100 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิตาลี

100 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในอิตาลี

หากพูดถึงประเทศอิตาลี หลายคนคงนึกถึงอาหารสไตล์อิตาเลียน อย่างพิซซ่า สปาเก็ตตี้ และยังรวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยว สถาปัตยกรรมต่างๆ ที่สวยงาม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ดึงดูดทำให้นักท่องเที่ยวอยากเข้าไปสัมผัสอิตาลีกันอย่างต่อเนื่อง หากคุณกำลังมีโปรแกรมไปเที่ยวอิตาลี เราได้รวบรวม 100 สถานที่ไว้ให้คุณแล้ว รับรองว่าถูกใจแน่นอน

กรุงโรม (ROME)

กรุงโรม (ROME)

“กรุงโรม” เมืองหลวงของอิตาลีที่หากใครไม่ได้ไปเยือนก็เหมือนไปไม่ถึงอิตาลีแน่นอน ซึ่งกรุงโรม เป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นลาซิโอและประเทศอิตาลี ตั้งอยู่ทางตอนกลางของประเทศ ในเขตตัวเมืองมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 2.5ล้านคน  โรมมีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 2,800 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ดริมฝั่งแม่น้ำไทเบอร์ตอนกลางของประเทศ โดยเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรในอดีตมากมาย เช่น ราชอาณาจักรโรมันสาธารณรัฐโรมัน และจักรวรรดิโรมัน โรมเคยเป็นเมืองที่มีบทบาทมากที่สุดของอารยธรรมตะวันตกและในอดีตได้เป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปัจจุบันได้เป็นเมืองหลวงของประเทศอิตาลีตั้งแต่ ค.ศ. 1870


 

back to menu ↑

โคลอสเซียม (Colosseum)

โคลอสเซียม (Colosseum)

โคลอสเซียม หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เป็นสนามกีฬากลางแจ้งที่ใหญ่โตแอนด์มโหฬารที่สุดในสมัยโบราณค่า สร้างขึ้นในปี ค.ศ.72 โดยจักรพรรดิเวสปาเซียน รูปทรงโค้งเป็นวงกลม ก่อด้วยอิฐและหินขนาดใหญ่ วัดโดยรอบ ยาว 527 เมตร สูง 57 เมตร มี 4 ชั้น จุคนได้ถึงประมาณ 80,000 คนเลยทีเดียว ที่นี่มีการออกแบบทางระบายน้ำเพื่อไม่ให้น้ำท่วมขังตอนฝนตก ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในปัจจุบัน งานที่สร้างในสมัยนั้นแต่ยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ น่านับถือฝีมือมากๆ


 

back to menu ↑

Roman Forum

Roman Forum

เมื่อมาชม Colosseum แล้วก็ไม่ควรพลาด Roman Forum ที่ปัจจุบันเป็นเศษซากปรักหักพังอันเป็นหลักฐานของความเจริญรุ่งเรืองในอดีตของยุคโรมันที่คุณจะได้เดินชมเมืองเพลินๆ นอกจากนี้ตั๋วบัตรเข้าชม Roman Forum นั้นยังเป็นใบเดียวกับ Colosseum อีกด้วย


 

back to menu ↑

Palatine Hill

Palatine Hill

Palatine Hill เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ใช้บัตรเข้าชมใบเดียวกันกับ Colosseum และ Roman Forum ที่นี่เป็นเนินเขาที่เดินต่อมาจาก Roman Forum มีหลายโซนที่น่าสนใจให้เยี่ยมชม โดยเป็นอีกที่หนึ่งที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรืองของโรมันในอดีต อาคารบางแห่งบนเนินเขานี้นั้นบางที่ยังคงรักษาความสมบูรณ์ไว้ได้ค่อนข้างมาก ยังสามารถเห็นจิตรกรรมฝาผนังโมเสกได้ และที่นี่ยังเป็นที่ตั้งของถ้ำที่เป็นที่อาศัยของสุนัขและฝาแฝดที่สร้างโรมในตำนาน และยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามของ Roman Forum อีกด้วย


 

back to menu ↑

St Peter’s Basilica

St Peter’s Basilica

St Peter’s Basilica เป็นมหาวิหารในเขตของนครรัฐวาติกัน เป็นมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี เป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์มากสำหรับโรมันคาทอลิก เพราะเป็นที่ฝังศพของนักบุญเปโตร พระสันตะปาปาองค์แรกแห่งกรุงโรม และพะสันตะปาปาองค์สำคัญอื่นๆ ด้วย เที่ยวอิตาลีอย่าลืมแวะมาชมความสวยงามของที่นี่


 

back to menu ↑

Saint Peter’s Square

Saint Peter’s Square

Saint Peter’s Square จัตุรัสสวยงามด้านหน้ามหาวิหารนักบุญเปโตร โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอันงดงามแบบโรมนะ มีเสาโอเบลิคเสาที่สร้างขึ้นในอียิปต์ตั้งตระหง่านตรงกลาง ล้อมรอบด้วยเสาหินหลายสิบต้น และมีน้ำพุอยู่ที่ที่สองข้างของจัตุรัส


 

back to menu ↑

Castel Sant’Angelo

Castel Sant’Angelo

Castel Sant’Angelo หรือสุสานของเฮเดรียน อีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งกรุงโรมที่มีสะพานสวยงามเชื่อมจาก Peter’s Square เนื่องด้วยที่นี่ครั้งหนึ่งได้ถูกพระสันตะปาปาใช้เป็นป้อมปราการสำหรับหลบภัย ในปัจจุบันนั้นที่นี่เป็นหนึ่งในอาคารที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติโรม


 

back to menu ↑

มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon)

มหาวิหารแพนธีออน (Pantheon)

มหาวิหารแห่งนี้มีอายุกว่า 2,000 ปี แค่ดูอายุก็รู้แล้วว่าขลัง แต่เดิมสร้างโดยมาร์คัส วิพซานิอัส อกริพพา (Marcus Vipsanius Agrippa) ใช้เป็นเทวสถานสำหรับเทพต่างๆ ของโรมันโบราณและเป็นคริสต์ศาสนสถานของโรมันคาทอลิก ต่อมาได้รับการสร้างใหม่ในต้นคริสต์ศตวรรษที่ 2 และก็ยังคงใช้งานกันมาตลอดตั้งแต่สร้างครั้งแรก แต่สภาพยังดีเหมือนเดิมเลย นอกจากกาลเวลาจะไม่สามารถทำให้มหาวิหารแพนธีออนผุพังไปได้แล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันที่คงสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงอัจฉริยะในการสรรค์สร้างของสถาปนิกสมัยโบราณจริงๆ


 

back to menu ↑

Trevi Fountain

Trevi Fountain

Trevi Fountain น้ำพุชื่อดังของกรุงโรมที่นักท่องเที่ยวล้วนให้ความสนใจ เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่และสวยงามแล้ว ยังมีความเชื่อและธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาของน้ำพุแห่งนี้คือ ถ้าหากอธิษฐานแล้วหันหลัง โยนเหรียญข้ามไหล่ซ้ายลงไปใต้น้ำพุนี้ได้ จะได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง


 

back to menu ↑

National Rome Museum

National Rome Museum

National Rome Museum แน่นอนว่าเสน่ห์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของกรุงโรมคือเรื่องของประวัติศาสตร์และวัตถุทางโบราณคดี ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโรมจะเป็นแหล่งรวบรวมวัตถุทางโบราณคดีมากมายที่ถูกค้นพบในโรมตั้งแต่สมัยโรมันยุคโบราณกันเลยทีเดียว


 

back to menu ↑

Capitoline Museum

Capitoline Museum

capitoline Museum พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงโชว์เกี่ยวกับประติมากรรมชิ้นเอกต่างๆ ตั้งแต่สมัยยุคโรมันโบราณ ที่โดดเด่นด้วยการจัดอีเว้นท์มากมาย และหนึ่งในอีเว้นท์ที่สำคัญคือการจัดนิทรรศการแสดงโชว์อาวุธโรมันโบราณอันน่าตื่นตาตื่นใจ


 

back to menu ↑

Basilica di Santa Maria Maggiore

Basilica di Santa Maria Maggiore

Basilica di Santa Maria Maggiore เป็นอีกหนึ่งมหาวิหารเอกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกในกรุงโรม วิหารแห่งนี้มีตำนานสำหรับการก่อสร้างที่แสนมหัศจรรย์เกี่ยวกับหิมะในฤดูร้อน โดยเชื่อกันว่าวิหารนี้เกิดขึ้นด้วยความตั้งใจของพระแม่มารีที่ปรากฏตัวให้พระสันตะปาปาเห็นและทำการกำหนดจุดที่ต้องการสร้างด้วยการเนรมิตหิมะในฤดูร้อนเพื่อชี้จุดนั่นเอง


 

back to menu ↑

Campo de’ Fiori

Campo de’ Fiori

Campo de’ Fiori เป็นย่าน Market ที่เป็นตลาดขายผัก ผลไม้สด ดอกไม้และสินค้าพื้นเมืองในตอนกลางวันและแหล่งสังสรรค์ยามค่ำคืน ที่นี่เป็นหนึ่งสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ด้วยเป็นลานประหารของบุคคลสำคัญอย่างบรูโนที่ถูกเผาทั้งเป็นที่นี่ตรงจุดที่มีอนุสาวรีย์ของเค้าตั้งอยู่นั่นเอง


 

back to menu ↑

Spanish Steps

Spanish Steps

Spanish Steps บันไดที่กว้างและยาวที่สุดในยุโรปที่อยู่ไม่ไกลจาก Pantheon และ Trevi Fountain ที่นอกจากความสวยงามและยิ่งใหญ่แล้วยังโด่งดังมาจากฉากในภาพยนตร์เรื่องดัง Roman Holiday อีกด้วย


 

back to menu ↑

Vatican Museum

Vatican Museum

Vatican Museum พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ในนครรัฐวาติกันที่ภายในตกแต่งสวยงามตั้งแต่พื้นยันเพดาน เป็นแหล่งรวบรวมสมบัติเก่าแก่หลายร้อยปีของวัดคาทอลิก มีห้องที่น่าสนใจหลายห้อง และโดดเด่นด้วยมุมมหาชนอย่างบันไดวนอันสวยงามที่ถ้าหากขึ้นไปชั้นบน เมื่อมองลงมาจะเห็นบันไดหมุนเกลียวไล่ระดับชั้นครบทุกชั้นอย่างสวยงาม


 

back to menu ↑

พักที่ โฮเทลฮัสเลอร์ (Hotel Hassler)

พักที่ โฮเทลฮัสเลอร์ (Hotel Hassler)

