดง เช่น เล่นดนตรีสดเปิดหมวกให้ได้ชมกันเพลิน ๆ ทั้งสนามหญ้าสีเขียวอันกว้างใหญ่ ป่าไม้ และพื้นที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจ สวนสาธารณะอิโนกาชิระถือเป็นสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินกับธรรมชาติได้อย่างเต็มอิ่มทั้งที่อยู่ในเมืองใหญ่ ใจกลางสวนสาธารณะมีสระน้ำขนาดใหญ่ที่มีเรือลอยอยู่ สามารถเช่าเรือเพื่อพายในสระ หรือถีบเรือหงส์เล่น ซื้อกาแฟจากคาเฟ่ที่อยู่รอบๆ สวนสาธารณะ และเดินเล่นท่ามกลางหมู่แมกไม้ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจนะคะ


 

back to menu ↑

สวนสัตว์ทามะ (Tama Zoological Park)

สวนสัตว์ทามะ (Tama Zoological Park)

สวนสัตว์ทามะเป็นสวนสัตว์อีกแห่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวและสามารถเดินทางมาได้ภายในหนึ่งชั่วโมงค่ะ พื้นที่ของสวนสัตว์แห่งนี้ค่อนข้างกว้างขวาง และจัดแสดงสัตว์แต่ละชนิดไว้ในระบบนิเวศน์ที่ใกล้เคียงกับบ้านเกิดของมันมาที่สุด นอกจากที่นี่จะมีสัตว์หลากหลายชนิดแล้ว ยังมีจุดเด่นอีกหนึ่งอย่างคือเราสามารถนั่งรถชมสิงโตกันได้อย่างใกล้ชิดอีกด้วย งานนี้อาจมีหวาดเสียว แต่รับรองว่าปลอดภัยแน่นอนค่ะ แถมยังมีโอกาสได้เห็นลูกสัตว์ที่ยังโตไม่เต็มวัยในสวนสัตว์แห่งนี้ด้วย แต่ละตัวน่ารักน่าชังทั้งนั้นเลยล่ะ ถ้าอยากมาชมสัตว์นักล่าอย่างสิงโตกันอย่างกินชิดพร้อมชมความน่ารักของสัตว์ชนิดอื่น ๆ ไปด้วยก็มาเยี่ยมเยืยนพวกมันที่สวนสัตว์แห่งนี้กันนะคะ


 

back to menu ↑

อาคารสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(National Diet Building)

อาคารสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(National Diet Building)

เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าเยี่ยมชมได้ (บางส่วน) ทุกวันจันทร์–ศุกร์ค่ะ โดยใช้เวลาในการทัศนศึกษา เยี่ยมชมห้องต่างๆ รวมถึงการบรรยายเกี่ยวกับหน้าที่ของสภา ขั้นตอนการพิจารณาร่างกฎหมาย ฯลฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง (ขอบอกว่าสำหรับต่างชาติที่ภาษาญี่ปุ่นไม่แข็งแรงแถมขาดความรู้ด้านระบบการปกครองของญี่ปุ่น เข้าไปแล้วแอบมึนตึ้บค่ะ) แต่สำหรับที่นี่ เมื่อไปถึงหน้ารัฐสภาแล้ว แฟนละครของ Kimura Takuya อาจจะมีความฟิน เมื่อมีฉากด้านหน้าอาคารจากซีรียส์เรื่อง Change ผุดขึ้นมาในหัวก็ได้นะคะ


 

back to menu ↑

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว หรือสนามบินฮานาดะ(Tokyo International Airport (Haneda) Terminal No2 Observation Deck)

ท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว หรือสนามบินฮานาดะ(Tokyo International Airport (Haneda) Terminal No2 Observation Deck)

สนามบินฮานาดะเป็นหนึ่งในสนามบินนานาชาติหลักของกรุงโตเกียว เปิดให้บริการเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2474 และพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนเต็มศักยภาพและมีการลดบทบาทลงเมื่อสนามบินนาริตะเปิดให้บริการ แต่ในปัจจุบันสนามบินฮาเนดะก็ยังคงให้บริการเที่ยวบินทั้งภายในและระหว่างประเทศอยู่เช่นเดิม สนามบินฮาเนดะมีร้านค้าและร้านอาหารนานาชาติให้บริการมากมาย โดยมีทั้งภัตตาคาร ร้านอาหารชั้นนำ ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนม ร้านหนังสือ ร้านขายยา ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของที่ระลึก และร้านสินค้าปลอดภาษี


 

back to menu ↑

มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo)

มหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo)

สถานที่ชมใบแปะก๊วยเปลี่ยนสีในโตเกียวนั้น สามารถชมได้ตามท้องถนนเลยนะคะ ถนนในโตเกียวเกือบทุกเส้นจะปลูกต้นแปะก๊วย เป็นแนวตลอดสองข้างทาง ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงปลายเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม ใบแปะก๊วยก็จะเปลี่ยนสีจากเขียวเป็นเหลือง ดูสวยงาม สดใสไปทั้งโตเกียวเลยค่ะ น่าจะถูกอกถูกใจคนที่ชอบถ่ายรูป และตื่นตาตื่นใจคนไทยที่ได้ไปญี่ปุ่นช่วงนี้ เพราะบ้านเราไม่มีใบไม่เปลี่ยนสีสวย ๆ แบบนี้เลย สำหรับสถานที่ยอดนิยมในการชมใบแปะก๊วยในโตเกียวจะอยู่ที่ มหาวิทยาลัยโตเกียว หรือย่อว่า โทได ในมหาวิทยาลัยจะมีต้นแปะก๊วยที่ปลูกเรียงกัน เปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองพร้อมกัน การเข้าชมในมหาวิทยาลัยโตเกียว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าได้ตามปกติ แต่ภายในอาคารต่าง ๆ ห้องเรียนไม่ควรเข้าไป และในมหาวิทยาลัยห้ามสูบบุหรี่นะคะ


 

back to menu ↑

ศาลเจ้าโอคุนิตามะ(Okunitama Shrine)

ศาลเจ้าโอคุนิตามะ(Okunitama Shrine)

ศาลเจ้าโอคุนิตามะเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียวเลยค่ะ มีประวัติศาสตร์ยาวนานเกือบ 2,000 ปี ศาลเจ้าตั้งอยู่ใจกลางเมืองฟุจู ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในศาลเจ้าทั้ง 5 ของโตเกียวเช่นเดียวกับศาลเจ้าเมจิ ศาลเจ้ายาซูคุนิ ศาลเจ้าฮิเอะ และศาลเจ้าโตเกียวไดจิงคุ ศาลเจ้าโอคุนิตามะมีชื่อเสียงเป็นพิเศษเรื่องเทศกาลฤดูใบไม้ร่วงและเทศกาลเกาลัดที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงของทุกปี โดยเป็นเทศกาลที่มีลักษณะเด่นอยู่ที่เกาลัด ขึ้นชื่อในท้องถิ่น มีการแห่ดาชิไปรอบเมือง ประดับโคมกระดาษหลายร้อยดวง รวมถึงมีการร้องเพลงและรำวง และมีชื่อเสียงในฐานะศาลเจ้าที่คนจะไปไหว้พระครั้งแรกของปีหรือฮัตสึโมเดะด้วย ในปีใหม่ของทุกปีจะมีผู้สักการะมาเยือนราว 5 แสนคน


 

back to menu ↑

วัดจินไดจิ (Jindaiji Temple)

วัดจินไดจิ (Jindaiji Temple)

วัดจินไดจิ ก่อสร้างขึ้นในปี 733 ทำให้นึกถึงญี่ปุ่นในยุคศักดินา ต้นไม้ต้นหญ้าอันเขียวขจี ร่องน้ำที่มีปลาเวียนว่าย บ่อน้ำที่มีทั้งปลาคาร์ปและเต่าอยู่ ต่างแต่งแต้มสีสันให้กับบริเวณวัดได้อย่างดีเลยค่ะ ตั้งแต่อดีตกาลมาเป็นเวลามากกว่าพันปี ชาวนา พ่อค้า และซามูไรได้มาไหว้พระที่นี่เพื่อขอพรให้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายและขอพรเรื่องความรัก นอกจากนี้ สิ่งที่เป็นเสน่ห์คือพื้นที่บริเวณรอบ ๆ ของวัดจินไดจิที่หลงเหลือบรรยากาศของสมัยเอโดะเอาไว้ด้วยค่ะ ใครมาเที่ยววัดนี้อย่าลืมมาค้นหาร้านโซบะที่คัดสรรมาอย่างดีที่ถนนอันน่าหลงใหลแห่งนี้กัน โซบะที่แสนอร่อยคงจะทำให้ทริปของคุณเป็นทริปที่เรียกน้ำย่อยได้มากทีเดียวเลยนะคะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์เครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์(JAL Factory Tour Sky Museum)

พิพิธภัณฑ์เครื่องบินของสายการบินเจแปนแอร์ไลน์(JAL Factory Tour Sky Museum)

เป็นโปรแกรมทัศนศึกษายอดฮิตของทั้งคนญี่ปุ่นและต่างชาติ ที่ต้องจองล่วงหน้ากันยาวเช่นกัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน วันละ 4 รอบ ใช้เวลารอบละประมาณ 100 นาที แบ่งเป็นส่วนต่างๆ ทั้งการชมวิดีทัศน์ ส่วนของการจัดแสดงประวัติความเป็นมาของสายการบิน เครื่องบินยุคต่างๆ แฟชั่นชุดแอร์โฮสเตสครั้งอดีตถึงปัจจุบัน มีส่วนของการอธิบายการทำงานในหน้าที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกัปตัน แอร์โฮสเตส วิศวกร ช่างเครื่องต่างๆ สารพัดหน้าที่ ให้ได้เรียนรู้หน้าที่การทำงานจริงของแต่ละตำแหน่งงาน ทั้งยังมีส่วนของการได้ไปเยี่ยมชมโรงเก็บเครื่องบินให้เด็กๆ ได้ตื่นตาตื่นใจอีกด้วยค่ะ


 

back to menu ↑

ถนนนากามิเซะ โดริ (Nakamise Dori)

ถนนนากามิเซะ โดริ (Nakamise Dori)

ถนนนากามิเซะคือถนนที่เป็นทางเชื่อมระหว่างคามินาริมง และวัดอาสากุสะ ถนนนากามิเซะเป็นหนึ่งในย่านร้านค้าที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น มีความยาว 250m และมีร้านค้าเรียงรายอยู่ถึง 89 ร้าน ที่ถนนนากามิเซะมีร้านขายเซ็มเบ้และนินเกียวยากิ(ขนมญี่ปุ่นชนิดหนึ่งที่อบเป็นรูปตุ๊กตาหรือหน้าตัวการ์ตูน)ที่ย่างโดยฝีมือของช่างทำขนมเรียงรายอยู่หลายร้าน บางร้านก็เปิดกิจการมาอย่างยาวนานตั้งแต่ในสมัยอดีต เป็นสถานที่ ๆ เหมาะสมมากในการมาเดินเลือกซื้อขนมพื้นบ้านของญี่ปุ่นเป็นอย่างมากเลยค่ะ


 

back to menu ↑

พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

พระราชวังอิมพีเรียล (Tokyo Imperial Palace)

พระราชวังอิมพีเรียลพระราชวังเก่า ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เดิมมีชื่อว่า พระราชวังเอะโดะ เป็นสถานที่ประทับของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งราชวงศ์เมจิ แห่งประเทศญี่ปุ่น ในเขตพระราชวังแห่งนี้มีจุดแวะถ่ายรูปยอดนิยม คือ สะพานแว่นตานิจูบาชิ (Nijubashi Bridge) และในบริเวณถัดมาไม่ไกลก็เป็นที่ตั้งของสวนตะวันออกแห่งพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial East Garden) ซึ่งถือเป็นจุดชมซากุระบานยอดนิยมแห่งหนึ่งของเมือง


 

back to menu ↑

สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park)

สวนสาธารณะอุเอะโนะ (Ueno Park)

เรียกได้ว่าเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ของโตเกียว สวนสาธารณะแห่งนี้ไม่ใช่แค่เพียงสวนธรรมดา ๆ นะคะ แต่ข้างในบอกเลยว่าครบเครื่องมาก ๆ โดยภายในมีทั้งวัด ศาลเจ้า ทะเลสาบ และสวนสัตว์ มีต้นไม้มากมาย ให้บรรยากาศร่มรื่นจึงเป็นสถานที่ที่ชาวโตเกียวนิยมมาพักผ่อนกัน ช่วงพีคสุด ๆ ก็ช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุก ๆ ปีนี่เองล่ะค่ะ เพราะต้นซากุระที่เรียงรายอยู่ทั้งสองข้างยาวไปตามทางเดินภายในสวนมากกว่า 1,000 ต้น มักจะบานช่วงประมาณปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ทำให้ดึงดูดผู้คนจำนวนมากมาเยี่ยมชมในเทศกาลชมดอกซากุระ หรือที่เรียกกันว่า เทศกาลงานฮานามิ บอกเลยว่าถึงช่วงนั้นคนจะแน่นไปอยู่บ้างแต่ก็คุ้มนะคะ เพราะซากุระบานสะพรั่งพร้อมๆกันเต็มพื้นที่ไปหมดนี่เป็นอะไรที่สวยจนเกินบรรยายจริง ๆ


 

back to menu ↑

วัดคันเอจิ (Kaneiji Temple)

วัดคันเอจิ (Kaneiji Temple)

ตั้งอยู่ใกล้กับสวนอุเอโนะภายในย่านอุเอะโนะ นับเป็นวัดหนึ่งของเมืองโตเกียวบอกเลยว่าเมื่อก่อนไม่ธรรมดาเลยล่ะค่ะ เนื่องจากสมัยเอโดะเรียกได้เฟื่องฟูและใหญ่โตแบบขีดสุด จะมามีการเปลี่ยนแปลงก็จากการที่เกิดสงครามโบชิน (Boshin War)นี่เองที่ทำให้หลายๆส่วนของวัดถูกทำลายลง อีกทั้งภายในยังมีเจดีย์สูงห้าชั้นและศาลเจ้าโทโชคุ(Toshogu Shrine) ) ซี่งยังคงหลงเหลือจากการถูกทำลายในช่วงสงคราม ทำให้ปัจจุบันพื้นที่ภายในวัดไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตเท่าสมัยก่อนอีกแล้ว แต่ก็เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความเงียบสงบร่มรื่นเหมาะกับคนที่ชอบความชิลล์คนไม่แน่นมากๆ


 

back to menu ↑

สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo)

สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo)

แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของใกล้ใจกลางเมืองย่านอุเอโนะในเมืองโตเกียว ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ธรรมดา ๆ นะคะ แต่เป็นสวนสัตว์ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่มากที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ บริเวณที่ตั้งยังจะอยู่ภายในสวนอุเอโนะอันโด่งดังนี่เอง การเดินทางก็ง่ายแสนง่ายเพราะ สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟอูเอโนะเพียง 10 นาทีเท่านั้น บอกเลยว่าเป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆด้วยพื้นที่มากถึง 90 ไร่ ภายในมีการจัดแสดงสัตว์หลากหลายสายพันธุ์แม้แต่สัตว์หายากๆก็มีให้ชมกันนะคะ โดยโนะ มีสัตว์จัดแสดงอยู่มากกว่า 3 พันตัว จากกว่า 400 สายพันธ์ เรียกได้ว่าคนรักสัตว์หรือเด็กจะต้องร้องว้าวกันแน่ๆล่ะค่ะงานนี้


 

back to menu ↑

ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)

ตลาดปลาสึกิชิศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนปลาและสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียวและยังถือเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ในแต่ละวันจะมีการซื้อขายปลาและสัตว์น้ำมากกว่า 2000 ตัน ตลาดจะเปิดตั้งแต่ตี 5 ถึงบ่าย 2 โมง หากอยากจะมาชมการประมูลปลาทูน่า จะต้องมาระหว่าง 05.25-6.15 น. และมาต่อคิวแต่เนิ่นๆ เพราะทางตลาดจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แค่ 120 คนต่อวันเท่านั้น นอกจากจะขายปลาและอาหารทะเลเป็นหลักแล้ว ก็ยังขายผัก ผลไม้อีกด้วย ส่วนคนที่รักอาหารทะเลและซูชิก็ไม่น่าพลาด เพราะในละแวกตลากปลาซึกิจิ ก็มีร้านอาหารทะเลและร้านซูชิที่รับประกันความสด อร่อย และราคาย่อมเยาอยู่มากมาย


 

back to menu ↑

แยกชิบูย่า (Shibuya Crossing)

แยกชิบูย่า (Shibuya Crossing)

เมื่อมาถึงชิบูย่าอย่างแรกอย่าลืมแวะทักทายฮาจิโกะสุนัขผู้ซื่อสัตย์อีกหนึ่งสัญลักษณ์ประจำย่านชิบูย่ากันก่อน หลังจากนั้นก็เดินมาที่ 5 แยกชิบูย่าซึ่งเป็นทางแยกขนาดใหญ่ จะเห็นทางม้าลาย จอขนาดยักษ์ตามตึกต่างๆ รถยนต์ที่สัญจรไปมาและผู้คนที่พลุกพล่าน เป็นแลนมาร์คสุดฮ็อตที่ได้ปรากฎตัวบนแผ่นฟิมล์ ใช้ถ่ายทำภาพยนตร์และซีรี่ส์ทั้งของญี่ปุ่นและต่างประเทศมานักต่อนัก ยกตัวอย่างเช่น Fast and the Furious : Tokyo Drift ชิบูย่าจริงๆ แล้วก็คือแหล่งรวมเสื้อผ้าแฟชั่นในกรุงโตเกียวดีๆ นี่เอง เนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เสื้อผ้าแฟชั่นในย่านนี้จะเป็นสไตล์วัยรุ่นหนุ่ม-สาว สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แนวหลุดโลกแบบฮาราจูกุนะคะ

back to menu ↑

ฮาราจูกุ ถนนสายช้อปปิ้ง(Harajuku Takeshita-dori)

ฮาราจูกุ ถนนสายช้อปปิ้ง(Harajuku Takeshita-dori)

ถนนทาเคชิตะเป็นถนนคนเดินระยะทางเพียง 400 กว่าเมตร แต่ถือเป็นไฮไลท์เด็ดของย่านฮาราจูกุเลยละค่ะ เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวต่างชาติ รวบรวมแฟชั่นแปลกตาหลากสไตล์ของเหล่าวัยรุ่นสุดชิคให้ดูกันเพียบ ระยะทางกว่า 400 เมตรจะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ร้านอาหาร ร้านเครปญี่ปุ่นชื่อดังและคาเฟ่น่ารักๆ ระหว่างเดินดูของไปเรื่อยๆ คุณจะได้พบเห็นสาวๆ ญี่ปุ่นแต่งคอสเพลย์แบบจัดเต็ม แต่งตามตัวการ์ตูนหรือเป็นแนวพังค์มายืนรวมตัวกันอยู่มากมาย (แต่เห็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยแต่งกันแล้วนะ)

back to menu ↑

ชินจูกุ (Shinjuku)

ชินจูกุ (Shinjuku)

ย่านชินจุกุคือแหล่งช้อปปิ้งชื่อดังของโตเกียวอันดับต้น ๆ เลยค่ะ เป็นแหล่งรวมความบันเทิง แหล่งธุรกิจ และห้างสรรพสินค้ามากมาย เช่น ห้างโอดาเกียว (Odakyu) ห้างทาคาชิยามะ (Takashimaya) ห้างอิเซตัน (Isetan) ห้างเคอิโอ (Keio) ห้างมายลอร์ด (Mylord) และศูนย์เครื่องไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ยามาดะ เด็นกิ (Yamada Denki) เป็นต้น นอกจากนั้นชินจูกุยังเป็นที่ตั้งของอาคารว่าการเมือง มีสถานีรถไฟชินจูกุ ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีความวุ่นวายที่สุดในโลกอีกด้วยค่ะ


 

back to menu ↑

โตเกียวดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland)

โตเกียวดิสนีย์แลนด์(Tokyo Disneyland)