เที่ยวอิตาลีกับที่พักดีๆ ที่นี่เป็นโรงแรมที่ตั้งอยู่สุดยอดบันไดสเปน (Spanish step) แห่งนี้เปิดตั้งแต่ปี 1893 มีทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตาของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ และฉากหลังที่สวยงามของทะเลกระเบื้องดินเผาสีส้ม ไม่แปลกใจเลยที่เกรซ เคลลี (Grace Kelly) เลือกที่จะมาฮันนีมูนที่นี่ และยังมีดาราฮอลลีวูดอีกมากที่มาที่นี่ เช่น วู้ดดี้ อัลเลน (Woody Allen) กวินเน็ธ พัลโทรว์ (Gwyneth Paltrow) และทอม ครูซ (Tom Cruise) เพื่อมาพักผ่อนเวลามาเยือนกรุงโรม โรงแรมแห่งนี้มีห้องพัก 96 ห้อง และห้องสวีทที่ตกแต่งด้วยจานกระเบื้องอย่างหรูหรา ผ้าไหมฝรั่งเศส เครื่องเรือนโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และโคมไฟแบบเวนิส นอกจากนี้ที่โรงแรมยังมีร้านอาหารมิชลินสตาร์ และสปาชั้นเลิศอีกด้วย


 

back to menu ↑

Campo de Fiori

Campo de Fiori

ตลาดนัดของเกษตรกร Campo de Fiori สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอีกแห่งของโรม ที่เหมาะสำหรับนักชิมสำหรับการลิ้มรสชาติอาหารหลากหลายชนิด จาก farmer ท้องถิ่นชาวอิตาเลี่ยน มีชีสอิตาเลียนรสเลิศ ผัก ผลไม้สด และเนื้อเย็นของแฮมอิตาเลียนที่มีชื่อเสียงระดับโลก  ที่นี่คุณจะได้พบกับทุกอย่างที่นักชิมอาหารสามารถฝันถึง นอกจากนั้นตลาดนี้ยังเป็นสถานที่ที่ดีในการเลือกซื้อของที่ระลึก เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ Limoncello ที่ทำขึ้นเองบรรจุในแพคเกจสุดเก๋ หรือน้ำมันมะกอก Lazio ท้องถิ่น เป็นต้น


 

back to menu ↑

Via del Corso

Via del Corso

ถนนช้อปปิ้งหลักใจกลางกรุงโรมที่มีความยาวรวมของถนนประมาณ 1.5 กิโลเมตร ตั้งแต่ Piazza Venezia ไปจนถึง Piazza del Popolo ตลอดเส้นทางสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมของอาคารโดยรอบ เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง อีกทั้งยังมีร้านค้าร้านอาหาร และ Shop ขายสินค้ามากมาย มีร้านกาแฟ ร้านไอติมน่านั่ง ร้านค้าส่วนใหญ่จำหน่ายสินค้าสไตล์อิตาเลี่ยนที่มีทั้งถุงมือ หมวก ผ้าไหม และกระเป๋าหนังที่มีชื่อเสียงของอิตาลี มีศูนย์การค้าชื่อดังอย่าง Galleria Alberto Sordi ตั้งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย


 

back to menu ↑

Galleria Alberto Sordi

Galleria Alberto Sordi

Shopping mall แห่งเดียวที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรมบนถนน Via del Corso ที่มีต้นแบบมาจาก ห้าง Galleria ที่ตั้งอยู่ทางเหนือในเมืองมิลาน จึงได้รับการตกแต่งที่สวยงามหรูหราคล้ายคลึงกับต้นฉบับ โดยเฉพาะในส่วนของเพดานกระจกและการตกแต่งโดยใช้ศิลปะสไตล์ Art Deco ศูนย์การค้าแห่งนี้เพิ่งเปิดให้บริการในปี 2004 ภายในมีสินค้าแบรนด์ดังมากมายไว้ต้อนรับขาช้อป เช่น Zara , Son , CK Calvin Klein หรือ Richard Ginori เป็นต้น


 

back to menu ↑

La Rinascente

La Rinascente

เป็นห้างสรรพสินค้าแบบ Department Store ที่ตั้งอยู่ใน Galleria Alberto Sordi ที่คนไทยรู้จักกันดีเพราะมีเจ้าของคือ Central group มีมากกว่า 10 สาขาทั่วอิตาลี สาขาที่ใหญ่ที่สุดคือสาขาใน Galleria ที่มิลาน ภายในมีสินค้าแบรนด์ดังระดับไฮเอนท์ไปจนถึงระดับกลางๆ ที่เป็นที่นิยมมากมาย ทั้งเครื่องแต่งกาย เช่น Diesel , Victoria Beckham , Burberry , Guess เป็นต้น หรือเครื่องสำอางค์ เช่น Mac , Lancôme, Gucci , Dior เป็นต้น และยังมีของตกแต่งบ้าน สโตร์ของสด และร้านอาหารและเครื่องดื่มอีกด้วย


 

back to menu ↑

Castle Romano outlet

Castle Romano outlet

เป็นที่ทราบกันดีว่า Outlet นั้นเป็นแหล่งช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในราคาถูก  Outlet นี้ตั้งอยู่บน Via Ponte do Piscina Cupa ซึ่งมีสินค้าแบรนด์ดังให้เลิกช้อปกันมากกว่า 140 แบรนด์รวมไปถึง Vatentino , Furla , Roberto และ Patrizia Pepe สำหรับคนชอบของดีราคาคุ้มค่า


 

back to menu ↑

จัตุรัส นาโวน่า(Piazza Navona)

จัตุรัส นาโวน่า(Piazza Navona)

จัตุรัส นาโวน่า(Piazza Navona) เป็นอีกหนึ่งจัตุรัสที่จัดได้ว่าเป็นจัตุรัสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดและสวยที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา ทั้งน้ำพุสวยๆ หลายจุดในบริเวณ  ร้านอาหารหลายร้าน ตึกอาคารสีสันสดใส และเพียบไปด้วยสินค้าอาร์ตๆ และโชว์เก๋ๆ ให้ได้ชมกัน นอกจากนั้นแล้วยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอย่างน้ำพุเทรวีและ Patheon อีกด้วย


 

back to menu ↑

Porta Portese

Porta Portese

ตลาดนัดวันอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลี เป็น market ที่มีบรรยากาศสนุกสนานคึกคัก และมีชีวิตชีวาอย่างมาก มีสินค้าให้เลือกช้อปปิ้งกันอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เครื่องประดับ เฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งต่างๆ หนังสือเก่าๆ ไปจนถึงงานศิลปะอาร์ตๆ ตลาดแห่งนี้คุณสามารถหาสินค้าแฮนเมกเก๋ๆ ที่สวยงาม โดดเด่นและมีสไตล์ที่ไม่เหมือนใครที่จะช่วยเตือนความจำสำหรับการมาท่องเที่ยวอิตาลีได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


 

back to menu ↑

Ponte Vecchio 

Ponte Vecchio 

สะพานทรงโค้งต่อกันสามอันสีสันสดใส เป็นสะพานเก่าแก่ที่เป็นที่กล่าวขานว่าด้วยความสวยงามของสะพานแห่งนี้ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างเดียวที่ไม่โดนผลกระทบจากระเบิดทำลายล้างของกองทัพนาซีเนื่องจากเป็นคำสั่งโดยของฮิตเลอร์ที่ไม่ต้องทำลายสะพานนี้ บนสะพานมีร้านค้าอัญมณีให้เลือกหลายร้าน มีร้านขานของที่ระลึกต่างๆ รวมไปถึงเป็นแหล่งรวมช่างทองฝีมือดี โดยมีรูปปั้นของอดีตสุดยอดช่างทองที่กลางสะพานด้วย  มีช่องไว้สำหรับการชมวิวเมืองและแม่น้ำอาร์โนจากด้านบนของสะพาน


 

back to menu ↑

The mall luxury outlet

The mall luxury outlet

ที่นี่อยู่ระหว่างทางกลับฟลอเรนซ์เพื่อช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมราคาถูก  โดยเป็น outlet ที่ดีที่สุดสำหรับการช่อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมในอิตาลีที่ทั้งราคาดีที่สุดและมีหลากกลายแบรนด์ให้ได้เลือกช้อปกันอีกด้วย ด้วยเฉพาะแบรนด์ที่กำเนิดในอิตาลีอย่าง Gucci, Prada หรือ Fendi ยิ่งราคาถูกมากเป็นพิเศษ


 

back to menu ↑

มหาวิหารดูโอโม่ (Milan Duomo) 

มหาวิหารดูโอโม่ (Milan Duomo) 

ถือเป็นสถานที่แลนด์มาร์กที่ใครมาเที่ยวมิลานต้องนึกถึงเป็นอันดับแรก ด้วยสีขาวของหินอ่อน และการแกะสลักตกแต่งได้อ่อนช้อยงดงามตามแบบฉบับโกธิค ที่ใช้เวลาสร้างยาวนานถึง 400 ปี ทำให้มหาวิหารแห่งนี้กลายเป็นเสน่ห์แห่งมิลานที่เชื้อเชิญให้ผู้คนมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่กว้างใหญ่อลังการ คือ แกลลอเรีย วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล (Galerie Victor Emmanuel) ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่สุดคลาสสิค แหล่งรวมแบรนด์เนมชื่อดัง ร้าน Prada ร้านแรกของโลกก็ตั้งอยู่ที่นี่ น่าสนใจขนาดนี้นักช้อปจะพลาดได้ยังไง


 

back to menu ↑

มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral)

มหาวิหารมิลาน (Milan Cathedral)

มหาวิหารแห่งมิลาน (Milan Cathedral) ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ถ้าไม่มาที่นี่ถือว่ามาไม่ถึงมิลานเชียวนะ กับมหาวิหารศิลปะโกธิคแบบอิตาลียิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยขนาดกว้าง 92 เมตร และสูงถึง 157 เมตร วิหารแห่งนี้เริ่มก่อสร้างปี ค.ศ. 1386 และเสร็จสิ้นปี ค.ศ. 1965 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานกว่า 579 ปีเลยทีเดียวค่ะ ส่วนไฮไลท์ของวิหารมิลาน คือ สถาปัตยกรรมสง่างามน่าเซลฟี่ บางคนเรียกว่าวิหารเม่น เพราะบนตัววิหารมีแต่ยอดแหลมคล้ายตัวเม่น ภายในวิหารมีศิลปะงดงามเกินคำบรรยาย บริเวณลานกว้างเป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปทรงม้าของกษัตริย์พระองค์แรกในราชอาณาจักรอิตาลี วิตโตรีโยเอ มานูเอเลที่ 2 (Vittorio Emanuele II) มาชมความงดงามของสถาปัตยกรรมให้เต็มอิ่ม นอกจากนี้รอบๆ วิหารยังมีของที่ระลึกวางจำหน่ายด้วย


 

back to menu ↑

ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco)

ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sforzesco)

ปราสาทสฟอร์เซสโก้ (Castello Sfozesco) สถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่และมีความสำคัญของอิตาลี ตั้งอยู่ใน Parco Sempione สวนสาธารณะเขียวขจีขนาดกว้างขวาง ชาวอิตาเลียนนิยมมาวิ่งออกกำลังกายกัน ความสง่างามและน่าเกรงขามจากกำแพงอิฐไซส์บิ๊กเรียงรายอย่างมีระเบียบตามสไตล์ยุคกลาง แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของหอคอยสูง 70 เมตร ภายในมีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ที่มีชื่อว่า Museum of Ancient Art ให้ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาเมืองมิลานและเรื่องราวของปราสาทสฟอร์เซสโก้ นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่เก็บผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังอย่าง ไมเคิล แองเจลโลรวมทั้งผลงานของเหล่าศิลปินชื่อดังในยุคเรเนสซองส์อีกเพียบ ดังนั้น ใครที่ชอบงานศิลป์ต้องไปเยือน