โตเกียวดิสนีย์แลนด์ สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ ประกอบด้วยธีมหลัก 7 ธีม โดยตกแต่งตามฤดูกาล ทั้งหมดล้วนเป็นสวนสนุกแบบดั้งเดิมเฉกเช่นหลุดมาจากในฟิลม์และจินตนาการของดิสนีย์เลยทีเดียว นับเป็นสวนสนุกที่มีนักท่องเที่ยวต่อปีเกือบ 20 ล้านคน ซึ่งมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นและมากเป็นอันดับ 2 ของโลก มีเครื่องเล่นมากมายให้เราเล่นอย่างสนุกสนาน ส่วนไฮไลท์ของดิสนีย์แลนด์ที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ ขบวนพาเหรดของเหล่าตัวการ์ตูนและบรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายจากโลกเทพนิยาย ซึ่งภายใน 1 วันจะมีการแสดงทั้งหมด 2 รอบด้วยกันนั่นเอง


 

back to menu ↑

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disneysea)

โตเกียวดิสนีย์ซี (Tokyo Disneysea)

โตเกียวดิสนีย์ซี เป็นโครงการที่เกิดขึ้นในส่วนต่อขยายของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นน้ำ ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากเทพนิยายและตำนานแห่งท้องทะเล ที่ผสมผสานทั้งความโรแมนติกและความตื่นเต้นท้าทายให้นักผจญภัยทั้งหลายได้เข้ามาลองค้นหา ซึ่งจะเน้นไปที่ความตื่นเต้นผจญภัยที่มีไม่รู้จบ ประกอบด้วยส่วนหลัก ๆ ทั้งหมด 7 ส่วนคล้ายกับดิสนีย์แลนด์ มีเครื่องเล่นให้เลือกเล่นมากมาย และเครื่องเล่นที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ได้แก่ Journey to the center of the Earth, Tower of Terror, Temple of the Crystal Skull, และ Raging Spirits อีกทั้งยังมีร้านอาหารที่เสิร์ฟทั้งของคาวของหวานที่จัดแต่งจานสไตล์ดิสนีย์ที่น่ารักน่ากินอีกด้วย

back to menu ↑

โอไดบะ (Odaiba)

โอไดบะ (Odaiba)

โอไดบะ เป็นเมืองที่เกิดจากการถมทะเลโดยขยะเพื่อสร้างแผ่นดินขึ้นมาเป็นเกาะบริเวณอ่าวโตเกียวเมื่อปี ค.ศ. 1853 ปัจจุบันเป็นเขตธุรกิจสำคัญ และเป็นแหล่งที่เพียบพร้อมไปด้วยสถานบันเทิงนำสมัย แหล่งแฟชั่น สวนสนุกขนาดใหญ่ และย่านกินดื่มยามค่ำคืน โอไดบะเชื่อมกับกรุงโตเกียวด้วยสะพานแขวน 2 ชั้น สะพานสายรุ้ง เรนโบว์ บริดจ์ (Rainbow Bridge) โดยสะพานแห่งนี้ในช่วงกลางคืนจะมีการเปิดไฟสวยงามจนถือเป็นสัญลักษณ์หลักของโอไดบะ ยิ่งไปกว่านั้น ใกล้กับเขตสะพานยังมีรูปปั้นเทพีเสรีภาพจำลองเหมือนที่ประเทศอเมริกาอีกต่างหาก นอกจากนี้โอไดบะก็ยังเป็นที่ตั้งของชิงช้าสวรรค์ที่สูงที่สุดในโลก (115 เมตร) เมืองจำลองยุโรปในศตวรรษที่ 18 ร้านค้ามากมาย


 

back to menu ↑

คะบุกิโช(Kabukicho)

คะบุกิโช(Kabukicho)

คะบุกิโชคือแหล่งบันเทิงราตรี  เป็นย่านบันเทิงกลางคืนในเขตชินจูกุ เป็นที่ตั้งของบาร์ โรงแรม ร้านค้า ภัตตาคาร โซปแลนด์ และไนต์คลับจำนวนมาก มักถูกขนานนามว่า "เมืองที่ไม่เคยหลับใหล" ชื่อของย่านนี้มีที่มาจากแผนการก่อสร้างโรงละครคาบุกิเมื่อปลายทศวรรษที่ 1940 แม้ว่าโรงละครจะไม่ได้ถูกสร้าง แต่ชื่อก็ยังคงอยู่จนทุกวันนี้ย่านนี้มีโรงภาพยนตร์อยู่มากมาย และเนื่องจากอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟชินจูกุ เซบุชินจูกุ และสถานีรถไฟอื่น ๆ อีกมากมายทั้งสายหลักและสายใต้ดิน ตั๋วรถไฟที่ใช้เดินทางมายังย่านนี้จึงมักจะจำหน่ายได้หมด ภัตตาคารที่ดีที่สุดในโตเกียวบางร้านก็ตั้งอยู่ย่าน คะบุกิโช นี้ และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริหารเขตชินจูกุอีกด้วย


 

back to menu ↑

ย่านกินซ่า(Ginza)

ย่านกินซ่า(Ginza)

กินซ่า ย่านหรูหรา โตเกียวย่านกินซ่า เป็นย่านยอดฮิตสำหรับการช้อปปิ้งและกินดื่มของคนโตเกียว บริเวณนี้จะมีห้างสรรพสินค้ามากมาย ร้านค้าเก๋ๆ ร้านอาหาร ผับ บาร์ และคาเฟ่น่านั่งเยอะมาก ย่านกินซ่าเป็นเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในที่ดินราคาแพงที่สุดในญี่ปุ่นก็ว่าได้ ร้านค้าส่วนใหญ่ในย่านนี้เปิดทุกวัน แต่เสาร์อาทิตย์คนค่อนข้างพลุกพล่านในถนนชุโอ-โดริ (Chuo Dori) มีการปิดถนนเส้นนี้ให้เป็นถนนคนเดินในช่วงเวลา 12.00-17.00 น. ของทุกวันเสาร์อาทิตย์ (เดือนเมษายนถึงเดือนกันยายนปิดถนนถึงเวลา 18.00 น.)


 

back to menu ↑

แหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอากิฮาบาระ(Akihabara Electric Town)

แหล่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอากิฮาบาระ(Akihabara Electric Town)

Akihabara Electric Townตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้า และเป็นแหล่งของโอตาคุ (otaku) ที่โด่งดังในญี่ปุ่น โดยร้านโอตาคุเหล่านี้จะมีกระจายอยู่ทั่วไปตามร้านขายเครื่องไฟฟ้าต่างๆ ถนนเส้นหลักของย่านนี้นั่นก็คือ ชุโอะ โดริ (Chuo Dori) เรียงรายไปด้วยร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ร้าน มีทั้งร้านเล็กๆที่ขายของเฉพาะทางไปจนถึงร้านขนาดใหญ่ แต่จะปิดการจราจรและเปลี่ยนเป็นถนนคนเดินทุกวันอาทิตย์ประมาณ 13.00 – 18.00 น. ยกเว้นเดือนตุลาคมถึงมีนาคมจะปิดถนนถึงประมาณ 17.00 น.นอกจากนี้ยังมีร้านกล้องขนาดใหญ่ที่เป็นที่นิยมของคนทั่วไป Yodobashi Camera ร้านนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานี

back to menu ↑

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree)

โตเกียวสกายทรี เป็นหอคอยกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลกด้วยความสูง 634 เมตร ชั้นบนหอคอยโตเกียวสกายทรี มีจุดชมวิว 2 ระดับคือ Tempo Deck ที่มีความสูง 350 เมตร และ Tembo Galleria ที่ความสูง 445 เมตร เดินไปอีดนิดจะเป็น SORAKARA Point ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดบนชั้น 450 เมตร สามารถสัมผัสประสบการณ์เหมือนลอยกลางอากาศ ความกลมของโลก และแสงมหัศจรรย์ที่ลอดผ่านแก้ว เป็นจุดชมวิวเมืองโตเกียวที่สวยที่สุดอีกจุดหนึ่ง เนื่องจากสามารถชมวิวได้รอบทิศ 360 องศา ในส่วนของบริเวณรอบๆ ในโตเกียวสกายทรี ยังมีแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ไว้ให้ซื้อของที่ระลึก รวมถึงของกินขนมต่างๆ ด้วยค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Sumida Aqurium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Sumida Aqurium

ตั้งอยู่ที่บนชั้น 5 และ 6 ของ Tokyo Skytree นับว่าเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จัดหนักจัดเต็มไม่แพ้ที่ไหนเลยนะคะ โดยที่นี่นั้นได้เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนพฤษภาคม 2012 ด้วยความที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานนี่เองล่ะค่ะ ทำให้การออกแบบตกแต่งภายในนั้นค่อนข้างจะทันสมัยเรียบหรูดูดี สัตว์น้ำน่ารักๆนี่มีให้ชมอย่างจุใจ จุดที่โดดเด่นของพิพิธภัณฑ์คือ แท๊งก์กระจกที่จุน้ำได้มากถึง 350,000 ลิตร ซึ่งนับเป็นแท๊งก์ในร่มที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ข้างในเป็นที่อยู่อาศัยของนกแพนกวิน และแมวน้ำ ผู้เข้าชมสามารถมองเห็นสัตว์ได้อย่าชัดเจนจากทุกมุมมอง ส่วนอื่นๆที่น่าสนใจก็ยังมีแมงกะพรุน ห้องปฏิบัติการวิจัย และแท๊งก์ที่จัดแสดงแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดรอบๆอ่าวโตเกียว(Tokyo Bay), หมู่เกาะอิซู(The Izu Islands) และหมู่เกาะโอกาซาวาระ (The Ogasawara Islands) เรียกได้ว่าถ้ามายัง Tokyo Skytree แล้วไม่มาแวะเหมือนมาไม่ถึงเลยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

ซานริโอ พูโรแลนด์ (Sanrio Puroland)

ซานริโอ พูโรแลนด์ (Sanrio Puroland)