 

back to menu ↑

ช้อปปิ้งที่ถนน Corso Buenos Aires

ช้อปปิ้งที่ถนน Corso Buenos Aires

ถนนเส้นหลักแห่งกรุงมิลาน Corso Buenos Aires ซึ่งมีสถาปัตยกรรมสวยงามมีเอกลักษณ์ตลอดทั้งแนว ถนนเส้นนี้นิยมปิดถนนจัดงานแฟร์แสดงสินค้ากลางแจ้งอยู่เป็นประจำ แถมยังมีร้านค้าชั้นนำมากมาย เช่น เสื้อผ้าแบรนด์ Zara, ร้านชุดชั้นในสตรี Tezenie, ร้านสินค้าเครื่องหนัง Valigeria Vitruvio ฯลฯ นอกจากมีของให้ซื้อ ถนนสายดังกล่าวยังมีร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านซูซิ ร้านพิซซ่า และร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดให้ลองอีกเพียบ ขาช้อป สายกิน ต้องมาลุย


 

back to menu ↑

ย่านนาวิกลี (Navigli District)

มิลานยามค่ำคืนกับพิกัดเด็ดย่านเลียบคลองสุดเก๋ที่ ย่านนาวิกลี (Navigli District) มาสัมผัสบรรยากาศชิลล์ๆ ไปกับการชมเมืองยามพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่เหมาะสำหรับการตามหาของกินอร่อยๆ เดินเล่นชมเมือง บรรยากาศในย่านนี้จะดูคึกคักด้วยผู้คนที่มาเดินเล่นมากมาย


 

back to menu ↑

ย่านเบร์รา (Brera District)

ย่านเบร์รา (Brera District)

ย่าน Brera District ศูนย์กลางประวัติศาสตร์ของเมือง เป็นอีกจุดน่าสนใจสำหรับการ เที่ยวมิลาน 2018 ตั้งอยู่ห่างจากปราสาทสฟอร์เซสโก้เพียง 1.4 กิโลเมตร ถ้าการจราจรคล่องตัวขับรถเพียง 4 นาทีก็ถึง ด้วยสถาปัตยกรรมตึกรามบ้านช่องสีเหลืองไข่ที่ดูเรียบง่ายและมากด้วยมนต์ขลัง และย่านนี้ยังเป็นสถานที่รวมตัวของบรรดานักออกแบบและดีไซน์เนอร์ อีกทั้งเป็นที่ตั้งของ Brera Academy of Fine Arts ถนนสายดังกล่าวนิยมมีงานศิลป์ใหม่ๆ ให้เสพย์อยู่เสมอเลยล่ะค่ะ พร้อมกับมีร้านอาหารอร่อย ไนท์คลับ และบูธจำหน่ายงานศิลปะอีกเพียบ


 

back to menu ↑

เมืองเวนิส (Venice)

เมืองเวนิส (Venice)

เมืองเวนิส (Venice) หรือ เมืองเวเนเซีย (Venezia) หนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี  จุดหมายปลายทางสุดโรแมนติก แห่งแคว้นเวเนโต ประเทศ อิตาลีถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ จำนวน 118 เกาะ เข้าด้วยกันในบริเวณ ทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริกในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ด้วยความสวยงามและความน่าอยู่ของบ้านเมืองทำให้ เวนิส เป็นสถานที่ซึ่งได้รับฉายามากมาย ตั้งแต่ เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน เมืองแห่งแสงสว่าง ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก และที่สำคัญ ยูเนสโก ยกให้ เวนิส เป็นหนึ่งในเมือง มรดโลก


 

back to menu ↑

ล่องเรือในแกรนด์คาแนล

ล่องเรือในแกรนด์คาแนล

เยือน เวนิส อิตาลี เมืองแห่งสายน้ำทั้งทีก็ต้องได้ล่องเรือในคลองใหญ่ หรือ Canale Grande (Grand Canal) ซึ่งเป็นคลองสายหลักและเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญของเวนิส คลองใหญ่นี้มีความยาว 3.8 กิโลเมตร กว้าง 30-90 เมตร และมีความลึกเฉลี่ย 5 เมตรนักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือชมบ้านเรือนต่างๆ สะพานข้ามน้ำสวยๆ ผ่านใจกลางเมืองเวนิส เชื่อมต่อไปถึงโค้งรูปตัว S และที่เที่ยวสำคัญต่างๆ โดยทั่วไปเรือโดยสารจะมี 3 แบบ คือ เรือวาโปเรตตี (Vaporetti), เรือโดยสารแบบแท็กซี่ (Water taxi) และเรือกอนโดล่า (Gondola) ซึ่งเป็นเรือแบบท้องถิ่น เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในเวนิสที่จะทำให้เราได้เข้าใจถึงวิถีชีวิตของคนเมืองนี้อย่างแท้จริง


 

back to menu ↑

มหาวิหารซานมาร์โค

มหาวิหารซานมาร์โค

มหาวิหารซานมาร์โค (St. Mark’s Basilica) เป็นมหาวิหารโรมันคาทอลิก ที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานศิลปะหลายยุคเข้าด้วยกัน ทั้งไบเซนไทน์ โรมาเนสก์ โกธิค เรอเนสซองซ์ และจะเห็นได้ว่าหลังคาของมหาวิหารประกอบด้วยโดมใหญ่ 5 โดม ซึ่งเป็นแบบสุเหร่าของศาสนาอิสลาม นอกจากการผสมผสานของศิลปะแต่ละแบบแล้ว ตามจุดต่างๆ ทั้งภายนอกและภายในยังถูกสร้างด้วยความละเอียดและประณีต และมีภาพจิตรกรรมที่สวยงามไม่แพ้กันด้วย


 

back to menu ↑

จัตุรัสซานมาร์โค

blank

มาเที่ยวเมืองเวนิสแล้วไม่ได้มาเยือน จัตุรัสซานมาร์โค (Piazza San Marco หรือ St. mark’s square) ก็เหมือนยังมาไม่ถึงเลยทีเดียว ที่นี่เป็นจัตุรัสขนาดใหญ่ที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของเมือง เวนิส อิตาลี เลยก็ว่าได้ บริเวณนี้จะล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยกรรมสวยๆ ของสถานที่ต่างๆ มองไปทางไหนก็น่าหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพคู่กับคนรู้ใจจริงๆ นักท่องเที่ยวสามารถมาเดินเล่นชมเมือง ชมสถาปัตยกรรมในเมืองเวนิสแบบเต็มอิ่มได้ที่นี่ รวมถึงรอบๆ ยังมีคาเฟ่ร้านกาแฟ ร้านค้าต่างๆ อีกมากมาย เป็นสถานที่ยอดฮิตของชาวเมืองที่จะนัดมาพบปะเดินเล่นกัน และยังเปรียบเสมือนเป็นห้องนั่งเล่นของเมืองเวนิสเลย


 

back to menu ↑

สะพานริอัลโต

จัตุรัสซานมาร์โค

สะพานริอัลโต (Ponte di Rialto หรือ Rialto Bridge) เป็นหนึ่งในสะพานข้ามคลองใหญ่แกรนด์คาแนลที่มีความเก่าแก่ที่สุด และยังเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปกันมากที่สุดอีกด้วย แต่เดิมสะพานสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1181 และได้มีการรื้อสร้างใหม่ด้วยหิน จนเป็นสะพานที่มีความสวยงามอย่างที่เห็นในปัจจุบัน สะพานแห่งนี้เป็นตัวเชื่อมย่านสำคัญของเวนิส ซึ่งเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และคาเฟ่มากมาย ถ่ายรูปกับสะพานเสร็จแล้วก็ไปเดินเล่นหาของถูกใจกันต่อได้เลย


 

back to menu ↑

พระราชวังดอจ

สะพานริอัลโต

พระราชวังดอจ (Doge’s Palace) หรือ พระราชวังดูคาเล (Palazzo Ducale) สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 เป็นพระราชวังของดยุคผู้ครองเมืองเวนิส การออกแบบเป็นดีไซน์ในสไตล์โกธิคที่สวยงามสมบูรณ์แบบเห็นภายนอกว่าสวยแล้ว ภายในพระราชวังสวยงามยิ่งกว่า การตกแต่งภายในเต็มไปด้วยภาพวาดจิตรกรรม และยังมีห้อง Scala d’Oro ซึ่งประดับด้วยทองคำและได้รับการชื่นชมว่าเป็นห้องที่สวยที่สุดด้วย


 

back to menu ↑

สะพานถอนหายใจ

พระราชวังดอจ

ที่ชั้นใต้ดินของพระราชวังดอจมีคุกขังนักโทษ ที่เชื่อมด้วยทางเดินแคบๆ และมีสะพานข้ามคลองซึ่งมีชื่อเรียกว่า สะพานถอนหายใจ (Ponte dei Sospiri หรือ Bridge of Sighs) ที่มาของชื่อนี้ก็คือ นักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะต้องเดินข้ามสะพานแห่งนี้ ที่นี่จึงเหมือนเป็นที่สุดท้ายที่จะได้เห็นโลกภายนอกผ่านช่องหน้าต่างเล็กๆ ของสะพาน สะพานแห่งนี้ก็เลยถูกตั้งชื่อตามความรู้สึกของนักโทษเหล่านั้น


 

back to menu ↑

เนเปิลส์ (Naples)

สะพานถอนหายใจ

เมืองหลวงแห่งแคว้นกัมปาเนียที่อยู่ทางตอนใต้ของอิตาลี เมืองเนเปิลส์เป็นสถานที่อันล้ำค่าสำหรับชื่นชมงานศิลปะและสถานที่ทางประวัติศาสตร์ รวมไปถึงเป็นเมืองที่มีบรรยากาศอันสดใสของร้านค้า ร้านอาหาร และย่านสถานบันเทิงยามค่ำคืน มีอาหารอิตาเลียนที่ผู้คนชื่นชอบมากมายอย่างเช่น พิซซ่า สปาเก็ตตี้หรือพิมมิจิน่าที่เมืองนี้ได้รับการยกย่องว่ามีส่วนประกอบที่สดใหม่จากท้องถิ่น ที่สำคัญนั้นเมืองนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอื่นๆ อยู่ในบริเวณใกล้เคียง เช่น อ่าวเนเปิลส์และเมืองโบราณที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สุดสะเทือนใจอย่างเมือง Pompeii อีกด้วย


 

back to menu ↑

เปียสซา เดล เพิลบิสซิโต 

เนเปิลส์ (Naples)

เปียสซา เดล เพิลบิสซิโต (Piazza del Plebiscito) หนึ่งในจัตุรัสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองเนเปิลส์ โดยจัตุรัสนั้นตั้งอยู่ใกลๆกับอ่าวเนเปิลส์ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าอาคารสถานที่ที่มีความสำคัญของเมืองไม่ว่าจะเป็น พระบรมมหาราชวัง (Royal Palace of Naples) เป็น 1 ใน 4 ของที่พำนักของกษัตริย์แห่งราชวงศ์บูร์บง (Bourbon Kings) หนึ่งในราชวงศ์ที่สำคัญที่สุดในทวีปยุโรป