ซานริโอ พูโรแลนด์ เป็นธีมปาร์คโลกของเหล่าคาแรคเตอร์สุดน่ารักจาก Sanrio อย่าง Hello Kitty, Little Twin Stars และ My Melody สายมุ๊งมิ๊งไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ อีกทั้งยังสามารถชมการแสดงของตัวละครต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรี ขบวนพาเหรด Sanrio Heartful เป็นการแสดงโชว์ที่มีตัวละครหลักเป็น Hello Kitty มาให้ความสนุกพร้อมกับเหล่าผองเพื่อน และอื่นๆ ที่น่าดึงดูดใจอีกมากมาย แต่ไฮไลท์เด็ดสุดก็ต้องเป็น “Lady Kitty House” เยี่ยมชมบ้านของ Kitty ตามห้องต่างๆ เช่น ห้องแต่งตัว ห้องนั่งเล่น รวมถึงจุดจำหน่ายของที่ระลึกคอลเลคชั่นพิเศษที่ออกแบบมาเฉพาะที่ Sanrio Puroland เท่านั้น ใครพาลูกน้อยไปเที่ยวโตเกียวอย่าลืมจัดโปรแกรมนี้เข้าไปด้วยนะคะ


 

back to menu ↑

โรงละครคาบูกิสะ (Kabukiza Theater)

โรงละครคาบูกิสะ (Kabukiza Theater)

โรงละครคาบูกิสะ คือโรงละครสำหรับการแสดงศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น “คาบูกิ”เป็นศิลปะรูปแบบหนึ่งที่ให้ความบันเทิงอย่างมาก ด้วยชุดเครื่องแต่งกายที่ออกแบบอย่างประณีต การแต่งหน้าที่โดดเด่น และการใส่วิกผมที่แปลกตา การแสดงบนเวทีมีคุณลักษณะของการเคลื่อนไหวและปรับเปลี่ยนอยู่เสมอ เช่น เวทีแบบหมุนได้และการใช้ช่องบนเวทีช่วยให้สามารถเปลี่ยนฉากได้ทันที ทำให้เป็นประโยชน์ต่อการปรากฏตัวและการหายตัวของนักแสดงเป็นจุดที่ทำให้ผู้ชมตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก


 

back to menu ↑

จิยูงะโอกะ(Jiyugaoka)

จิยูงะโอกะ(Jiyugaoka)

หลายคนนิยามจิยูงะโอกะว่าเป็นเมืองขนมหวาน อาจเพราะเป็นย่านศูนย์รวมร้านขนมหวานแสนอร่อยมากมาย แต่สำหรับคนโตเกียว จิยูงะโอกะเป็นเหมือนแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะสำหรับการมาเดินทอดน่องในวันที่อารมณ์ดี แถมยังเป็นอีกย่านที่อยู่ไม่ไกลจากชิบุยะอันแสนวุ่นวายด้วย ที่นี่จึงเปรียบเสมือนแหล่งพักกายพักใจของคนเมืองที่ต้องการหลีกหนีจากความพลุกพล่านของเมืองหลวง แต่ก็ไม่ทิ้งความมีสีสันมากจนเกินไปนัก เพราะจิยูงะโอกะไม่เงียบเหงาเท่าไดคังยามะ แล้วก็ไม่วุ่นวายลายตาเท่าชิบุยะ แต่เป็นส่วนผสมที่ลงตัวพอดิบพอดี ดังนั้นย่านที่มีชื่อเรื่องขนมหวานแสนอร่อยแห่งนี้จึงเป็นจุดตรงกลางที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพาใครสักคนมาเดินเล่น พูดคุย พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ให้แก่กันค่ะ


 

back to menu ↑

คิชิโจจิ(Kichijoji)

คิชิโจจิ(Kichijoji)

“คิชิโจจิ” คือย่านที่มีความน่ารักอยู่ในตัว นับเป็นพื้นที่ของศิลปินอิสระในโตเกียว มีร้านค้า ร้านอาหารมากมายที่ต่างพกเอาสไตล์โดดเด่นของตัวเองมานำเสนอ หากจะแวะซื้อของก่อนไปสวนสาธารณะหรือแวะดื่มหลังกลับจากสวนสาธารณะสัก 1 แก้ว แนะนำให้ไปย่านร้านค้าใหญ่ 2 ย่านที่ตัดผ่านเขตนี้คือ “ย่านร้านค้าคิชิโจจิซันโรด” กับ “ย่านคิชิโจจิไดยะ” ไม่ว่าจะย่านไหนก็มีร้านค้าเล็กๆ เช่น ร้านขายของใช้ในชีวิตประจำวันและร้านเสื้อผ้า ร้านขายขนมปังหรือร้านอาหารแบบง่าย ๆ ตั้งเรียงรายอยู่อย่างแน่นขนัด คิชิโจจิที่ให้ความรู้สึกว่าตรอกแคบๆ เหมือนเขาวงกตจะทอดตัวไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเหมาะแก่การเดินสำรวจเป็นอย่างยิ่งเลย


 

back to menu ↑

ตรอกฮาโมนิก้า โยโกะโช ( Harmonica Yokocho)

ตรอกฮาโมนิก้า โยโกะโช ( Harmonica Yokocho)

ตรอกนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงหลังสงคราม ในสมัยนั้นยังไม่มีร้านอาหาร แต่เป็นเหมือนตลาดนัดที่ผู้คนมาจับจ่ายซื้อของกัน ต่อมาได้เริ่มมีร้านอาหารเกิดขึ้นประมาณยุค 90 และมากขึ้นเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน ภายในตรอกฮาโมนิก้า โยโกะโช ในช่วงกลางวันจะมีร้านเสื้อผ้า, ร้านขนม, ร้านโชห่วย และร้านอาหารเปิดขายกัน แต่พอช่วงกลางคืนก็จะมีร้านอาหารและบาร์แบบยืนกิน (standing-only bars) เปิดให้บริการเต็มไปหมด แนะนำให้สั่งเครื่องดื่มและกับแกล้ม เช่น ยากิโทริ (ไก่เสียบไม้ย่าง) เพื่อดื่มฉลองให้กับอาหารและเครื่องดื่มที่หาได้เฉพาะในญี่ปุ่นกับเวลาหนึ่งวันที่ได้ใช้อย่างคุ้มค่า ใครได้ลองก็จะได้ประสบการ์แปลกใหม่ไปอีกแบบนะคะ


 

back to menu ↑

สวนวัฒนธรรมและธรรมชาติอิโนะกาชิระ(Inokashira Park Zoo)

สวนวัฒนธรรมและธรรมชาติอิโนะกาชิระ(Inokashira Park Zoo)

สวนวัฒนธรรมและธรรมชาติอิโนะกาชิระ ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะอิโนะกาชิระของคิชิโจจิ มีการจัดแสดงสัตว์หลากหลายชนิดที่ได้เลือกสรรมา สวนสัตว์ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือสวนสัตว์ (สวนหลัก) และสวนสัตว์น้ำที่มีนกเป็ดน้ำ (สวนย่อย) กรุณาหาเวลาหลายๆ ชั่วโมงเพื่อชมการจัดแสดงของเหล่าสัตว์ต่างๆ เช่นทานุกิ ที่คล้ายคลึงกับแรคคูนหรือจะเป็นจิ้งจอกทะเลทรายที่แสนน่ารัก และนกกระเรียน คงจะดีไม่น้อยถ้าหากมีเวลาเหลือลองเดินไปที่สวนพฤกษศาสตร์ของสวนสาธารณะอิโนะคาชิระ สวนสนุกขนาดเล็ก พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมของคิตามูระ เซโบ (ประติมากรชาวญี่ปุ่น) และบ้านของโนกุจิ อุโจ


 

back to menu ↑

ศาลเจ้า อิโนะคาชิระเบ็นไซเท็น

ศาลเจ้า อิโนะคาชิระเบ็นไซเท็น

นอกจากจะมีสวนสัตว์แล้ว ในสวนสาธารณะอิโนะคาชิระยังมีศาลเจ้าอิโนะคาชิระเบ็นไซเท็น อยู่ด้วยค่ะ ที่นี่เป็นศาลเจ้าที่มินะโมโตะ โนะ ซึเนะโมโตะ นายพลผู้มีชื่อเสียงเป็นผู้สร้างขึ้น ในแต่ละวันจะมีผู้คนมากมายมาสักการะค่ะ แถมยังมีเครื่องรางและโอมิคุจิจำหน่ายด้วยนะ เบ็นไซเท็นนี้ มีเจ้าแม่เป็นเทพเจ้าที่สักการะ มีเรื่องเล่าขานต่อกันมาด้วยค่ะว่า ถ้าขึ้นเรือที่เราแนะนำเมื่อสักครู่ร่วมกันกับคู่รักแล้ว เจ้าแม่ของเบ็นไซเท็นจะริษยา และจะคอยสาปทำให้คู่รักที่ขึ้นเรือเลิกกันด้วยล่ะค่ะ ฟังดูอาจใจร้ายแต่ก็ไม่ร้ายเท่าไหร่นัก เพราะคนญี่ปุ่นเขาได้สร้างกุศโลบายแก้เคล็ดไว้แล้ว หากชายหญิงมาถีบเรือหงส์ด้วยกันที่บึงน้ำแห่งนี้ จะต้องไปกราบไหว้ขอพรศาลของเทพเจ้าเบ็นไซเต็น (Benzaiten) ภายในสวน ก็จะกลับมารักกันได้เช่นเดิม (แหม… ค่อยโรแมนติกขึ้นมาหน่อย)

back to menu ↑

ชิโมะคิตะซะวะ(Shimokitazawa)

ชิโมะคิตะซะวะ(Shimokitazawa)

ใครชอบเดินตลาดนัดจตุจักรหรือตลาดนัดวินเทจตอนกลางคืน หลงรักการเลือกซื้อของมือสองเป็นชีวิตจิตใจ มีแนวทางการแต่งตัวที่ไม่ซ้ำแบบใคร รับรองต้องหลงรักย่านนี้แน่นอนค่ะ! “ชิโมะคิตะซะวะ” หรือเรียกสั้นๆ ว่า ชิโมะคิตะ ย่านฮิตของเด็กแนวญี่ปุ่นผู้มีคาแรกเตอร์เป็นของตัวเอง ย่านนี้เป็นแหล่งรวมสินค้ามือสองแต่คุณภาพดี มีดีไซน์ และสไตล์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร โดยเฉพาะแนวอินดี้และวินเทจที่มีให้เลือกจนลายตา แถมราคายังถูกแบบไม่น่าเชื่อ นอกจากนี้ยังมีสินค้าแบรนด์เนมมือสองสภาพดีไว้ให้สาวกไฮเอนด์ได้ละลายทรัพย์เล่นด้วย เสื้อผ้าเก๋ๆ ที่เป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นเองก็เยอะใช่หยอก โดยเฉพาะภายใน “Shimokita Garage Department” อดีตลานจอดรถที่ปัจจุบันได้รับการปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นสวรรค์น้อยๆ ของคนที่หลงใหลการช็อปปิ้ง มีทั้งร้านขายเสื้อผ้าแนววินเทจและเครื่องประดับน่ารักเรียงรายไว้ให้เลือกเพียบ! ไม่ว่าเป็นเด็กแนว เด็กอินดี้ หรือฮิปสเตอร์ เดินหลงมาย่านนี้รับรองว่าต้องเทให้หมดใจแน่นอน!