 

back to menu ↑

พระบรมมหาราชวัง 

เปียสซา เดล เพิลบิสซิโต 

หากมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกของเนปินจะพบกับ เคียซาดิฟรานเชสโกดิเปาลา (Chiesa di San Francesco di Paola) เป็นคริสตจักรที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ เซนต์ฟรานซิสแห่งเปาลา (Saint Francis of Paola) สร้างแล้วเสร็จในปี 1816 ตัวอาคารสร้างเลียนแบบวิหารแพนทีออน (Pantheon) ในกรุงโรม โดยมีโดม สูงประมาณ 53 เมตร นอกจากนี้ด้านหน้ายังมีเสาจำนวน 6 เสา คล้ายๆกับวิหารแพนทีออนอีกด้วย


 

back to menu ↑

เทียโตร ซาน คาร์โล

พระบรมมหาราชวัง 

เทียโตร ซาน คาร์โล (Teatro San Carlo) โรงละครโอเปร่าที่ได้รับการยอมรับความมีความเก่าแก่และใหญ่มากที่สุดแห่งหนึ่งในในอิตาลีและยุโรป โดยโรงละครถูกก่อตั้งขึ้นโดย Bourbon Charles VII of Naples โรงละครได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Giovanni Antonio Medrano และ Angelo Carasale และโรงละครแห่งนี้ยังคงถูกใช้งานอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน


 

back to menu ↑

คาสเตล นัวร์โว 

เทียโตร ซาน คาร์โล

คาสเตล นัวร์โว (Castel Nuovo) หรือ นิวคาสเซิ่ล (New Castle) ปราสาทยุคกลางที่มีชื่อเสียงของเมืองเนเปิลส์ ตัวปราสาทโดดเด่นด้วยซุ้มประตูทรงกลมสูงตระหง่าน โดยปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 1282 ตัวอาคารถูกสร้างขึ้นด้วยหินทราย ปัจจุบันปราสาทแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของสำคัญที่สุดของเมือง และยังเป็นสัญลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมของเมืองซึ่งได้รับการขยายหรือปรับปรุงมาหลายครั้งนับตั้งแต่ได้เริ่มสร้าง


 

back to menu ↑

พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ 

คาสเตล นัวร์โว 

พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ (เนเปิลส์) (Naples National Archaeological Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดงคอลเลกชันโบราณวัตถุจากยุคกรีกและโรมัน โมเสคจากสถานที่ปรักหักพังของเมืองปอมเปอี และเมืองอื่นๆ คอลเลกชันของโบราณจากอียิปต์ อาทิเช่น มัมมี่ นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรูปปั้นและผลงานแกะสลักอีกเป็นจำนวนมาก


 

back to menu ↑

หมู่บ้านทั้ง 5 ของ Cinque Terre 

พิพิธภัณฑ์โบราณคดีแห่งชาติ 

หมู่บ้านทั้ง 5 ของ Cinque Terre ได้แก่ Monterosso , Vernazza , Corniglia , Manarola และ Riomaggiore ตั้งเป็นชุมชนตามไหล่เขาไล่เรียงจากทางเหนือลงมาทางใต้ หากเดินทางมาจากฟลอเรนซ์จะพบกับเมืองหน้าด่านคือเมือง Riomaggiore เมืองเล็กๆ ที่แสนจะเงียบสงบ  ส่วนเมืองที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดคือเมือง Monsterosse เมืองนี้เป็นเมืองเดียวชายหาดให้นักท่องเที่ยวสามารถลงไปนั่งพักผ่อนหย่อนใจได้ เมืองนี้แบ่งหมู่บ้านออกเป็น 2 ด้าน ทิศเหนือเป็นที่พักและร้านค้าเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทิศใต้ที่ลอดผ่านทางอุโมงค์เป็นหมู่บ้านเก่าแก่ที่ก่อตั้งเป็นชุมชนแรกในบรรดา 5 หมู่บ้าน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญคือวิหารนักบุญจอห์นเดอะแบ็พทิสต์ มหาวิหารแบบบาโรกที่สวยงาม อีกหนึ่งหมู่บ้านที่ก่อตั้งขึ้นพร้อมๆ กับ Monterosse คือ Vernezza หมู่บ้านที่คงความเป็นประมงไว้ได้สูงสุด เป็นที่ตั้งของ Doria Castle ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสังเกตการณ์โจรสลัดที่จะเข้ามาโจมตีหมู่บ้าน บริเวณนี้รับว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุด โดยถ้าเดินไปทางอ่าวจะเห็นโบสถ์สีเหลืองรับกับวิวภูเขาและไร่องุ่นพร้อมวิวตรงกลางหมู่บ้านและเรือประมงที่จอดอยู่อันเป็นภาพที่โด่งดังของ Cinque Terre ถัดมาเป็นเมืองที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของ Vernazza อย่าง Corniglia เมืองนี้มีวิวที่สวยที่สุดหากล่องเรืออยู่กลางทะเลและถ่ายรูปกลับมาที่หมู่บ้าน เป็นเมืองที่เงียบสงบ ล้อมรอบด้วยไร่องุ่น ผู้คนเป็นมิตร มีเจลาโด หรือที่เรียกกันว่า Miele Di Corniglia ที่เป็นไอศกรีมที่ทำจากน้ำผึ้งธรรมชาติอันโด่งดัง  และเมืองสุดท้ายอย่าง Manarola เป็นเมืองที่มีหมู่บ้านหนาแน่นและสีสันจัดจ้านที่สุดในทั้ง 5 เมือง เหมาะสำหรับการชมสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cinque Terre ที่สุด เมืองนี้มีไวท์ที่ขึ้นชื่อมาแต่โบราณอย่าง Sciacchetra ให้ได้ชิมกัน


 

back to menu ↑

หมู่บ้านทั้ง 5 ของ Cinque Terre 

ประติมากรรมหินอ่อน เดวิด (David) ของ มิเคลันเจโล (Michelangelo Buonarroti) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ของโลกชาวอิตาลี เปิดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ประติมากรรมเดวิดเป็นหินอ่อนแกะสลักรูป พระเจ้าเดวิด (King David) ตามตำนานในคำภีร์ไบเบิล ลักษณะเป็นชายหนุ่มยืนเปลือยกาย แสดงให้เห็นถึงความแข็งแรงและความงดงามของร่างกายมนุษย์ มีความสูง 5.17 เมตร หนักราว 6 ตัน มิเคลันเจโลแกะสลักระหว่างปี 2044-2047 โดยนำหินอ่อนสีขาวมาจากเมืองคาร์รารา (Carrara) แคว้นทัสคานีของอิตาลี ในคราวที่นำออกแดสงครั้งแรกเป็นที่ฮือฮาของชาวเมืองอย่างมาก ส่งผลให้ชื่อเสียงของมิเคลันเจโนโด่งดังไปทั่วอิตาลี ประติมากรรมเดวิดเป็นรูปปั้นนับเป็นผลงานชิ้นเอกที่แสดงถึงความรุ่งเรืองทางศิลปะในยุค "ฟื้นฟูศิลปะวิทยาการ” (Renaissance) เป็นหนึ่งในประติมากรรมชิ้นเอกสองชิ้นของมิเคลันเจโล อีกชิ้นหนึ่งคือประติมากรรม "ปิเอตา" (Pieta) ปัจจุบันประติมากรรมเดวิดตั้งแสดงอยู่ที่ The Accademia Gallery กรุงฟลอเร็นซ์ นอกจากนี้ยังมีรูปจำลองประติมากรรมเดวิดตั้งแสดงอยู่หลายประเทศ


 

back to menu ↑

เปียซซาเดลซิญญอเรีย

The Academia Gallery

จัตุรัสที่คึกคักแห่งนี้คือบ้านของเดวิดของมิเกลันเจโล รวมถึงคาเฟ่มากมาย อุฟฟิซีที่มีชื่อเสียงระดับโลก และแกลเลอรีรูปสลักกลางแจ้ง มีโอกาสแนะนำให้ แวะพักนั่งที่โต๊ะกลางแจ้งในคาเฟ่ สั่ง Espesso มาดื่มสักแก้ว หรือจะหาภัตตาคารสักแห่งในเปียซซาเดลซิญญอเรียแห่งนี้ ดูผู้คนเดินไปมาเหมือนที่เคยเป็นเมื่อเจ็ดศตวรรษที่ผ่านมา ในเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางการเมืองและการปกครองแห่งนี้ นักแสดงบนถนนที่หรูหรา นักท่องเที่ยวมากมายและชาวเมืองที่ไม่อยู่เฉยไปๆ มาๆ ในจัตุรัสรูปตัวแอลที่ตั้งอยู่หน้าอาคารที่เป็นที่รู้จักหลายแห่งของฟลอเรนซ์


 

back to menu ↑

หอศิลป์อุฟฟิซิ 

เปียซซาเดลซิญญอเรีย

หอศิลป์อุฟฟิซิ (ภาษาอิตาลี: Galleria degli Uffizi) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์ในประเทศอิตาลี “หอศิลป์อุฟฟิซิ”ป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก่าที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดในบรรดาพิพิธภัณฑ์ศิลปะในโลก ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งของ “พาลัซโซ เดกลิ อุฟฟิซิ”ซึ่งเป็นพาลัซโซ (Palazzo) ในเมืองฟลอเรนซ์


 

back to menu ↑

สะพานเวคคิโอ อันเก่าแก่ ของ ฟลอเรนซ์

หอศิลป์อุฟฟิซิ 

เดินทางต่อเนื่องทะลุจาก หอศิลป์อุฟฟิซิ จะพบริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน จะเห็นสะพานที่ไม่เหมือนใครของฟลอเรนซ์ ซึ่งรอดพ้นจากการทำลายของนาซีเนื่องจากความสวยงาม และยังเป็นบ้านของเหล่าพ่อค้าอัญมณีมากว่าสี่ศตวรรษ เมื่อเดินทางมาถึงปอนเตเวคคิโอ ลองมองเข้าไปในหน้าต่างร้านช่างทองหลายแห่ง ซึ่งอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 เพลิดเพลินกับการชมทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำอาร์โนจากระเบียงกลางของสะพาน นักแสดงบนถนน ศิลปินและนักท่องเที่ยวสร้างบรรยากาศที่คึกคักตลอดทั้งวัน เมื่อร้านรวงต่างๆ ปิดในยามเย็น สะพานจะมีบรรยากาศที่โรแมนติก และเหมาะกับการเดินเที่ยวแบบโรแมนติก


 

back to menu ↑

มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร

สะพานเวคคิโอ อันเก่าแก่ ของ ฟลอเรนซ์

บาซิลิกาดิซานตามาเรียเดลฟิโอเร หรือ มหาวิหารฟีเรนเซ (อิตาลี: Basilica di Santa Maria del Fiore หรือ Duomo di Firenze; อังกฤษ: Florence Cathedral) เป็นมหาวิหาร ในเมืองฟีเรนเซ จังหวัดฟีเรนเซ แคว้นตอสกานา ประเทศอิตาลี สร้างขึ้นในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 13 ออกแบบโดย ฟีลิปโป บรูเนลเลสกี ด้านหน้าโบสถ์ประดับตกแต่งด้วยหินอ่อนสีขาว เขียว และชมพู  มหาวิหารแห่งนี้ใหญ่เป็นลำดับที่ 4 ของทวีปยุโรป รองลงมาจาก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มหาวิหารเซนต์พอล และ มหาวิหารมิลาน มีความยาว 153 เมตร และฐานของโดมกว้างถึง 90 เมตร


 

back to menu ↑

โบสถ์ซานลอเรนโซ (Basilica di San Lorenzo)

มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิโอเร

โบสถ์ซานลอเรนโซ (Basilica di San Lorenzo) รูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นหินตัดหยาบๆ ที่คุณเห็นเมื่อเข้าใกล้ซ่อนความมีศิลปะและการออกแบบไว้ภายใน มิเกลันเจโล โดนาเตลโล และบรูเนลเลสชีได้ทุ่มเทกับการออกแบบและการตกแต่งโบสถ์แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นที่พำนักชั่วนิรันดร์ของสมาชิกในตระกูลเมดิชีที่ครองฟลอเรนซ์มาเป็นเวลานาน ตระกูลผู้ปกครองที่ร่ำรวยนี้เป็นแหล่งเงินทุนของอาคารยุคเรอเนสซองส์ของฟลอเรนซ์หลายแห่ง
โบสถ์ซานลอเรนโซเป็นหนึ่งในสถานที่ว่ากันว่าเก่าแก่ที่สุดของเมือง ได้รับการเจิมในปี 393 และถูกก่อสร้างต่อมาอีกหลายปี ตั้งแต่ปี 1419 บรูเนลเลสชีผู้เป็นสถาปนิกรับผิดชอบการออกแบบดั้งเดิม และโค้งสูง เสาโครินเธียน และใส่ใจกับความสมมาตร และเป็นตัวอย่างช่วงต้นๆ ของสิ่งที่กลายเป็นสไตล์เรอเนสซองส์คลาสสิก


 

back to menu ↑

ปอมเปอี

โบสถ์ซานลอเรนโซ (Basilica di San Lorenzo)

ที่นี่ถูกฝังอยู่ไต้ลาวาจากการระเบิดของภูเข้าไฟวิสุเวียส (Vesuvius) หรือเวชูวิโอ (Vesuvio) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ใกล้เมือง เมื่อเช้าวันที่ 24 สิงหาคม ค.ศ. 79 ไม่มีใครคาดคิดว่าภูเขาที่พวกชาวเมืองเห็นอยู่ทุกวันจะปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ปล่อยมวลลาวาร้อนแรงแดงฉานพวยพุ่งออกมามากมาย เมื่อลาวาแข็งตัวก้เย็นลงเป็นหินก้อนกลม ตกใส่บ้านเรือนเหมือนห่าฝน ปอมเปอีและเฮอร์คูลาเนอุม (Herculaneum) เมื่อทางเหนือที่ไม่ไกลกันนัก จมอยู่ใต้กองหินลาวาขี้เถ้าหนา 6 เมตร ฝังบ้านเมืองและชาวเมืองที่อาศัยอยู่รวมกันเอาไว้ เป็นนครที่สาปสูญไปเกือ 1,700 ปี จึงมีคนขุดค้นพบ โดย โจแกง เดอ อัลคูบิแอร์ (Joaquin de Alcubierre) วิสวกรของกาํตรย์แห่งเนเปิลส์ ได้พบซากเมืองโดยบังเอิญขณะที่เขาสำรวจหาแหล่งน้ำ เขาได้พบภาพเขียนฝาผนังที่สียังสดใส เมื่อ ค.ศ. 1748 และโพรงหินที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์กำลังหนีตายในท่าทางต่าง ๆ การสำรวจไม่ได้จริงจัง จนร้อยปีต่อมา จูเซปเป ฟีโอเลลี (Guiseppe Fiorelli) นักโบราณคดี ชาวอิตาเลียนได้สำรวจโดยการขุดไปทีละหลัง จนปรากฏเผยให้ชาวโลกเห็นอีกครั้ง ที่นี่ค้นพบว่ามีหลักฐานแสดงถึงรุ่งเรืองหลายด้าน อย่างโรงละคร ภาพวาด กายกรรม การต้อสู้ของนักโทษ สถานที่พบปะสังสรรค์ ด้านการค้า มีโรงงานย้อมผ้า หินโม่แป้ง เตาอบโรงงาน


 

back to menu ↑

ภูเขาไฟวิสุเวียส

ปอมเปอี

ภูเขาไฟวิสุเวียส (อังกฤษ: Mount Vesuvius) ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองนาโปลี(เนเปิลส์) เหนืออ่าวเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี เป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับเพียงแห่งเดียวในแผ่นดินใหญ่ยุโรป มีความสูง 1,281 เมตร ปากปล่องมีเส้นรอบวง 1,400 เมตร ลึก 216 เมตร การระเบิดครั้งที่มีชื่อเสียงเกิดขึ้นในวันที่ 24 สิงหาคม ปี พ.ศ. 622 (ค.ศ. 79) เถ้าถ่านได้ทับถมเมืองปอมเปอีและเฮอร์คิวเลเนียมทั้งเมือง แต่การระเบิดครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487 (ค.ศ. 1944)


 

back to menu ↑

ชายฝั่ง อามาลฟี(Amalfi Coast) 

ภูเขาไฟวิสุเวียส

ชายฝั่ง Amalfi เป็นแนวชายฝั่งทางตอนใต้ของอ่าว Salerno บนทะเล Tyrrhenian ทางตอนใต้ของอิตาลี โดยจัดได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยยที่ได้รับความนิยมอย่างมากของภูมิภาคนี้และอืตาลีโดยรวมซึ่งสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวนับพันๆ ล้านคนให้เดินทางมาท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี  1997 ชายฝั่ง Amalfi แห่งนี้ยังได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกจากองค์กรยูเนสโกอีกด้วย


 

back to menu ↑

เกาะซิซิลี

ชายฝั่ง อามาลฟี(Amalfi Coast) 

เกาะที่ใหญ่ที่สุดทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซิซิลี เป็นบริเวณพื้นที่อิสระของอิตาลีที่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็กหลายแห่งด้วย เกาะแห่งนี้แยกออกจากพื้นที่แผ่นดินใหญ่ของ Calabria ตามช่องแคบเมริสสา บ้านในเกาะแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นบ้านแห่งอารยธรรมเมดิเตอร์เรเนียนทุกแห่งที่เปี่ยมไปด้วยศิลปะและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ลักษณะทางธรณีวิทยาที่โดดเด่นที่สุดของเกาะนี้คือ Mount Etna ภูเขาไฟที่สูงที่สุดในยุโรป


 

back to menu ↑

ปาแลร์โม

เกาะซิซิลี

ปาแลร์โมเป็นเมืองหลวงของแคว้นซิซิลี เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่มีพระราชวัง โบสถ์ และอาคารโบราณเรียงรายอยู่เต็มถนน รูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานสะท้อนถึงอารยธรรมที่มายึดครอง อาศัยอยู่ และจากเมืองปาแลร์โมไป อาหรับ นอร์มัน ไบแซนไทน์ ฝรั่งเศส และสเปนล้วนเคยครอบครองปาแลร์โม ค้นหาความน่าตื่นเต้นและน่าสนใจของชายหาด พิพิธภัณฑ์ ตลาดริมถนน และสุสานใต้ดินที่เต็มไปด้วยมัมมี่


 

back to menu ↑

เมสซีนา

ปาแลร์โม

เมสซีนาเป็นจังหวัดใหญ่ของแคว้นซิซิลีที่มีชื่อเสียงด้านชายฝั่งทะเลที่สวยงาม สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และอยู่ใกล้ภูเขาเอตนาซึ่งเป็นภูเขาไฟที่สูงที่สุดในทวีปยุโรป สำรวจซากปรักหักพังสมัยกรีกโบราณและคริสตจักรยุคกลาง ไต่เขาที่หมู่เกาะเอโอเลียน และผ่อนคลายบนชายหาดหรืออ่าวที่เงียบสงบ


 

back to menu ↑

ตราปานี

เมสซีนา

ตราปานีเป็นเมืองริมชายฝั่งอันงดงาม มีหาดทรายทอดยาวระยะทางหลายกิโลเมตร อาหารรสชาติเยี่ยมยอด และศูนย์กลางเมืองที่สะท้อนประวัติศาสตร์ผ่านโบสถ์เก่าแก่ รวมถึงลานกลางเมืองและพระราชวัง ลงว่ายน้ำในน้ำทะเลอุ่นๆ ทัวร์รอบอาคารเก่าแก่และรับประทานอาหารสไตล์ซิซิเลียนภายในบาร์และร้านอาหารทันสมัย


 

back to menu ↑

ซีราคิวส์

ตราปานี

ซีราคิวส์ก่อตั้งโดยชาวอาณานิคมโครินเธียนในช่วง 734 ปีก่อนคริสต์ศักราช และเคยเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของโลกยุคโบราณมาก่อน ปัจจุบัน คุณจะพบเห็นโบราณสถานที่น่าตื่นตาตื่นใจตั้งอยู่ใกล้กับตลาดที่มีผู้คนพลุกพล่าน ส่วนใหญ่ดื่มกาแฟตอนเช้าๆ บริเวณจัตุรัสของเมืองนี้


 

back to menu ↑

ทัสคานี

ซีราคิวส์

ทัสคานีมีความเป็นอิตาลีที่ทุกคนฝันถึง ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าแก่แห่งประวัติศาสตร์ ศิลปะอันงดงาม สวนมะกอกแสนอุดมสมบูรณ์ และไร่องุ่นที่เงียบสงบ ภูมิภาคนี้เคยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมในยุคเรอเนซองส์ โดยมีจิตรกร สถาปนิก และประติมากรของเมืองช่วยกันรังสรรค์วัฒนธรรมแห่งยุโรปขึ้นมาให้ชัดเจน ที่นี่มีอาหารสดอร่อย ทัวร์ชมไร่องุ่น ไวน์ และน้ำมันมะกอกที่ดีที่สุดของโลกอยู่ด้วย ชมผู้คนเดินไปมาที่ลานสาธารณะท่ามกลางเมืองแห่งยุคกลาง และชื่นชมผลงานชิ้นโบว์แดงด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะมากมาย


 

back to menu ↑

เกาะบูราโน (Burano Island)

ทัสคานี

เมืองลูกกวาด แห่ง อิตาลี ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่แสนสงบ แต่ครึกครื้นด้วยสีสันตลอดสองฝั่งคลอง ทั้งตัวตึก และไม้ประดับ สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือนไม่น้อย บูราโน เป็นเกาะเล็กๆ ตั้งอยู่ในเขตทะเลสาบเวนิส ทางตอนเหนือของเมืองเวนิส
ประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านหัตกรรมทำลูกไม้ ติดอันดับต้นๆ ของอิตาลี นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 จนกระทั่งมีการจัดตั้ง พิพิธภัณฑ์ลูกไม้ เพื่อให้ความรู้ทางประวัติศาสตร์และการผลิต เป็นหนึ่งกลิ่นอายวัฒนธรรมของ เกาะบูราโน่