 

back to menu ↑

โคเอนจิ (Koenji)

โคเอนจิ (Koenji)

ไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืม“โคเอนจิ” เป็นแหล่งขายเสื้อผ้ามือสองขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงติดอันดับต้นๆ ของโตเกียว แม้บรรยากาศโดยรวมอาจดูเงียบเหงาไปบ้างเพราะเป็นย่านที่พักอาศัย แต่โคเอนจิก็ได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่โปรดปรานสินค้ามือสอง ร้านขายเสื้อผ้าส่วนใหญ่เป็นเสื้อผ้ามือสองที่นำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาและแถบยุโรป รวมถึงมีเสื้อผ้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นนำมาขายต่อด้วย ไม่ว่าจะเป็นแนววินเทจ โบฮีเมียน หรือสินค้าแบรนด์เนม ทั้งกระเป๋า รองเท้า นาฬิกา เช่น Louis Vuitton, Gucci, Balenciaga หรือแม้แต่แบรนด์ญี่ปุ่นยอดฮิตอย่าง ISSEY MIYAKE, กระเป๋า Bao Bao ฯลฯ ก็มีให้ขาช็อปไฮเอนด์ได้น้ำลายหยดติ๋งๆ นอกจากนี้โคเอนจิยังเป็นย่านกินดื่มที่มีร้านสไตล์อิซะกะยะอยู่หลายร้าน ฉะนั้นจึงน่าจะเป็นย่านที่ถูกใจขาชิลไม่น้อยเลย


 

back to menu ↑

ยานากะ (Yanaka)

ยานากะ (Yanaka)

ถ้าอยากสัมผัสโตเกียวในมุมที่ต่างไป หรืออยากแกล้งลืมไปสักวันว่าโตเกียวเป็นเมืองหลวงที่วุ่นวายและทันสมัย แนะนำให้ลองไปเดินเล่นที่ย่าน “ยานากะ” ดูสักครั้งค่ะ แล้วคุณจะได้รู้ว่าวิถีชีวิตของชาวโตเกียวจริงๆ เป็นอย่างไร โดยเฉพาะบริเวณ “ยานากะกินซ่า” ชุมชนเล็กๆ ที่ยังคงกลิ่นอายชีวิตประจำวันของสังคมญี่ปุ่นยุคดั้งเดิมไว้อย่างเด่นชัด มีร้านค้าเล็กๆ สองข้างทางที่ขายของเกี่ยวกับแมว เพราะยานากะมีฉายาน่ารักว่า “เมืองแมว” เนื่องจากบริเวณนี้มีแมวจรจัดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก แม้ปัจจุบันจะมีจำนวนลดลงเพราะความเป็นเมืองเริ่มมากขึ้น แต่ก็ยังคงมีแมวญี่ปุ่นตัวอ้วนๆ ให้เห็นอยู่บ้างเป็นระยะ อีกหนึ่งความสุขของการมาเดินเล่นย่านนี้คือ ได้แวะชิมอาหารและขนมโบราณ แวะช็อปปิ้งของพื้นเมืองที่มีดีไซน์และเอกลักษณ์ของแดนปลาดิบ ทำให้ถนนสายสั้นๆ ในชุมชนเล็กๆ อย่างยานากะกินซ่า สามารถหยุดเวลาความเป็นเมืองที่วุ่นวาย จนเกือบลืมไปเลยว่ากำลังเดินอยู่ในเมืองหลวงที่ไม่มีวันหลับใหลอย่างมหานครโตเกียว

back to menu ↑

ไดคังยามะ (Daikanyama)

ไดคังยามะ (Daikanyama)

แค่นั่งรถไฟจากสถานีชิบุยะที่แสนวุ่นวายไปอีกสามนาทีก็จะพบกับย่านที่เงียบสงบ เรียบง่าย แต่แฝงด้วยกลิ่นอายความกิ๊บเก๋อย่าง “ไดคังยามะ” แม้เส้นทางส่วนใหญ่ค่อนข้างซับซ้อนเพราะเป็นตรอกซอกซอยชวนหลงสำหรับคนไม่คุ้นเคย แต่กลับเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ไดคังยามะน่าค้นหาอย่างไม่น่าเชื่อ ย่านนี้เป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายประเทศ รวมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติและคนญี่ปุ่นฐานะดี จึงทำให้ทุกพื้นที่ของย่านไดคังยามะดูจะเรียบหรูเก๋ไก๋ไปเสียหมด ร้านค้าส่วนใหญ่มีการออกแบบตกแต่งด้วยสไตล์เรียบง่ายและกลมกลืนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเรือน ทั้งยังเต็มไปด้วยคาเฟ่ชิคๆ ให้นั่งจิบกาแฟชิลๆ รวมถึงร้านอาหารบรรยากาศดีอีกมากมาย เชื่อว่าน่าจะเป็นย่านที่ถูกใจคนรักความสงบ และอาจทำให้คุณเผลอตกหลุมรักเข้าโดยไม่ทันรู้ตัวเชียวละ

back to menu ↑

สถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติสังกัดพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

สถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติสังกัดพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ทางเข้าสถาบันการศึกษาด้านธรรมชาติอยู่ห่างจากสถานีชิโระคาเนะไดและสถานีเมะงุโระด้วยการเดินเท้าประมาณ 10 นาที โดยมุ่งหน้าไปทางถนนเมะงุโระ ที่นี่เมื่อ 400 ถึง 500 ปีที่แล้วเป็นคฤหาสน์ของครอบครัวหรือตระกูลที่มีอำนาจ หลังจากนั้นได้กลายเป็นคฤหาสน์ของแคว้นทาคามัตสึบ้าง เป็นโรงเก็บกระสุนดินปืนบ้าง เป็นที่ดินของสายเลือดจักรพรรดิชิระคาเนะบ้าง ในช่วงเวลาอันยาวนานจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากบุคคลทั่วไปไม่สามารถเข้าไปครอบครองได้ จึงทำให้ยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่และในปีค.ศ. 1949 ได้รับการสงวนตามกฎหมาย และยังได้รับเลือกให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ด้วยค่ะ เพียงก้าวเท้าเข้าไปภายในสวนบรรยากาศของเมืองใหญ่ที่ผ่านมาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ! คิดไม่ถึงว่าจะมีป่าทึบขึ้นกันอย่างหนาแน่น ภายในสวนมีตรอกซอยหรือถนนสำหรับเดินเล่นเตรียมไว้ แต่ต้นไม้น้อยใหญ่ยังคงไว้ตามสภาพเดิมสามารถเพลิดเพลินกับต้นไม้จริง ๆ ที่ไม่ใช่ต้นไม้เทียม


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทเอ็นมหานครโตเกียว(Tokyo Metropolitan Teien Art Museum)

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทเอ็นมหานครโตเกียว(Tokyo Metropolitan Teien Art Museum)

เมื่อเดินเล่นในสวนรอบ ๆ แล้วต่อไปจะไปข้าง ๆ กันคือ TOKYO METROPOLITAN TEIEN ART MUSEUM ซึ่งเปิดเมื่อปีค.ศ. 1983 ก่อสร้างตั้งแต่ช่วงแรกของยุคโชวะ โดยใช้สถาปัตยกรรมรูปแบบ Art Deco ใช้เป็นที่แสดงนิทรรศการศิลปะภายใต้ชื่อ KYUASAKANOMITATEI ความอุดมสมบูรณ์ของแมกไม้นานาพันธุ์ในสวนขนาดใหญ่กลมกลืนกับเมืองหลวง ก็นับว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะที่หายาก เมื่อเดือนพฤศจิกายนปี ค.ศ. 2014 ได้ปิดเพื่อปรับปรุงจากนั้นก็มีการก่อตั้งขึ้นมาใหม่มีคาเฟ่และแกลอรี่ ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ศิลปะนี้มีสนามหญ้ากว้างขวาง สามารถหาอะไรปูนั่งแล้วล้อมวงรับประทานอาหารกันก็ได้ค่ะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ KYUASAKANOMIYATEI

พิพิธภัณฑ์ KYUASAKANOMIYATEI

เมื่อผ่านด้านหน้าสนามหญ้าก็จะถึงอาคารที่เป็นศูนย์กลางของพิพิธภัณฑ์ KYUASAKANOMIYATEI เมื่อปีค.ศ. 1933 สองสามีภรรยา ASAKANOMIYA ได้หลงเสน่ห์ความงามของศิลปะแบบ ART DECO ของฝรั่งเศสในยุครุ่งเรืองสูงสุดจนสั่งให้สร้างคฤหาสน์นี้ เป็นที่มาของประวัติศาสตร์แห่งการก่อสร้างอาคาร ในยุคนั้นไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบญี่ปุ่นและฝรั่งเศสหรือช่างระดับสูงต่างหันมาสนใจศิลปะแบบ ART DECO กันอีกครั้งอย่างจริงจัง ถึงจะพูดว่าตัวอาคารเองก็เป็นผลงานศิลป์ชิ้นหนึ่งก็คงไม่เกินความจริงมากไปแต่อย่างใดเพราะมีสิ่งที่น่าชมมากมาย ตัวอาคารที่เป็นศูนย์กลางกับอาคารใหม่นั้นเชื่อมติดกันแต่ค่าเข้าชมแยกกันต่างหาก


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติ

ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของสวนสาธารณะอุเอโนะเป็นพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ประกอบด้วยการจัดแสดงสิ่งต่างๆ มากกว่า 10,000 ชิ้น ให้ได้สำรวจทุกอย่างตั้งแต่อวกาศ ไดโนเสาร์ไปจนถึงระบบนิเวศที่มีเฉพาะในญี่ปุ่นและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโลก ผลงานที่นำมาจัดแสดงนิทรรศการที่เป็นของจริง และมีโอกาสในการเรียนรู้โดยการพูดคุยโต้ตอบมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายคือ "การอยู่ร่วมกันของมนุษย์และธรรมชาติ"


 

back to menu ↑

ไปชิมซูชิสายพานที่Mawashi-zushi Katsu

ไปชิมซูชิสายพานที่Mawashi-zushi Katsu

ร้านซูชิสายพานร้านนี้ดำเนินงานโดยแฟรนไชส์ซูชิชื่อดัง Midori Zushi ร้านนี้มีซูชิและเมนูข้างเคียงมากกว่า 200 เมนู ซึ่งถูกปรุงมาอย่างดีด้วยวัตถุดิบสดใหม่ ราคาประมาณ 100 เยน ถึง 500 เยน เว็บไซต์ของร้านมีแต่ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น แต่สามารถใช้เว็บแปลภาษาออนไลน์แปลเป็นภาษาอังกฤษได้


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ยูชุกัง (Yushukan)

พิพิธภัณฑ์ยูชุกัง (Yushukan)

เป็นพิพิธภัณฑ์ในศาลเจ้ายาสุกุนิ ซึ่งเก็บความทรงจำของทหารญี่ปุ่นในรอบเกือบสองร้อยปีมานี้ได้อย่างละเอียด ตระหนักได้เลยว่าที่นี่ส่งเสริมความรักชาติญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ เป็นที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกันสงครามของญี่ปุ่นจากมุมมองของนักอนุรักษ์นิยมให้ได้ดูได้ชมกัน อีกทั้งยังได้รู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย ไม่ใช่แค่เป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์เท่านั้น คนที่มองหาจุดซากุระสวยๆในโตเกียว ที่ศาลเจ้ายาสุกุนินี่เรียกได้ว่ามีดีไม่แพ้ที่ไหนๆเลยล่ะค่ะ เนื่องจากมีต้นซากุระเรียงรายที่พร้อมจะผลิบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิให้ได้เพลินเพลินไปกับความสวยงามท่ามกลางบรรยากาศที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายขลังๆ พูดได้เลยว่าฟินลืม


 

back to menu ↑

สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)

สวนโชวะ คิเนน(Showa Kinen Park)

สวนแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ของจักรพรรดิโชวะค่ะ มีขนาดใหญ่ถึง 16,300 เอเคอร์ สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานี Tachikawa Station ทางทิศตะวันตกของโตเกียว ภายในแบ่งโซนออกเป็น 2-3 สวน โดยเชื่อมต่อกันด้วยเส้นทางสำหรับเดินเท้าและจักรยาน หน้าทางเข้าหลักจะเรียงรายด้วยต้นกิงโกะ(ginkgo) และต้นเมเปิ้ลล้อมรอบสวนญี่ปุ่น ซึ่งสวยงามเป็นพิเศษในฤดูใบไม้ร่วง น่าไปเยือนสักครั้งนะคะ


 

back to menu ↑

ตลาดอะเมโยโกะ(Ameyoko Market)

ตลาดอะเมโยโกะ(Ameyoko Market)

ตั้งอยู่ระหว่างสถานีอุเอโนะ (Ueno Station) และสถานีโอคาชิมาชิ (Okachimachi Station) นับเป็นอีกหนึ่งตลาดฮอตฮิตของเมืองโตเกียวเลยทีเดียวค่ะ ดูได้จากบรรยากาศการค้าขายภายในตลาดที่คึกคักคนเยอะอยู่ตลอดเวลา ซึ่งที่นี่จะเป็นตลาดกลางวันที่ร้านส่วนใหญ่จะเริ่มเปิดทำการตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็นๆ และมักจะปิดทุกวันพุธ สิ่งที่น่าจะเป็นจุดเด่นของที่ตลาดแห่งนี้ก็นาจะเป็นสินค้าที่หลากหลายมากๆมีทั้งของสดไปจนถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆอย่าง เครื่องสำอาง กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้าทั้งของญี่ปุ่น ของนำเข้าจากต่างประเทศ อาหารทะเล ผลไม้ ผักสด ร้านขนมของกินเล่น ทาโกะยากิยักษ์ โมจิ ขนมเค้ก ช็อคโกแลต ไอศครีม ชานมไข่มุก และร้านอาหารญี่ปุ่น อย่างราเม็ง ซูชิ ข้าวหน้าปลาไหล พื้นที่ตลาดกินขนาดใหญ่กินพื้นที่ไปหลายซอยรวมถึงชั้นใต้ดินอีกต่างหาก เรียกได้ว่าในห้างมีอะไรที่นี่จัดมาครบแถมมาในราคาที่ถูกกว่าในหลายๆห้างทั่วๆไปเลยนะคะ


 

back to menu ↑

สวนสัตว์อุเอโนะ(Ueno Zoo)

สวนสัตว์อุเอโนะ(Ueno Zoo)

แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของใกล้ใจกลางเมืองย่านอุเอโนะในเมืองโตเกียว ไม่ใช่แค่สวนสัตว์ธรรมดาๆนะคะ แต่เป็นสวนสัตว์ที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่มากที่สุดในญี่ปุ่นเลยล่ะค่ะ บริเวณที่ตั้งยังจะอยู่ภายในสวนอุเอโนะอันโด่งดังนี่เอง การเดินทางก็ง่ายแสนง่ายเพราะ สามารถเดินทางมาได้ง่ายๆเพราะอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟอูเอโนะเพียง 10 นาทีเท่านั้น บอกเลยว่าเป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่มากๆด้วยพื้นที่มากถึง 90 ไร่ ภายในมีการจัดแสดงสัตว์หลากหลายสายพันธุ์แม้แต่สัตว์หายากๆก็มีให้ชมกันนะคะ โดยโนะ มีสัตว์จัดแสดงอยู่มากกว่า 3 พันตัว จากกว่า 400 สายพันธ์ เรียกได้ว่าคนรักสัตว์หรือเด็กจะต้องร้องว้าวกันแน่ๆล่ะค่ะงานนี้


 

back to menu ↑

พักที่โรงแรมในมินาโตะ โตเกียว

พักที่โรงแรมในมินาโตะ โตเกียว

ICI HOTEL Akasaka by RELIEF ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียวและมีลานระเบียงและห้องอาหาร โรงแรมระดับ 3 ดาวนี้ให้บริการห้องพักปรับอากาศพร้อมห้องน้ำส่วนตัว อินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี มีบาร์ แผนกต้อนรับเปิดตลอด... ที่พักไม่ไกลจากรถไฟใต้ดินสถานี Akasaka พนักงานให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมาก ปลั๊กไฟเยอะไม่ต้องใช้ตัวแปลงไฟเลย ห้องสะอาด มีการทำความสะอาดทุกวัน


 

back to menu ↑

สวนฮามะริเคียว(Hama Rikyu)

สวนฮามะริเคียว(Hama Rikyu)

ตั้งอยู่ใกล้กับอ่าวโตเกียว Tokyo Bay ในใจกลางกรุงโตเกียว นับเป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางตึกอาคารอันทันสมัย ที่เปรียบเสมือนปอดของคนโตเกียวเลยก็ว่าค่ะ ในอดีตสวนนี้เคยถูกใช้เป็นที่สำหรับล่าสัตว์ของขุนนางในสมัยเอโดะ ภายหลังการเปลี่ยนแปลจึงได้มีการปรับเปลี่ยนให้สวนแห่งนี้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและยังเป็นส่วนหนึ่งของพระราชวังอิมพีเรียล


 

back to menu ↑

สวนโยโยกิ(Yoyogi Park)

สวนโยโยกิ(Yoyogi Park)

ที่ตั้งอยู่ภายในย่านฮาราจูกุ(Harajuku)นั้น นับว่าเป็นหนึ่งในสวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดของเมืองโตเกียวเลยนะคะ เห็นได้จากปริมาณคนที่เข้ามาพักผ่อนหย่อนใจในแต่ละวันที่ไม่ใช่น้อยๆเลย เรียกได้ว่าแค่ก้าวท้าวเข้ามาภายในสวนแห่งนี้ปุ๊บก็รู้สึกสงบร่มเย็นปั๊บ เพราะมีสระน้ำขนาดใหญ่และยังมีพื้นที่ป่าที่มีต้นไม้อยู่หนาแน่นเรียงรายกันเต็มพื้นที่ ซึ่งก็ไม่แปลกที่จะมีคนมาพักผ่อนหย่อนใจหรือมาทำกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นออกกำลังกายเบาๆ วิ่งกินลม ไปจนถึงมานั่งปิกนิกหรือใช้เวลานั่นนี่โน่นอยู่ตลออดๆ แต่บอกเลยว่าที่ทำให้สวนนี้โด่งดังมากๆก็เห็นจะเป็นการเป็นจุดชมซากุระและใบไม้แดงที่สวยมากๆแห่งหนึ่งของโตเกียวเลยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าทั้งสองฤดูนี่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามคนแน่นเอาเรื่อง หากก็บอกเลยว่าคุ้มค่ากับการมานะคะเพราะสวยจริงอะไรจริง แถมเดินทางก็ง่ายขั้นสุดอีกต่างหาก แบบว่าถ้าไม่อยากขวนขวานไปตามนอกเมืองที่นี่น่าจะเป็นอะไรที่ตอบโจทย์เลยทีเดียว


 

back to menu ↑

ภูเขาทาคาโอะ(Mount Takao)

ภูเขาทาคาโอะ(Mount Takao)