 

back to menu ↑

ทะเลสาบโคโม Lake Como

ทัสคานี

ทะเลสาบโคโม(Lake Como) เป็นทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 3 ของอิตาลี แต่มีชื่อเสียงด้านความสวยงามมาเป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งรอบๆทะเลสาบจะมีเมืองตากอากาศกระจายตัวอยู่หลายๆเมืองที่เป็นที่นิยมทั้งกับชาวอิตาลีและชาวต่างชาติทะเลสาบโคโม่แห่งนี้นั้นตั้งอยู่ในจังหวัดโคโม่ แคว้นลอมบาร์เดีย  ที่นอกจากจะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในอิตาลีแล้วยังเป็นทะเลสาบที่ใหญ่เป็นอันดับสามของอิตาลีอีกด้วย โดยมีความยาวโดยรอบทะเลสาบถึง 160 เมตรเลยทีเดียว และมีพื้นที่โดยรอบประมาณ 146 ตารางกิโลเมตร  ที่สามารถชื่นชมทัศนียภาพอันงดงามของธรรมชาติ และเทือกเขาที่มีหิมะปกคลุมตลอดทั้งปีอย่างเทือกเขาแอลป์อีกด้วย  หนึ่งในจำนวนเมืองมายมายที่รายล้อมทะเลสาบมีเมืองที่ชื่อว่า โคโม่ ที่มีชื่อเดียวกับทะเลสาบด้วย


 

back to menu ↑

เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites Mountains)

ทะเลสาบโคโม Lake Como

ภาพเทือกเขาหินตัดกับขอบฟ้าดูสวยแปลกตา เกิดจากการกัดกร่อนของธารน้ำแข็งและเกล็ดน้ำค้าง ที่นี่ยังได้ชื่อว่าเป็นเทือกเขาที่สวยงามที่สุดในอิตาลี ด้วยลักษณะของยอดเขาต่างๆ ที่แทงยอดสูงเสียดฟ้า มีทัศนียภาพงดงามจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญแห่งหนึ่งของอิตาลี โดยช่วงฤดูหนาว เหล่าสกีรีสอร์ทต่างเปิดรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเทือกเขาแห่งนี้ ส่วนช่วงฤดูร้อนที่นี่จะมีทุ่งหญ้าที่มีดอกไม้สีสวยปรากฏตลอดจนเทือกเขา


 

back to menu ↑

หอเอนเมืองปิซา

เทือกเขาโดโลไมท์ (Dolomites Mountains)

หอเอนเมืองปิซา (Tower of Pisa) ตั้งอยู่ที่เมืองปิซา ในจัตุรัสเปียซซา เดล ดูโอโม (Piazza Del Duomo) หอระฆังของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก เป็นหอทรงกระบอก 8 ชั้น สร้างด้วยหินอ่อนสีขาว สูง 183.3 ฟุต (55.86 เมตร) มีบันได 293 ขั้น เอียง 3.97 องศา ยอดของหอห่างจากแนวตั้งฉาก 3.9 เมตร ค.ศ.1987 หอเอนเมืองปิซาถูกประกาศให้เป็นมรดกโลก โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Piazza Dei Miracoli หอเอนเมืองปิซายังเป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางอีกด้วย ไปเที่ยวอิตาลีต้องไม่พลาดที่นี่


 

back to menu ↑

เมืองอัลเบอโรเบลโล ( Alberobello)

หอเอนเมืองปิซา

"เมืองอัลเบอโรเบลโล ( Alberobello) ในอิตาลี"อัลเบโรเบลโลเป็นเมืองที่มีผู้อาศัยอยู่ราว 11,000 คน อยู่ทางตอนใต้ของอิตาลี และเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวในฐานะเมืองมรดกโลก สิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต้องมนต์สะกดของที่นี่คือบ้านทุกหลังนั้นจะมีลักษณะบ้านเป็นรูปทรงกรวย มองดีๆ เหมือนดินสอที่เราใช้เขียนดีๆ นี่เอง บ้านส่วนใหญ่มักจะใช้สีขาว หลังคาสีเทาหรือดำปะปนกันไป ทำให้ที่นี่ดูสะอาดตาน่าอยู่มากๆ หากว่าต้องขับรถจากกรุงโรมก็จะใช้เวลาประมาณ 5 ชม.ในการเดินทางได้ หรือถ้าหากคุณมาโดยรถไฟคุณก็ต้องต่อรถมาที่นี่ถึง 3 ต่อเลยเชียวล่ะ


 

back to menu ↑

พักที่คาซา มอนตานี (Casa Montani)

พักที่คาซา มอนตานี (Casa Montani)

ตั้งแต่คุณก้าวเข้ามาที่คาซาแห่งนี้ ที่ชั้นสามที่บาลัซโซที่สร้างตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 อันมองเห็นทิวทัศน์ของพอร์ตาเดลโปโปโล คุณจะรู้ได้เลยว่าที่นี่เป็นที่โปรดของคนทุกยุคทุกสมัย (ในปัจจุบันมีคุณตาทวดเป็นเจ้าของ ซึ่งเป็นผู้ที่ซื้อสถานที่นี้ต่อจากผู้สร้างในปี 1916) ทุกวันนี้ที่นี่เป็นเกสเฮ้าส์ที่สวยงามหรูหรา โดยมีห้องพักและห้องสวีท 5 แบบ ตกแต่งด้วยพื้นปาเก้ต์ ผ้าม่านดีไซน์หรู และภาพวาดแบบโมเดิร์นโดยศิลปินซิซิเลียนอย่างเบ็ปเป เบ็ทเทอรา (Beppe Buttera) ในเดือนพฤษภาคม คาซา มอนทานีเปิดอพาร์ตเม้นท์ส่วนใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากที่เดิม สามารถเข้าพักได้มากถึง 4 คน เหมาะสำหรับผู้มาเป็นครอบครัว


 

back to menu ↑

Atrani

Atrani

Atrani ตั้งอยู่ในเมืองซาเลอโน แคว้นคัมปาเนีย ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอิตาลี มีชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวเพราะเป็นเมืองท่าเล็กๆ ที่เหมาะสำหรับพักผ่อนตากอากาศแบบส่วนตัวเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากภายนอก ก่อตั้งโดยขุนนางชาวโรมันยุคโบราณ ความงดงามของสถานที่แห่งนี้คือตั้งอยู่ติดกับภูเขา เบื้องหน้าเป็นชายหาดที่ติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีท้องฟ้าสีคราม ส่วนสิ่งก่อสร้างก็ยังคงรักษาความคลาสสิกแบบเดิมเอาไว้ มีโบสถ์ประจำหมู่บ้าน และร้านค้าต่างๆ ให้ได้เดินชมแบบเพลิดเพลินใจ หากกำลังมองหาพิกัดพักผ่อนแบบส่วนตัวและวิวดีละก็ Atrani เหมาะที่จะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ เลยละ


 

back to menu ↑

พักที่เดอะเซนท์รีจิสโรม (The St Regis Rome)

พักที่เดอะเซนท์รีจิสโรม (The St Regis Rome)

เพียงแค่คุณมองผ่านเข้าไปวังศตวรรษที่ 19 ที่ดูมั่งคั่งแห่งนี้ ก็ไม่มีที่ไหนหรูหรามากไปกว่านี้อีกแล้ว โรงแรมแห่งนี้ใช้งบประมาณการปรับปรุงสถานที่ถึง 35 ล้านดอลล่าร์สหรัฐในการนำความหรูหราให้ก้าวข้ามอีกระดับ หักพัก 161 ห้องและห้องสวีทกว้างใหญ่ที่สุด ตกแต่งด้วยเครื่องประดับแบบรีเจนซี่ แบบสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่สิบห้า และแบบนีโอคลาสสิก ด้วยเก้าอี้บุนวม หินอ่อนอิตาลี และเครื่องเรือนโบราณที่มาจากบ้านหรูในอดีต และราคาก็ฟุ่มเฟือยมาก หากคุณรับประทานอาหารในโรงแรม ขอโต๊ะในห้องเก็บไวน์วิเวนโด ห้องอาหารรสเลิศของทางโรงแรม


 

back to menu ↑

Bagnoregio

Bagnoregio

เมือง Bagnoregio อยู่ในจังหวัดวิเตอร์โบ ทางตอนกลางของอิตาลี เป็นเมืองโบราณที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สร้างโดยชาวอีทรัสคันเมื่อราว 2,500 ปีก่อน และยังเป็นบ้านเกิดของ “โบนาเวนตูรา” นักปรัชญาชาวอิตาลีผู้โด่งดัง ความมีเสน่ห์ของเมืองแห่งนี้คือตั้งอยู่บนภูเขาสูง สามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำ Tiber จากด้านบนได้ หากคุณต้องการไปชมเมืองโบราณแห่งนี้ สามารถเดินเท้าผ่านสะพานหินยาวที่ทำหน้าที่เสมือนเชื่อมต่อสายธารประวัติศาสตร์ให้คุณได้เข้าไปสัมผัสสถาปัตยกรรมเก่าแก่และทรงคุณค่า พร้อมทั้งจะได้ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมืองแห่งนี้ด้วย หากไปเยือนในช่วงฤดูหนาว คุณจะได้เห็นภาพม่านหมอกสีขาวหนาปกคลุมเมือง ดูลึกลับและน่าค้นหาอย่างยิ่ง


 

back to menu ↑

Vernazza

Vernazza

Vernazza เมืองสุดน่ารักหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวอิตาลีที่จะทำให้คุณรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกเทพนิยาย เมืองนี้ตั้งอยู่ในนครลา สปีเซีย แคว้นลีกูเรีย ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เป็นเมืองท่าริมทะเลที่มีชายหาดสวยงาม เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวผู้รักธรรมชาติ เพราะนอกจากทะเลสีครามใสสะอาดแล้ว ยังมีภูเขาสูงและหน้าผาให้คนที่อยากผจญภัยได้ไปเทรคกิ้งกันเพลินๆ บนเส้นทางที่ปลอดภัยไว้ใจได้อีกด้วย ทั้งนี้ Vernazza เป็นส่วนหนึ่งของ “ชิงเกว แตร์เร” (Cinque Terre) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นพิกัดที่ต้องอนุรักษ์ของยูเนสโก นอกจากที่พักสีพาสเทลที่จะทำให้คุณตกหลุมรักแล้ว ยังมีร้านอาหารทะเลสดๆ ให้ได้อิ่มหนำสำราญกันด้วย เพราะพื้นเพดั้งเดิมของชาวเมืองนั้นประกอบอาชีพประมงนั่นเอง