ตั้งอยู่บริเวณรอบนอกของโตเกียว นับเป็นภูเขาแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ใกล้ๆใจกลางกรุงโตเกียว ทำให้หลายๆคนที่อยากจะมาเที่ยวชมธรรมชาติแต่ก็ขี้เกียจไปไกลโตเกียวมากนัก บอกเลยว่ามาที่นี่สบายมากทั้งใกล้และยังสวยไม่แพ้ใครอีกต่างหาก ที่สำคัญยังเป็นจุดชมวิวที่สวยมากที่สุดจุดนึงเลยนะคะ เพราะในวันที่อากาศปลอดโปร่งยังสามารถมองเห็นไปถึงยอดเขาฟูจิเลยทีเดียว แถมยังสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของวัดอีกด้วย รวมทั้งยังสามารถทำกิจกรรมอย่างการเดินป่าได้อย่างสบายๆโดยเส้นทางหลักของการเดินป่าคือเส้นทางที่ 1 เป็นเส้นทางที่กว้างและคดเคี้ยว ยอดเขาสูงถึง 599 เมตร ใช้เวลาประมาณ 90 นาทีในการเดิน ส่วนอีกเส้นทางหนึ่งจะแคบกว่า หากใครไม่ต้องการเดินป่าก็ใช้บริการกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ได้เช่นกัน


 

back to menu ↑

ทานข้าวหน้าทะเลที่ร้าน Minatoya Shokuhin

ทานข้าวหน้าทะเลที่ร้าน Minatoya Shokuhin

Minatoya มีสองร้านใน Ameyoko และมีชื่อเสียงในเรื่อง Kaisen Don หรือข้าวหน้าทะเล มีป้ายเเสดงรูปอาหารหลากหลายเมนูพร้อมคำบรรยายภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษหน้าร้าน วัตถุดิบสดใหม่ส่งตรงมาจากตลาดปลา Tsukiji market ราคาอยู่ที่ประมาณ 500 เยน ที่นี่ทำให้คุณอิ่มได้เต็มที่ในราคาที่ถูกกว่า 1,000 เยน ทั้งสองร้านตั้งอยู่ระยะที่เดินได้ระหว่างทางจากสถานี Ueno และ Okachimachi


 

back to menu ↑

ย่านรปปงงิ(Roppongi)

ย่านรปปงงิ(Roppongi)

เป็นที่รู้จักกันดีของแหล่งสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่ชาวต่างชาติ เช่น บาร์ ร้านอาหาร ไนท์กลับ โดยย่านรปปงงิล้อมรอบด้วยอำเภอ Azabu, Hiroo และ Akasaka ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานทูตหลายๆประเทศ ในยช่วงทศวรรษที่ผ่านมาได้มีการริเริ่มโครงการพัฒนาย่านท่องเที่ยว 2 แห่งใหญ่ของกรุงโตเกียว คือ Roppongi Hills และ Tokyo Midtown ภายในบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยพื้นที่อยู่อาศัย สำนักงาน โรงแรมหรู และพิพิธภัณฑ์ศิลปะอีกหลายแห่ง


 

back to menu ↑

โรงละครคาบูกิซ่า(Kabukiza)

โรงละครคาบูกิซ่า(Kabukiza)

ตั้งอยู่ในย่านกินซ่า เป็นโรงละครหลักประจำเมืองโตเกียวสำหรับชมการแสดงละครคาบูกิแบบดั้งเดิม ซึ่งจัดการแสดงเป็นประจำทุกเดือน ตัวอาคารออกแบบเป็นสไตล์โบราณ และมีเอกลักษณ์

back to menu ↑

รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ(Hachiko Statue)

รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ(Hachiko Statue)

สุนัขผู้ซื่อสัตย์ที่รอคอยเจ้านายอยู่หน้าสถานีชิบูย่าแม้ว่าเจ้านายของมันจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่มันก็ยังคงมานั่งรออยู่ตลอด จึงเป็นเรื่องราวที่โด่งดัง ปัจจุบันบริเวณรูปปั้นนี้เป็นจุดนัดพบที่นิยมและเป็นเหมือนสัญลักษ์ของสถานีชิบูย่า ชอบสุนัขเที่ยวโตเกียวญี่ปุ่นอย่าลืมไปที่นี่


 

back to menu ↑

หมู่เกาะโองาซาวาระ (Ogasawara Islands)

หมู่เกาะโองาซาวาระ (Ogasawara Islands)

หมู่เกาะโองาซาวาระ(Ogasawara Islands) หรือหมู่เกาะโบนิน(Bonin Islands) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเกาะภูเขาไฟในมหาสมุทรแปซิฟิก ห่างจากโตเกียวไปทางทิศใต้ประมาณ 1,000 กิโลเมตร โดยสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ไปประมาณ 25.5 ชั่วโมง(ออกสัปดาห์ละรอบ) ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ คือ เกาะชิชิจิมะ(Chichijima) และเกาะฮาฮาจิมะ(Hahajima) หมู่เกาะแห่งนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมเยือนด้วยชายหาดที่สวยงาม แนวปะการัง และป่าที่ปกคลุมเนินเขา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมกลางแจ้งต่างๆ เช่น ว่ายน้ำกับโลมา เดินป่า พายเรือคายัค ดูปะการัง และดำน้ำ


 

back to menu ↑

เกาะชิชิจิมะ(Chichijima Island)

เกาะชิชิจิมะ(Chichijima Island)

เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดและฮอตที่สุดในหมูนักท่องเที่ยวของหมู่เกาะโองาซาวาระ (Ogasawara Islands)เลยล่ะค่ะ ด้วยความที่เกาะแห่งนี้ได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดีมาอย่างยาวนาน ทำให้ธรรมชาติขอเกาะนั้นทั้งสมบูรณ์และงดงามอย่าบอกใคร โดยบนเกาะจะปกคลุมด้วยป่า ชายหาดสีขาวเนื้อละเอียดทอดยาว และยังมีหน้าผาหินสูงชันหลายจุด ไม่เพียงแค่จะมีธรรมชาติสวยๆให้เราได้ชมกันนะคะ กิจกรรมก็มีอีกมากมายให้ได้เพลินกันไปทั้งวันแบบไม่มีเบื่อ เรียกได้ว่าเป็นเกาะที่เหมาะกับสายธรรมชาติอย่างแท้จริงก็ว่าได้ค่ะ


 

back to menu ↑

เกาะฮาฮาจิมะ(Hahajima Island)

เกาะฮาฮาจิมะ(Hahajima Island)

ตั้งอยู่ทางทิตใต้ของเกาะชิชิจิม่า (Chichijima Island) ไปประมาณ 40 กิโลเมตร คนที่เป็นสายธรรมชาติและกิจกรรมน่าจะชอบที่นี่นะคะ เพราะเกาะแห่งนี้เรียกได้ว่าเป็นเกาะเล็กๆที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวในหมู่เกาะโองาซาวาระที่ยังคงมีสภาพแวดล้อมที่ยังคงความเป็นธรรมชาติยู่มากๆ เนื่องจากได้รับการอนุรักษ์เช่นเดียวกันกับเกาะชิชิจิมะ(Chichijima Island)  อีกทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกก็อาจจะไม่ได้ครบครันมากนัก แต่นั่นกลายมาเป็นข้อดีที่ทำให้เราได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติได้อย่างที่หาได้ยากจากเกาะดังๆที่อื่นเลยล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

โอโมเตะซันโด (Omotesando)

โอโมเตะซันโด (Omotesando)

ถนนช็อปปิ้งชื่อดังที่เต็มไปด้วยร้านค้าในแถบนี้ส่วนมากจะเป็นแบรนด์เนมดังๆอย่าง Dior, Gucci และ Louis Vuitton  ทั้งยังเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าสุดหรูอย่าง Omotesando Hills และ Tokyo Plaza อารมณ์เหมือนเดินที่ Champs-Élysées ที่ปารีสยังไงยังงั้น บริเวณที่ตั้งอยู่ติดๆกับฮาราจูกุ (Harajuku) แวดล้อมไปด้วยตึกอาคารที่แลดูทันสมัยเพราะเพิ่งจะก่อตั้งได้ไม่นานนัก หากก็ฮอตฮิตติดลมบนอย่างรวดเร็ว ยิ่งช่วงเทศกาลคริสต์มาสนี่ตามสองฝั่งจะถูกประดับประดับไปด้วยไฟจำนวนมาก เดินช่วงค่ำๆที่เริ่มเปิดไฟแล้วช่างดีงาม


 

back to menu ↑

พักที่โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว

พักที่โรงแรมเคย์โอ พลาซ่า โตเกียว

Keio Plaza Hotel Tokyo ตั้งอยู่ในย่าน Shinjuku ซึ่งเต็มไปด้วยตึกระฟ้า ห่างจาก Shinjuku Train Station โดยใช้เวลาเดินเพียง 5 นาที โรงแรมแห่งนี้มีทิวทัศน์เมืองมุมกว้างในย่าน Shinjuku บริการอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) ฟรี และห้องอาหาร 21 ห้อง

ห้องพักอันสะดวกสบายของ Tokyo Hotel Keio Plaza มีทิวทัศน์มุมกว้างของเส้นขอบฟ้าในย่าน Shinjuku โทรทัศน์จอแบนพร้อมช่องรายการระบบดาวเทียม มินิบาร์ กาต้มน้ำไฟฟ้า ห้องน้ำในตัวพร้อมอ่างอาบน้ำ เครื่องเป่าผม และเครื่องใช้ในห้องน้ำฟรี ตลอดจนชุดคลุมยูกาตะสไตล์ญี่ปุ่นและรองเท้าแตะสำหรับผู้เข้าพักทุกท่าน

ผู้เข้าพักสามารถใช้บริการศูนย์ออกกำลังกายฟรี และใช้บริการสระว่ายน้ำกลางแจ้งโดยมีค่าธรรมเนียม โรงแรมยังมีห้องคาราโอเกะ ร้านสะดวกซื้อ ศูนย์บริการธุรกิจ และบริการรถรับส่งฟรีไปยัง Tokyo Disney Resort


 

back to menu ↑

โอไดบะ (Odaiba)

โอไดบะ (Odaiba)

โอไดบะมีลักษณะเป็นเกาะที่ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ ที่ปัจจุบันนับว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจของกรุงโตเกียว เนื่องจากเป็นศูนย์รวมห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แหล่งบันเทิง และสถานที่ท่องเที่ยวไฮไลท์ๆของโตเกียวไว้มากมาย ห้างสรรพสินค้าเด่นๆย่านนี้มี “อาทิ Diver City, Decks, Aquacity และ Palette Town” ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ หุ่นยนตร์กันดั้มตัวโต ด้านหน้า DiverCity ไม่ว่าใครมาก็อดต้องร้องว้าวกับขนาดมโหฬารสูงเกือบเท่าตึก 7 ชั้นของมันไม่ได้ แถมยังเอาใจสาวกกั้มดั้มด้วยพิพิธภัณฑ์ที่มีของที่ระลึกเกียวกับกั้มดั้มให้เลือกซื้อหามากมายหลายอย่าง


 

back to menu ↑

นิฮงบาชิ(Nihonbashi)

นิฮงบาชิ(Nihonbashi)

ย่านการค้าที่เคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าเมื่อสมัยอดีต และยังคงเป็นแหล่งการค้าที่ได้รับความนิยมอยู่ไม่เสื่อมคลายในปัจจุบัน ทำให้มีห้างสรรพสินค้าใหญ่หลายแห่งที่ตั้งอยู่บริเวณนี้อย่าง มิสึโกชิ นิฮงบาชิ (Mitsukoshi Nihonbashi) และคอเรโดะ นิฮงบาชิ (Coredo Nihonbashi) ส่วนมากที่มาเดินจะเป็นคนญี่ปุ่นมากกว่านักท่องเที่ยว จึงเหมาะสำหรับที่ต้องการสัมผัสวิถีการค้าและคนไม่แออัดยัดเยียดเหมือนย่านดังๆที่นักท่องเที่ยวนิยมไป


 

back to menu ↑

มัสยิดกลางโตเกียว (Tokyo Camii & Turkish Culture Center)

มัสยิดกลางโตเกียว (Tokyo Camii & Turkish Culture Center)

มัสยิดที่เปรียบเสมือนวัดของศาสนาอิสลาม มีอยู่ประมาณ 80 ที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่โยโยกิอุเอฮาระ ในโตเกียว มี Tokyo Camii & Turkish Culture Center ที่ว่ากันว่าเป็นมัสยิดที่สวยงามที่สุดในเอเชีย แม้ว่าจะเป็นชาวมุสลิมหรือไม่ก็ตาม ที่นี่ก็ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมมาก ๆ เลยค่ะ สำหรับชาวมุสลิมแล้ว ไม่เพียงแต่เป็นสถานที่ทำละหมดที่สวยที่สุดในเอเซียเท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่จะได้พบเจอกับผู้คนในศาสนาเดียวกัน และรับประทานอาหารฮาลาลด้วยค่ะ คนที่ไม่ใช่ชาวมุสลิมสามารถเข้าร่วมทัวร์ที่จัดขึ้นในวันเสาร์อาทิตย์ เพื่อเข้ามาเรียนรู้เกี่ยวกับศาสนาอิสลามมากขึ้น แถมยังสามารถเยี่ยมชมชาวมุสลิมที่กำลังทำละหมาดได้ด้วย เพียงแต่ห้ามถ่ายรูปค่ะ และยังมีอาหารตุรกี หรือของฝากเจ๋ง ๆ มากมายรออยู่ด้วยนะคะ เพียงแต่ว่าที่นี่เป็นสถานที่ทางศาสนา อย่าลืมอ่านกฎของสถานที่ให้ชัดเจนกันด้วยนะคะ


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเอโดะ(Edo-Tokyo Open Air Museum)

พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเอโดะ(Edo-Tokyo Open Air Museum)

ตั้งอยู่ภายในสวนโคงาเนะ(Koganei Park) ชานเมืองทางทิศตะวันตกของกรุงโตเกียว โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้นั้นถือได้ว่าเป็นสาขาของพิพิธภัณฑ์เอโดะ-โตเกียว(Edo-Tokyo Museum)ในย่านเรียวโงกุ(Ryogoku)อีกด้วยนะคะ ถ้าใครอยากจะมาชมอะไรที่มันคลาสสิก พร้อมชมประวัติศาสตร์ไปด้วยที่นี่นับว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวแนว ๆ ที่น่าจะถูกใจได้ไม่ยาก เพราะที่นี่นั้นแค่ตึกต่าง ๆ นี่ก็กินขาดแล้วล่ะค่ะ


 

back to menu ↑

ทานร้านเกี๊ยวซ่าที่ร้านHarajuku Gyoza Lou

ทานร้านเกี๊ยวซ่าที่ร้านHarajuku Gyoza Lou

Harajuku Gyoza Lou เป็นร้านขายเกี๊ยวซ่าโดยเฉพาะ และอยู่ห่างจากรถไฟใต้ดินสถานี Meiji Jingumae 260 เมตร เมนูที่นี่เรียบง่าย เกี๊ยวซ่าทอดหรือต้ม 6 ชิ้น ราคา 290 เยน สามารถเลือกได้ว่าจะใส่กระเทียมหรือไม่ เมนูเครื่องเคียงก็เรียบง่ายและอร่อยเช่นกัน เนื่องจากร้านนี้เป็นที่นิยมมาก อาจจะต้องรอนานสักนิดนึง แต่รับรองว่าคุ้มค่าการรอคอยอย่างแน่นอน ทั้งมื้อราคาจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 เยนเท่านั้น


 

back to menu ↑

ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Fish Market)

ตลาดปลาโทโยสุ (Toyosu Fish Market)

ศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนปลาและสัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียวและยังถือเป็นตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วยนะคะ ในแต่ละวันจะมีการซื้อขายปลาและสัตว์น้ำมากกว่า 2000 ตัน ตลาดจะเปิดตั้งแต่ตี 5 ถึงบ่าย 2 โมง หากอยากจะมาชมการประมูลปลาทูน่า จะต้องมาระหว่าง 05.25-6.15 น. และมาต่อคิวแต่เนิ่น ๆ เพราะทางตลาดจะอนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้แค่ 120 คนต่อวันเท่านั้นค่ะ นอกจากจะขายปลาและอาหารทะเลเป็นหลักแล้ว ก็ยังขายผัก ผลไม้อีกด้วย ส่วนคนที่รักอาหารทะเลและซูชิก็ไม่น่าพลาด เพราะในละแวกตลาดปลาซึกิจิ ก็มีร้านอาหารทะเลและร้านซูชิที่รับประกันความสด อร่อย และราคาย่อมเยาอยู่มากมายเลยค่ะ


 

back to menu ↑

โอโมเตะซันโด/อาโอยาม่า (Omotesando Aoyama)

โอโมเตะซันโดอาโอยาม่า (Omotesando Aoyama)

ย่านไลฟ์สไตล์อันทันสมัยอยู่ติดกับฮาราจูกุ ถนนโอโมเตะซันโด (Omotesando) ซึ่งได้ขนานนามว่า “ถนนช็องเซลีเซ แห่งกรุงโตเกียว” (Champs-Elysees of Tokyo) เป็นย่านที่เต็มไปด้วยร้านสินค้าแบรนด์เนม


 

back to menu ↑

เรียวโงคุ (Ryogoku)

เรียวโงคุ (Ryogoku)

สถานที่ตั้งเวทีซูโม่ ณ สนามเรียวโงคุ โคคุกิคัง (Ryogoku Kokugikan National Sumo Stadium) และพิพิธภัณฑ์ซูโม่ ย่านที่เป็นศูนย์กลางและจัดการแข่งขันกีฬา “ซูโม่ (Zumo)” ที่มีชื่อเสียงในญี่ปุ่น ถ้าคุณชอบกีฬาซูโม่ห้ามพลาดที่นี่เด็ดขาด


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์ดาบญี่ปุ่น (Japanese Sword Museum)

พิพิธภัณฑ์ดาบญี่ปุ่น (Japanese Sword Museum)

ที่นี่จัดแสดงดาบญี่ปุ่นรูปแบบต่างๆ ในแต่ละสมัย พิพิธภัณฑ์ดาบญี่ปุ่น(Japanese Sword Museum) ตั้งอยู่ที่ย่านชินจูกุ(Shinjuku)ของเมืองโตเกียว(Tokyo) ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่แหวกแนวความเป็นไอคอนแฟชั่นของย่านนี้เลยก็ว่าได้ เพราะความที่เป็นพิพิธภัณฑ์ดาบที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆนี่เอง โดยที่นี่นั้นเป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับดาบรูปแบบต่างๆ ที่รวบรวมได้จากทั่วประเทศญี่ปุ่น และการดูแลรักษา มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอีกด้วย


 

back to menu ↑

เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park)

เซ็นทรัล พาร์ค (Central Park)

สวนสาธารณะกลางใจเมือง ตั้งอยู่ด้านหลังของอาคารสำนักงานบริหารมหานครโตเกียว(Tokyo Metropolitan Government Building) ภายในย่านชินจูกุ(Shinjuku)ของเมืองโตเกียว(Tokyo) เรียกได้ว่าเป็นหย่อยขยาดย่อมใจกลางเมืองที่ขนาบด้วยตึกอาคารทันสมัยเพียบเลยทีเดียว จุดนี้นี่จะเป็นที่นิยมมากๆสำหรับหนุ่มสาวออฟฟิศที่อยากมานั่งพักผ่อนระหว่างวันหรือแม้กระทั่งมาทั่งทานกลางวันแบบเพลินๆกัน โดยสวนแห่งนี้นับว่าเป็นโอเอซิสกลางเมืองก็ว่าได้


 

back to menu ↑

ย่านราตรีคาบูกิ (Kabukicho)

ย่านราตรีคาบูกิ (Kabukicho)

แหล่งท่องเที่ยวยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ มีทั้งร้านอาหาร ผับบาร์ และที่เที่ยวยามราตรีมากมาย หากคุณชอบแสงสียามค่ำคืนต้องมาที่นี่เลย


 

back to menu ↑

โตเกียวโอเปร่าซิตี้ (Tokyo Opera City)

โตเกียวโอเปร่าซิตี้ (Tokyo Opera City)

ตึกสูงระฟ้าเป็นที่จัดแสดงโอเปร่าของเมือง อีกทั้งยังมีสวนอาหารลอยฟ้าและร้านสินค้ามากมายที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินระหว่างรอชมโอเปร่า หรือหากจะไปเดินเล่นชิลๆก็ได้อีกเช่นกัน


 

The inspiration about writing comes from hour and hour of constant work because I want to make contribution to the world.

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Login/Register access is temporary disabled