 

back to menu ↑

Vatican museum

Vatican museum

Vatican museum เป็นพิพิธภัณฑ์ของนครรัฐวาติกันที่โดดเด่นสวยงามตั้งแต่สถาปัตยกรรมภายนอก และความปราณีตของการตกแต่งภายในที่สวยงามหรูหราตั้งแต่พื้นยันเพดาน มีมุมมหาชนที่โดดเด่นอย่างบันไดวนที่สวยงามอลังการ และมีสมบัติโบราณหลายร้อยปีจัดแสดงโชว์ภายในพิพิธภัณฑ์ด้วย


 

back to menu ↑

National Rome museum

National Rome museum

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติโรม เป็นสถานที่ที่รวบรวมเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของกรุงโรม ทั้งทางด้านเอกสาร ร่องรอยจารึก และวัตถุโบราณที่ถูกขุดพบตั้งแต่เริ่มก่อตั้งกรุงโรม นอกจากนั้นยังเป็นสถานที่ที่จัดแสดงโชว์ผลงานทางศิลปะและสถาปัตยกรรมของโรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ที่สามารถแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลาและพัฒนาการด้านงานศิลปะและแฟชั่นของโรมได้อีกด้วย


 

back to menu ↑

Basilica Di Santa Maria Maggiore

Basilica Di Santa Maria Maggiore

Basilica Di Santa Maria Maggiore เป็นอีกหนึ่งมหาวิหารเอกของคริสตจักรโรมันคาทอลิกแห่งกรุงโรม มหาวิหารแห่งนี้นอกจากความสวยงามแล้ว ยังมีชื่อเสียงโด่งดังจากตำนานที่กล่าวขานถึงแหล่งที่มาของมหาวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อถวายพระแม่มารีย์ โดยตามตำนานเล่าว่าพระแม่มารีย์ได้ปรากฏตัวให้พระสันตะปาปาและผู้ช่วยได้เห็นเพื่อบอกกล่าว และชี้จุดที่ต้องการจะสร้างด้วยการเนรมิตหิมะมหัศจรรย์ในช่วงฤดูร้อนจนเป็นเรื่องเล่ามาถึงปัจจุบัน


 

back to menu ↑

c

พักที่ โฮเทลซานตามาเรีย (Hotel Santa Maria)

โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในตึกที่เคยเป็นคอนแวนต์ในศตวรรษที่ 17 สุดปลายถนนซึ่งเรียงรายด้วยเถาไอวี่ เป็นสถานที่ที่มอบความสุขจากการหลบหนีความวุ่นวายของเมืองหลวง ประกอบด้วยห้องแบบบังกาโลว์และห้องสวีท 18 ห้อง แต่ละห้องเชื่อมกับโถงทางเดินแบบโบราณโอ่อ่า และความสง่างามของเฟอร์นิเจอร์ไม้โอ๊ค และกระเบื้องดินเผากับกระถางดอกไม้และภาพวาดกรุงโรม ตื่นเช้าสดชื่นขึ้นมาพบกับอาหารเช้าแบบแกรนด์บุฟเฟ่ต์ เสิร์ฟในห้องที่เคยเป็นสถานที่ทำงานของศิลปิน ตกแต่งสวยงามด้วยเพดานโค้งและเตาผิงแบบหินขนาดใหญ่


 

back to menu ↑

พักที่โฮเทล ดิงกิลเตรา (Hotel D'Inghilterra)

พักที่โฮเทล ดิงกิลเตรา (Hotel D'Inghilterra)

ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักของเจ้าชายแห่งทอโลเนียในศตวรรษที่ 16 โรงแรมดิงกิลเตราแห่งนี้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นที่ชื่นชอบของผู้นำระดับชาติ และคนที่ต้องการความหรูหรา กับบริการที่ไม่เป็นสองรองใคร บนที่ตั้งที่อยู่ใจกลางกรุงโรม ทุกห้องพักของโรงแรมตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ด้วยเครื่องเรือนโบราณล้ำค่า ซึ่งได้รับการดูแลโดยศิลปินผู้ซ่อมงานศิลปะ ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนานของโรงแรม คุณจะสามารถพบกับทัวร์วัฒนธรรมแห่งโรมภายในโรงแรมได้


 

back to menu ↑

Florence Cathedral

พักที่โฮเทล ดิงกิลเตรา (Hotel D'Inghilterra)

Florence Cathedral เป็นมหาวิหารอันงดงาม ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิตาลี รองจากมหาวิหารนักบุญเปโตรในนครรัฐวาติกัน และใหญ่เป็นอันดับ 4 ในยุโรป โดดเด่นสวยงามด้วยภาพวาดโมเสกที่ตกแต่งภายใน และเรื่องราวสำคัญทางศาสนาที่บันทึกผ้านภาพบนผนังของวิหาร


 

back to menu ↑

ทานพิซซ่าที่Gusto

Florence Cathedral

การตกแต่งภายในที่สวยงามของร้านนี้อาจจะทำให้คุณคิดว่าราคาอาหารจะแพงกว่าความเป็นจริงได้  ร้านนี้มีรายการอาหารมากมายสำหรับคนที่ชอบทานอาหารจำพวกขนมปังหรือแป้ง และเป็นร้านที่มีเมนูแนะนำเป็นอาหารขึ้นชื่อของอิตาลีอย่างพิซซ่า  โดยพิซซ่าของที่นี่จะแตกต่างจากที่อื่นเล็กน้อยและเบากว่าพายพิซซ่าปกติ แถมยังอบด้วยเตาอบดินแบบโบราณอีกด้วย  เมนูขึ้นชื่อคือ Pizza Cilieggina เป็นพิซซ่าสีขาวที่มาพร้อมกับซอสมะเขือเทศ มะเขือเทศ เชอร์รี่ มะกอกอบเนยแข็งและชีสมอสซาเรลล่า


 

back to menu ↑

Galleria Vittorio Emanuele II, Milan

ทานพิซซ่าที่Gusto

ไปเที่ยวอิตาลีต้องที่นี่ Galleria Vittorio Emanuele II เป็นห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ในมิลาน และยังจัดว่าเป็นห้างสรรพสินค้าที่เก่าแก่ของโลกอีกด้วย ภายในมีร้านค้าร้านอาหารเก่าแก่และร้านชื่อดังมากมายให้บริการ มีสินค้าแบรนด์ดังหลากหลายแบรนด์ จึงจัดได้ว่าเป็นห้างทีนัดพบปะจองชาวมิลาน แถมมีโรงแรม 5 ดาวอยู่ภายในด้วย


 

back to menu ↑

Milan Cathedral

Galleria Vittorio Emanuele II, Milan

Milan Cathedral เป็นมหาวิหารขนาดใหญ่อีกแห่งของอิตาลี และเป็นมหาวิการแบบกอธิคที่ใหญ่ที่สุด ภายในโดดเด่นด้วยกระจกสีสันสดใสที่ตกแต่งตามผนังโดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระเยซู โครงสร้างอาคารสวยงามด้วยสถาปัตยกรรมแบบกอธิค และสามารถขึ้นไปชมวิวมิลานที่บนหลังคาของมหาวิหารได้ด้วย


 

back to menu ↑

Amalfi Coast

Amalfi Coast

Amalfi Coast เป็นเมืองชายหาดที่มีชื่อเสียงของอิตาลี มีอ่าวที่สวยงามและมีเสน่ห์ ต้องอยู่ในทำเลที่อากาศดีตลอดทั้งปี เป็นอีกหนึ่งเมืองที่โรแมนติก มีวิลล่าน่ารักๆ และร้านค้าร้านอาหารมากมายไว้บริการ ที่สำคัญยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโกอีกด้วย


 

back to menu ↑

Lake Como

Lake Como

Lake Como เป็นชื่อเรียกรวมของเมืองต่างๆ ที่อยู่ตามริมทะเลสาบโคโม่ โดยแต่ละเมืองจะมีเอกลักษณ์ที่คล้ายคลึงกันคือเป็นอาคารสีสันสดใสตั้งอยู่บนเนินเขาหรือเชิงเขาริมหาด นอกจากชื่นชมความงามของทัศนียภาพแล้วยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่นปีนเขา วินเซิร์ฟ และอื่นๆ ให้เลือกทำมากมาย ช่วยให้วันพักผ่อนไม่น่าเบื่อ


 

back to menu ↑

Montecatini Terme

Montecatini Terme

Montecatini Terme เป็นเมืองตากอากาศที่ยอดเยี่ยมสำหรับการพักผ่อนที่ประกอบไปด้วยทัศนียภาพทางธรรมชาติที่งดงาม มีโรงแรมหรูหราระดับ 5 ดาวที่จัดว่าสวยที่สุดในอิตาลี  อีกทั้งยังบ่อน้ำพุร้อนสำหรับให้ผ่อนคลาย โดยจัดเป็นเมืองแห่งสปาอันดับหนึ่งของอิตาลีเลยทีเดียว   นอกจากนั้นยังมีการจัดงานเทศกาลดนตรี งานแสดงโชว์สินค้า และอีเว้นท์อื่นๆ ที่น่าสนใจมากมายอีกด้วย


 

back to menu ↑

ทานพิซซ่าที่Farine La Pizza

ทานพิซซ่าที่Farine La Pizza

ร้านพิซซ่าราคาถูกอีกแห่งหนึ่งที่ดำเนินการโดยสองสามีภรรยาที่ได้รับการฝึกฝนจาก Italy National School of Pizza ร้านนี้ให้บริการโดยสองสามีภรรยาเท่านั้นไม่มีพนักงานคนอื่นนอกจากทั้งคู่ มีความแปลกใหม่และโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์คือจะไม่มีการใช้ช้อนส้อม ไม่มีการจีบขอบ แต่รับรองว่ารสชาติพิซซ่านั้นอร่อยอย่างแน่นอน  ร้านนี้มีเมนูทั้งหมดเป็นพิซซ่าเพียง 7 เมนูเท่านั้นและมีเบียร์กับไวน์ไว้ให้บริการด้วย  ร้านตั้งอยู่ที่ Via degli Aurunci เว็บไซต์ farinelapizza.it


 

back to menu ↑

ริโอแมกจิโอเร่ (Riomaggiore)

ริโอแมกจิโอเร่ (Riomaggiore)

เป็นหมู่บ้านโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ริมชายฝั่งทะเลที่ถูกยกย่องว่ามีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในหุบเขาเล็กๆติดกับหน้าผาริมทะเล บรรยากาศดี เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น และบริเวณนี้ยังมีเกสเฮ้าส์ และร้านอาหารมากมายต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย


 

back to menu ↑

ปอร์โตฟิโน (Portofino)

ปอร์โตฟิโน (Portofino)

เมืองสวยริมชายฝั่ง ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สวรรค์แห่งเมืองท่า เลยทีเดียวค่ะ นักท่องเที่ยวนิยมมาที่นี่เพื่อเที่ยวชมความงดงามของ โบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12, ปราสาทและป้อมปราการ Castello Brown และนั่งเรือยอร์ชออกไปชมทะเลสวย


 

back to menu ↑

เจนัว (Genoa)

เจนัว (Genoa)

เจนัว หรือในภาษาอิตาลีเรียกว่า เจโนวา เป็นเมืองท่าทางทะเลที่มีความสำคัญมาตั้งเเต่ยุคโบราณเเล้วค่ะ เพราะที่นี่เป็นบ้านเกิดของ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือระดับโลกที่สามารถค้นพบทวีปอเมริกาได้สำเร็จ และยังเป็นเมืองหลวงของแค้วนลิกูเรียอีกด้วยคนที่ชอบสถาปัตยกรรมยุคคลาสสิคต้องหลงใหลในความสวยงามของเมืองนี้แน่ๆ แต่ละตรอกซอกซอยก็จะเต็มไปด้วยบรรดาร้านอาหารดีๆ ให้เลือกนั่ง


 

back to menu ↑

มานาโรล่า (Manarola)

มานาโรล่า (Manarola)

มานาโรล่า เป็น 1 ใน 5 หมู่บ้านของลิกูเรียที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกค่ะ ที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เล็กที่สุดของแคว้นอีกด้วย ฉะนั้นทำให้กิจกรรมหลักของนักท่องเที่ยวก็คือการเดินชมเมืองไปตามถนนสายเล็กๆ ดูบ้านเรือนสีสวยๆ ไปเพลินๆ ค่ะ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีวิวที่สวยงาม มีทัศนียภาพที่ต้องตาต้องใจมากทีเดียว


 

back to menu ↑

ริโอแมกจิโอเร่ (Riomaggiore)

ริโอแมกจิโอเร่ (Riomaggiore)

เป็นหมู่บ้านโบราณตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 ริมชายฝั่งทะเลที่ถูกยกย่องว่ามีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในหุบเขาเล็กๆติดกับหน้าผาริมทะเล บรรยากาศดี เหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกในช่วงเย็น และบริเวณนี้ยังมีเกสเฮ้าส์ และร้านอาหารมากมายต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วย


 

back to menu ↑

คาเฟ่Barnum café

คาเฟ่Barnum café

คาเฟ่บรรยากาศเรียบง่ายที่รวมทุกสิ่งที่ดีไว้ให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ไวน์ ค็อกเทล แฮมเบอร์เกอร์และเค้กโฮมเมด ที่เสริร์ฟในร้านที่ตกแต่งด้วยงานศิลปะ และเพลงเพราะๆ สำหรับสร้างบรรยากาศ  รายละเอียดของเมนูอาหารนั้นจะอยู่ที่ blackboard ที่จะเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น quiche, hamburger และ bowls of pasta ที่มีราคาอยู่ที่ระหว่าง 4 ถึง 8 ยูโรเท่านั้น ร้านตั้งอยู่ที่ Via del Pellegrino เว็บไซต์ barnumcafe.com


 

back to menu ↑

การ์ดาแลนด์(Gardaland)   

การ์ดาแลนด์(Gardaland)   

ตั้งอยู่ที่ Ronchi, จังหวัดเวโรนา ติดกับทะเลสาบการ์ดา (Il lago di Garda) ซึ่งเป็นทะเลสาปที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี สวนสนุกแห่งนี้เปิดตัวขึ้นในปี 1975 และเพิ่งจัดฉลองครบรอบปีที่ 40 ไปเมื่อปีที่แล้ว ปัจจุบันเป็นสวนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยมีพื้นที่ 545,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ในปี 2005 นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับสวนสนุกที่มีรายได้มากที่สุดในโลก และการ์ดาแลนด์ก็เป็น 1ใน 10 ของการจัดอันดับครั้งนี้ โดยอยู่ในอันดับที่


 

back to menu ↑

ชมภาพสวยๆที่Carlo Virgilio

ชมภาพสวยๆที่Carlo Virgilio

แกล เลอรีศิลปะมีชื่อของกรุงโรม จำหน่ายภาพเขียนในยุคศตวรรษที่ 10 และ 20 ทั้งในสไตล์โมเดิร์นและร่วมสมัย ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล โดยเฉพาะภาพเขียนวิวสวยๆ ในกรุงโรมนั้นมีให้เลือกชมแบบไม่อั้น ทั้งยังสามารถเดินเข้าไปเยี่ยมชมเฉยๆ โดยไม่ต้องซื้อก็ได้


 

back to menu ↑

Spanish Steps (Scalinata della Trinita dei Monti)และย่าน Piazza di Spagna

Spanish Steps (Scalinata della Trinita dei Monti)และย่าน Piazza di Spagna

จริง แล้วการช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าอาจไม่ได้รับความน่าสนใจเท่ากับการเข้าห้อง เสื้อสวยๆ บรรดาสินค้าต่างๆ จะแยกปิดร้านเฉพาะขายสินค้าของตัวเอง ทั้งยังทำการตกแต่งร้านอย่างสวยงาม มอบเวลาส่วนตัวให้ลูกค้าได้พิจารณากับสินค้ากันอย่างถึงที่สุด ดังนั้นแหล่งช้อปปิ้งแบรนด์เนมแฟชั่นสำคัญของโรม จึงไปรวมตัวกันที่บริเวณบันไดสเปน(Piazzz di spagna) บริเวณนี้เต็มไปด้วยบูทิคแฟชั่นแบรนด์ดังสัญชาติอิตาลี ตั้งเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ อยู่ในละแวกเดียวกัน เช่น พราด้า, วาเลนติโน, กุชชี่,เฟนดิ,บูการี,อาร์มานี่ ฯลฯ ดังนั้นจึงทำให้การเดินทางมาที่นี่เป็นการช้อปปิ้งที่สร้างความเพลิดเพลิน ได้ตลอดวัน


 

back to menu ↑

พักที่ลีออนส์เพลส โฮเทล (Leon's Place Hotel)

พักที่ลีออนส์เพลส โฮเทล (Leon's Place Hotel)

โรงแรมลีออนส์เพลสแห่งนี้เคยเป็นวังที่สง่างามแห่งกรุงโรมมาก่อน ที่นี่มีการออกแบบที่เป็นการผสมผสานศิลปะร่วมสมัยเข้ากับมรดกทางประวัติศาสตร์ การตกแต่งภายในที่เลิศหรูแสดงถึงศิลปะโกธิคร่วมกับธีมละครขาวดำที่ช่วยดึงเสน่ห์ความนุ่มนวลและเจิดจรัสของคริสตัลออกมาได้อย่างงดงาม ห้องแบบโมเดิร์นมีแสงสว่างส่องถึงและประดับประดาไปด้วยกระจก และห้องน้ำขนาดใหญ่บางห้องก็มีฝักบัวถึงสองแบบ ลีออนส์เพลสตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟสองสายหลักของกรุงโรม นับเป็นที่ๆ เหมาะสมในการเริ่มต้นค้นหาเมืองอันเป็นนิรันดร์แห่งนี้


 

back to menu ↑

Armando al Pantheon

Armando al Pantheon

ร้านอาหารราคาประหยัดใกล้ Pantheon เป็นร้านอาหารที่ราคาถูกมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงโรม  เมนูของร้านเต็มไปด้วยอาหารตาเลียนคลาสสิก เช่น สเต๊กแกะย่างและ Pasta alla gricia ที่เป็นอาหารขึ้นชื่อและมีต้นกำเนิดที่โรม เป็นพาสต้าชีสผสมพริกไทยดำ ร้านอาหารเป็นร้านที่ค่อนข้างเล็กที่ให้ความสำคัญในเรื่องของอาหาร บรรยากาศและราคา เว็บไซต์ armandoalpantheon.it


 

back to menu ↑

บันไดสเปน (Spanish Steps)

บันไดสเปน (Spanish Steps)

พูดถึงโรมรำลึก ถ้าไม่มาบันไดสเปนก็คงมาไม่ถึง สาเหตุที่บันไดแห่งนี้มีชื่อว่าบันไดสเปน เป็นเพราะอยู่ใกล้กับสถานทูตสเปนในอดีต สาว ๆ คนไหนที่ตั้งใจมาช้อปของแบรนด์เนมที่อิตาลี เดินตรงต่อไปยังถนน Via Condotti ได้เลย เสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าเครื่องสำอางสุดเริ่ดรอคุณอยู่


 

back to menu ↑

(Caffè Greco)

(Caffè Greco)

ที่คาเฟ่แห่งนี้คุณสามารถจิบกาแฟสวย ๆ คู่ภาพศิลป์ หรือจะหม่ำเจลาโต้ ไอศกรีมอิตาลีแสนอร่อยดับร้อนก็ไม่ว่ากัน


 

back to menu ↑

ตราสเตเวเร (Trastevere)

ตราสเตเวเร (Trastevere)

ไปถึงโรม ถ้าไม่ได้ไปดินเนอร์สุดโรแมนซ์ที่ตราสเตเวเร ก็เหมือนกับไม่ได้ไป สถานที่สุดเก๋เลียบแม่น้ำไทเบอร์ มีทั้งผับ ร้านอาหาร ตลาดนัดเล็ก ๆ ให้เยี่ยมชม ขอแนะนำร้าน La Fraschetta ร้านอาหารเล็ก ๆ ที่มีเมนูพิซซ่าและพาสต้าที่อร่อยล้ำ รวมทั้งไวน์ลิสต์ ที่ทำให้โลกนี้เปลี่ยนไปเป็นสีชมพู


 

back to menu ↑

โรมัน ฟอรัม (Roman forum)

โรมัน ฟอรัม (Roman forum)

หรือที่ชาวอิตาลีเรียกว่า Foro Romano ซากแห่งวัฒนธรรมและความเจริญในอดีต ตั้งอยู่ที่เนิน Palatine และ Capitoline ในบริเวณนี้มีซากโบราณสถานที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายหลาย ที่โดดเด่นและยังคงสภาพเดิมอยู่ได้แก่ ตึก Comitium เทวสถาน Temple of Antoninus and Faustina และ Arch of Septimius Severus


 

back to menu ↑

Taverna del Seminario  

Taverna del Seminario  

อีกหนึ่งร้านอาหารราคาประหยัดใกล้กับ Pantheon ซึ่งคุณอาจจะต้องถูกแออัดและล้อมรอบไปด้วยนักท่องเที่ยวและประชากรของเมืองนี้บ้าง ด้วยอาหารอร่อยและราคาที่เป็นมิตรของร้านนี้  ซึ่งร้านมีเมนูเป็นชุดที่ช่วยให้คุ้มค่ายิ่งขึ้น ประกอบไปด้วย bruschetta พาสต้าที่เป็นอาหารจานหลักและของหวานในราคาเพียง 15 ยูโร เว็บไซต์ tavernadelseminario.it


 

back to menu ↑

ชิมอาหารอร่อยที่Taverna dei Fori imperiali

ชิมอาหารอร่อยที่Taverna dei Fori imperiali

ที่นี่เป็นธุรกิจของครอบครัวที่ตั้งอยู่ห่างจาก Roman Forum และ Colosseum เพียงไม่กี่ก้าว ได้รับความนิยมจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก  เมนูแนะนำเป็นขนมปังกรอบที่ทำจากธัญพืช burrata ยัดด้วยซอสมะเขือเทศหรือเปโซ และยังมีเค้กโฮมเมดไว้บริการด้วย เมนูจานหลักมีราคาประมาณ 12 ยูโร และมีไวน์บริการในราคา 3 ยูโร เว็บไซต์ Latavernadeiforiimperiali.com


 

Kongrath

The inspiration about writing comes from hour and hour of constant work because I want to make contribution to the world.

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply