10 อันดับโน้ตบุคสำหรับนักธุรกิจยอดนิยม

10 อันดับโน้ตบุคสำหรับนักธุรกิจยอดนิยม

มาสำหรับวันนี้ขอเอาใจสไตล์นักธุรกิจกันบ้างค่า สำหรับใครๆ ที่กำลังมองหาโน้ตบุคเจ๋งๆ พกพาสะดวกที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าบรรดานักธุรกิจกันแล้วล่ะก็ วันนี้ทางทีมงานก็ไม่พลาดที่จะหาข้อมูลมาอย่างสารพัดที่จะตอบโจทย์สำหรับหนุ่มสาวชาวธุรกิจที่อยากมี laptop เจ๋งๆ สักตัว หรือโน้ตบุคสไตล์เท่ๆ พกไปได้ทุกที่จริงๆ อย่างคล่องตัวดูมีไฮคลาสเก๋ๆ แบบมีระดับมาฝากกันจ้า

Mac book Pro Intel Core i9 รุ่นที่ 9

โน้ตบุ๊คธุรกิจที่ดีที่สุดในปี 2020 คืออะไร

MacBook Pro ได้ก้าวสู่อีกขั้นที่เหนือกว่าในด้านประสิทธิภาพ การประมวลผลด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core รุ่นล่าสุด โดยตอนนี้รุ่น 15 นิ้ว มาพร้อมโปรเซสเซอร์​ Intel Core i9 รุ่นที่ 9 แบบ 8‑core ซึ่งเพิ่มความเร็ว Turbo Boost ได้สูงสุดถึง 5.0GHz ส่งผลให้แอพกราฟิก 3D อย่าง Autodesk Maya เรนเดอร์ได้เร็วขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับโปรเซสเซอร์แบบ 6‑core รุ่นก่อนหน้า ทั้งยังเรนเดอร์ได้ เร็วกว่าโปรเซสเซอร์แบบ Quad‑core สูงสุดถึงสองเท่า2 ขณะเดียวกัน

โปรเซสเซอร์รุ่นที่ 8 ​แบบ Quad‑core ใหม่ใน MacBook Pro รุ่น 13 นิ้วก็ยังสามารถรับมือกับงานหนักๆ นั่นหมายความว่าเมื่อคุณทำงานที่ต้องใช้พลังในการประมวลผลระดับมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการคอมไพล์โค้ด, การเรนเดอร์โมเดล 3D, การเพิ่มเอฟเฟ็กต์พิเศษ, การวางแทร็คเสียงพร้อมกันหลายแทร็ค หรือการเข้ารหัสวิดีโอ คุณก็ทำทุกอย่าง
ให้เสร็จเรียบร้อยได้เร็วกว่าเดิม เพื่อประสิทธิภาพที่รวดเร็วยิ่งขึ้นในการทำงานกับไฟล์ขนาดใหญ่
รวมทั้งการใช้งานแอพระดับมืออาชีพพร้อมกันหลายแอพหรือบนระบบเสมือนจริงหลายระบบ คุณสามารถเลือกปรับแต่งหน่วยความจำ DDR4 ความเร็ว 2400MHz ประสิทธิภาพสูงบน MacBook Pro

สำหรับ รุ่น 15 นิ้ว ได้สูงสุดถึง 32GB เลยทีเดียว ตอนนี้เรายังได้จับคู่ GPU แบบแยกแต่ละตัวเข้ากับมาตรฐานหน่วยความจำ GDDR5 ขนาด 4GBคุณจึงรู้สึกได้ถึงประสิทธิภาพการทำงานที่ลื่นไหลแบบเรียลไทม์สำหรับงานระดับมืออาชีพ เช่น การเรนเดอร์ ชื่อเรื่องแบบ 3D ใน Final Cut Pro X นอกจากนี้รุ่น 13 นิ้ว ก็ยังมาพร้อมกราฟิกในตัวอันทรงพลัง
กับ DRAM แบบฝังขนาด 128MB ซึ่งมากเป็นสองเท่าของรุ่นก่อนหน้าและจะช่วยให้คุณทำงานกราฟิก
ได้เร็วยิ่งขึ้น

รองรับความโดดเด่นด้วยปุ่ม Touch Bar จะเปลี่ยนไปตามสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่โดยอัตโนมัติด้วยการแสดงเครื่องมือต่างๆที่ใช้งานง่ายและสอดคล้องกับการใช้งานในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นปุ่มควบคุมระบบ เช่น ปุ่มปรับ
ระดับเสียงและความสว่าง หรือวิธีแบบอินเทอร์แอ็คทีฟในการปรับแต่งและเลื่อนดูคอนเทนต์คุณสมบัติอัจฉริยะด้านการพิมพ์ เช่น อิโมจิและการคาดเดาข้อความ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น  เป็นรุ่นที่มีความจุ SSD ให้เลือกสูงสุดถึง 4TB ส่วนรุ่น 13 นิ้ว ก็มีความจุ SSD ให้เลือกสูงสุดถึง 2TB เรียกว่ามีพื้นที่มากเกินพอ ให้คุณพกได้แม้แต่ไฟล์ที่ใหญ่ที่สุดของคุณ อย่างคลังรูปภาพขนาดใหญ่หรือโปรเจ็กต์วิดีโอแบบแจ่มๆ ได้เลยค่ะ ติดตัวไปได้ทุกที่ และก็แน่นอน คุณสามารถบูทเครื่อง ใช้งานหลายแอพพร้อมกัน หรืออิมพอร์ต
ไฟล์ใหญ่ๆ ได้ในพริบตาเดียว คุณสมบัติ Sidecar ได้นำความง่ายในการใช้งานและความแม่นยำของ Apple Pencil มาสู่แอพเพื่อการสร้างสรรค์ที่คุณชื่นชอบบน Mac คราวนี้คุณจะใช้ Apple Pencil ทำงานออกแบบใน Illustrator, แก้ไขรูปภาพใน Affinity Photo หรือสร้างโมเดล 3 มิติใน ZBrush ก็ได้ทั้งนั้น เสป็คดีๆแบบนี้สามารถลองเลือกกันได้เลยค่า ใครอยากได้แบบไหน สำหรับตัวท็อปฟังก์ชั่นที่ไม่มีใครเกิน ก็ลองดูนะคะ

            เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : 2beshop.com


back to menu ↑

Surface Book 2 โน้ตบุ๊ค 2-in-1 ที่ดีที่สุดจากไมโครซอฟท์ ราคา 72,900 บาท

โน้ตบุ๊คธุรกิจและแล็ปท็อปส่วนตัวแตกต่างกันอย่างไร

Surface Book 2 ถูกยกให้เป็นโน้ตบุ๊ก 2-in-1 ที่ดีที่สุดไมโครซอฟท์ หลังปรับปรุงสเปคจากรุ่นแรกมาใช้ซีพียูควอดคอร์ (ยกเว้นรุ่นล่างสุด Core i5 ที่เป็นดูอัลคอร์) แม้รุ่นย่อยที่วางขายในไทยจะไม่มีรุ่นการ์ดจอแยก แต่การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620 ที่ให้มาก็เพียงพอต่อการใช้งานส่วนใหญ่แล้ว

จุดเด่นอีกอย่างของ Surface คือหน้าจอ PixelSense ที่มีความละเอียดสูงและคมชัด สีสันสดใส สามารถใช้งานได้ดีและลื่นไหลไม่ว่าจะเป็นโหมดโน้ตบุ๊กหรือแท็บเล็ตก็ตาม และกล้องหน้าที่รองรับ Windows Hello ช่วยปลดล็อคด้วยใบหน้าได้รวดเร็วและแม่นยำที่น้อยรุ่นจะมี ทว่าข้อด้อยของ Surface Book 2 คือมีพอร์ท USB-C แต่กลับไม่รองรับ Thunderbolt 3 และ Microsoft Pen ต้องซื้อแยก ไม่แถมมาให้ในราคาเครื่องที่ถือว่าค่อนข้างสูงแล้ว

รุ่นที่เราแนะนำคือจอ 13 นิ้ว Core i7-8650U ควอดคอร์, แรม LPDDR3 8GB, PCIe SSD 256GB, Intel UHD Graphics 620 ราคา 72,900 บาท ที่แนะนำรุ่นนี้ เพราะรุ่นที่ถูกกว่าที่ราคา 54,900 ได้ซีพียูแค่ Core i5-7300U ดูอัลคอร์ ที่เก่ากว่าและประสิทธิภาพต่างกันค่อนข้างเยอะทีเดียวนะคะ

เหตุผลที่รุ่นนี้มาแพงกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะว่า มีการรองรับการหักบิดงอของหน้าจอนะคะ จะหมุนพับตั้งอีกฝั่งก็สามารถทำได้อย่างดี หรือสามารถถอดหน้าจอออกจากตัวเครื่องก็สามารถทำได้อย่างดีเช่นเดียวกันค่ นอกจากนี้ยังมีข้อเด่นของระบบรักษาความปลอดภัย Iris Scanจะสแกนม่านตาเพื่อปลดล็อคตัวเครื่อง และระบบเสียงจากฐานเครื่องที่ให้เสียงดังใช้ได้ รวมถึงรองรับ Surface Pen รองรับแรงกดได้ถึง 4096 ระดับ และมีอุปกรณ์ชาร์จไฟที่สามารถขยายปลั๊กให้ชาร์จแบตฯมือ (เอาเข้าจริงผมว่าช่องเสียบ USB จากคอมสะดวกกว่า)

สำหรับใครที่ต้องจำเป็นต่อการใช้กล้องติดต่อออนไลน์ มีกล้อง Web Cam ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลไว้ถ่ายรูป และมีกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รวมถึงมีปุ่มกดที่ Keyboard มีปุ่มกดให้หน้าจอที่ผลักออกไปได้ และเสียบกับฐานได้ทั้งแบบ Notebook ปกติ หรือเป็นแบบ Display และสังเป็น Drawing ด้วย สามารถตอบโจทย์ของการใช้ปากกา Surface Pen ให้แรงกดที่ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นปากการุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ก็สามารถรองรับได้ แนะนำว่าควรจะใช้ปากการุ่นล่าสุด จะดีกว่าอย่างมากทีเดียวค่ะ

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : 2beshop.com/Microsoft-Surface-Book-2

back to menu ↑

ThinkPad X1 Carbon (6th Gen) ที่สุดของโน้ตบุ๊คสายธุรกิจในฝัน ราคา 63,900 บาท

ฉันจะเลือกสมุดบันทึกสำหรับธุรกิจของฉันได้อย่างไร

ฟีเจอร์เด็ดของรุ่นนี้ก็น่าจะเป็นคีย์บอร์ดที่กดได้ลึกและพิมพ์ติดมือตามสไตล์ ThinkPad รวมถึงการมี TrackPoint สำหรับแฟนๆ รุ่นเก่าด้วย หน้าจอก็ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น สว่างมากขึ้น 500 nits สีสันก็สดใสไม่แพ้โน้ตบุ๊กธุรกิจรุ่นอื่นๆ ส่วนพอร์ทก็ให้มาครบครัน ไม่เว้นแม้กระทั่งพอร์ท HDMI สำหรับต่อจอนอกโดยไม่ต้องมีสายแปลงให้ยุ่งยาก และที่เด่นสุดคือมีช่องเสียบซิม ต่อเน็ตได้ในตัวเอง ไม่ต้องพึ่งพา Wi-Fi จึงเหมาะกับงานสายธุรกิจที่จำเป็นต้องต่อเน็ตตลอดเวลา

ดีไซน์ของ X1 Carbon ก็โดดเด่นไม่แพ้กันด้วยการเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ที่กันรอยขีดข่วนและทำให้น้ำหนักเครื่องเบา รวมถึงให้สัมผัสแบบซอฟท์ทัชด้วยค่ะ

ส่วนสเปคที่แนะนำคือ Core i5-8250U, แรม LPDDR3 8GB, การ์ดจอ Intel UHD Graphics 620, PCIe SSD 512GB, Windows 10 Pro ราคา 63,990 บาท เพราะคุ้มค่าที่สุดแล้วในภาพรวม การจะอัพสเปคขึ้นเป็น Core i7-8550U ที่ประสิทธิภาพต่างกันนิดเดียวและได้แรมเท่ากัน ต้องจ่ายเพิ่มถึง 1 หมื่นบาท ส่วนรุ่นท็อปสุดที่ได้ Core i7 และแรมเพิ่มเป็น 16GB ด้วยก็ต้องควักอีก 14,000 บาทเป็น 77,990 บาท ซึ่งเรื่องราคานี่แหละคือข้อเสียหลักของ ThinkPad X1 Carbon

การใช้งานด้านแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานสุด 15 ชั่วโมง ร่วมกับฟีเจอร์การชาร์จเร็ว RapidCharge ทำให้ท่านสามารถใช้งานต่อเนื่องได้แบบไร้กังวล ทั้งหมดนี้รวมอยู่ในเครื่องที่มีน้ำหนักไม่ถึง 1.13 กิโลกรัมเท่านั้น

ThinkPad Pro Dock ที่มาพร้อมการเชื่อมต่อ USB-C ที่ด้านข้าง ทำให้สามารถใช้งานร่วมกับ ThinkPad ที่ออกมาในปี 2561 ได้อย่างลงตัวและง่ายยิ่งขึ้น ช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้ใช้ที่ต้องใช้งานนอกสถานที่บ่อย ๆ ได้ดี นอกจากนี้ X1 Carbon ยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยอีกมากมาย ทั้ง ThinkShutter ที่เป็นฝาปิดกล้องหน้า เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่มีการเก็บข้อมูลในชิป (Match-on-chip) และเทคโนโลยีป้องกันต่างๆ ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลของท่านในการล็อกอิน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบ AutoPilot จาก Microsoft ที่ช่วยให้ผู้จัดการไอทีสามารถจัดการทรัพยากรคอมพิวเตอร์ในองค์กรได้ง่ายดายกว่าที่เคยถือว่าเจ๋งมากๆ เลยนะคะ

และด้วยพลังของ 8th Generation Intel® Quad Core™ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 35% แรมเร็วขึ้นกว่า LPDDR3 ที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ยังมีรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อ LTE-A ทำให้ท่านสามารถใช้งาน ThinkPad X1 Carbon ในการเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องใช้แต่เพียง WiFi และหากท่านเลือกรุ่นที่มาพร้อมกล้องอินฟราเรด ก็จะมีฟีเจอร์ Glance ให้ท่านใช้งานเพิ่มเติมอีกด้วย โดยจะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างการสแกนใบหน้า ดวงตา และการตรวจจับสายตา ทำให้ระบบสามารถตอบสนองต่อสายตาของผู้ใช้ได้ เช่น การเลื่อนหน้าต่างโปรแกรมโดยการใช้สายตา

รวมถึงตอบโจทย์ระบบเสียงพูดด้วย Cortana Premium ทำให้ท่านสามารถสั่งงาน X1 Carbon ด้วยเสียงได้ระยะไกลสุดจากเครื่องถึงกว่า 4 เมตร ผ่านไมโครโฟนที่รับเสียงได้ 360 องศาภายในเครื่อง ทำให้การปลุกเครื่องขึ้นมาทำงานเป็นเรื่องง่าย หรือจะค้นหาไฟล์ จัดการตารางนัดหมาย สั่งเครื่องให้เข้าสู่โหมดสลีป ก็ทำได้ผ่านเสียงพูดของท่าน

ใครที่สนใจ หากไปซื้อหน้าเว็บอาจจะราคาถูกกว่า และคุณภาพดี ลองสั่งกันดูนะคะ

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : 2beshop.com


back to menu ↑

Dell XPS 13 โน้ตบุ๊กสายธุรกิจตัวท็อป ราคา 59,900 บาท

สมุดบันทึกแบบใดที่เหมาะที่สุดสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เป็นโน้ตบุ๊กสายธุรกิจที่ถูกชื่นชมมาหลายปีในระยะหลัง และปีนี้ก็ยังทำได้ดีเช่นเดิม ด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว สวยงามและพรีเมียม ทว่าถูกปรับให้บางลงกว่าเดิม ขณะที่หน้าจอยังคงโดดเด่นเช่นเดิม ด้วยขอบจอบาง, ความละเอียดสูงและสีสันที่สดใส ส่วนข้อเสียของ XPS 13 หลักๆ คือตำแหน่งกล้องหน้าที่อยู่ต่ำและพอร์ทเป็น USB-C ล้วน

สเปคก็ยังถือว่าจัดเต็มตามสไตล์โน้ตบุ๊กธุรกิจ ซีพียูมีให้เลือกทั้ง Core i5 และ i7 8th Gen, แรม LPDDR3 8GB-16GB, จีพียู Intel UHD Graphics 620, สตอเรจเป็น PCIe NVMe SSD ความเร็วสูง

รุ่นย่อยที่เราแนะนำคือรุ่น XPS 13 (9370) W56795607THW10 ซีพียู Core i5-8250U / แรม LPDDR3 8GB / PCIe SSD 256GB / Intel UHD Graphics 620 / Windows 10 Home ราคา 59,990 บาท เนื่องด้วยประสิทธิภาพของ i5-8250U และ i7-8550U ไม่ได้ต่างกันอย่างเห็นได้ชัด การจะอัพราคาขึ้นไปอีก 5,000 บาท เพื่ออัพซีพียูเป็น i7-8550U อย่างเดียวจึงดูไม่ค่อยจำเป็นมากนัก

 คือมันสามารถต่อภาพจาก USB-C ได้ด้วย ผู้ใช้แมคและคอมพิวเตอร์ที่ทำงานผ่าน USB-C อย่าง Dell XPS ก็สามารถเสียบ USB-C จากเครื่องเข้าจอแค่เส้นเดียว ก็สามารถแสดงภาพและเสียง พร้อมชาร์จเครื่องได้ด้วย (ตัวจอจ่ายไฟได้ 45 Watt) แจ่มไปเลยผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม XPS นั้นเดลล์วางระดับไว้เป็น Hi-end Notebook ที่มีความสามารถน้องๆ เครื่องระดับ Workstation โดยจุดเด่นของ XPS คือจอภาพที่สวยคม เหมาะสำหรับผู้ใช้ในกลุ่มครีเอทีฟ หรือนักทำกราฟิก

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products/dell-xps


back to menu ↑

Acer Swift 1 ราคา 14,900 บาท

.ฉันควรพิจารณาอะไรเมื่อซื้อโน้ตบุ๊ก

ในโน้ตบุ๊กกลุ่มราคาต่ำ 2 หมื่น Acer Swift 1 ดูดีมีภาษีที่สุด เพราะให้สเปคที่เหนือกว่าเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ ในราคาระดับเดียวกัน เช่น โน้ตบุ๊กช่วงราคา ต่ำกว่า 15k ถ้าเป็น Acer Swift 3 จะได้สตอเรจเป็น SSD SATA ในขณะที่คู่แข่งรุ่นอื่นๆ ใช้ฮาร์ดดิสก์ HDD แบบจานหมุนส่วนหน้าจอก็ได้จอความละเอียด FHD และแพแนลแบบ IPS ที่มีความเที่ยงตรงของสีมากกว่า TFT ที่ถูกนำมาใช้งานในหลายๆ รุ่นในช่วงราคานี้ แถมยังมีพอร์ต USB Type-C มาให้ด้วย

ดีไซน์ Swift 1 ปีนี้มีการปรับดีไซน์ให้ไปในทรงเดียวกับ Swift 5 และ Swift 7 ด้วยบอดี้อลูมิเนียม สวยงามและดูหรูหรามากขึ้น ส่วนข้อเสียจะอยู่ที่ลำโพง ที่อยู่ด้านล่างของตัวเครื่องทำให้เสียงพุ่งลงเป็นหลักก่อนสะท้อนขึ้น

รุ่นย่อยที่เราแนะนำคือ Swift 1 SF114-32-P8RM ที่จะได้ Pentium N5000, แรม DDR4 4GB, การ์ดจอ Intel UHD Graphic 605, SSD SATA 128GB, หน้าจอ 14 นิ้ว IPS ความละเอียด FHD, พร้อม USB 3.1 Type-C 1 พอร์ท USB 3.0 อีก 2 พอร์ท, HDMI และ Windows 10 Home ในราคา 14,900 บาท

ตอนนี้โปรโมชั่นสำหรับในเว็บไซต์จะอยู่ที่ 13,900 ปลายๆ เท่านั้นเองนะคะ เป็นรุ่นที่ตอบโจทย์มากสำหรับการพกพาที่สะดวก เฉี่ยวและทันสมัยมากจริงๆ สำหรับโน้ตบุคเครื่องนี้นะคะ CPU จะอยู่ที่ Pemtium N5000 – 2.70 GHz สำหรับตัวเครื่องไม่ร้อนนะจ๊ะ  Ram จะอยู่ที่ 8 กิ๊กกะไบท์ SSD จะอยู่ที่ 128 GB SATA 3 ถือว่าใช้ได้สำหรับการใช้งานแบบพกพาค่ะ เริ่มต้นหน้าจอตอบสนองสีสันที่สดใส พร้อมกับระบบวินโดว์ 10 ให้แบบของจริงกันไปเลยค่า อ้อแต่บอกนิดหนึ่งว่า สำหรับยังไม่ลงวินโดว์แท้มาให้จะอยู่ที่13,900 บาทเท่านั้นเองนะคะ สำหรับใครที่อยากจะได้วินโดว์แท้ไปกอกกันฟรีๆ สามารถขยับราคาเป็น 14,900 บาทเพียงเท่านี้ก็จะได้โน้ตบุคแบบเก๋ๆ สไตล์มาดธุรกิจ เหมาะมากเลยค่ะที่จะเป็นตัวช่วยในการประกอบการขาย การอธิบายสำหรับลูกค้าหรือตอบโจทย์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดีทีเดียวนะคะ รวมไปถึงราคาถูกซะด้วย เอาแบบอุ่นใจกันดีกว่า เพิ่มมูลค่าเพียง 1,000 บาทก็จะได้ทั้งคอมและระบบของวินโดว์แท้กันค่า

ความหนารวมน้ำหนักอยู่ที่ 1.4 กิโลกรัมเท่านั้นเองค่ะ เป็นอลูมิเนียมทั้งฝาหลังด้านนอกด้านใน อลูมิเนียมทั้งตัวเนี่ย รับรองได้เลยค่ะว่ามีความถึก ทน เหนียวแน่นมั่นคงต่อการถือและพกพาค่ะ หน้าจอตรงหน้าจอจะอยู่ที่ความหนา 6.3 มิลลิเมตรเท่านั้นเอง พร้อมระบบกล้องหน้าตอบโจทย์ของการใช้โซเชียลมีเดียได้ดีอีกด้วยค่ะ

จุดเด่นที่ตามมาแบบ High option อีกอย่างหนึ่งก็คือสามารถมีระบบรองรับของการแสกน ฟริงเกิ้ลปริ๊นให้ด้วยค่ะ มีคีย์บอร์ดที่สวยงามทนทาน ตอบโจทย์การพิมพ์สัมผัสใช้งานง่ายๆ และระบบแบตเตอรี่รองรับที่ยาวนานถึง 17 ชั่วโมง มันว้าวมากเลยค่ะ ราคาแบบย่อมเยาแบบนี้ สามารถตอบโจทย์ในการใช้พกแบบไร้สายเท่ๆ คูลๆ ก็เอาอยู่ในที่ประชุม การทำงานและการติดต่อด้านนอกนะคะ สำหรับคนที่ต้องการซื้อนั้น สามารถใช้งานโดยน้ำหนักรวมไม่เกิน 1 กิโลกรัมครึ่งอย่างแน่นอนค่ะ ฟังก์ชั่นมาเต็มอย่างที่ไม่ต้องกลัวแล้วว่า พกแบกอะไรหนักๆ เพราะสายนี้ก็ถือว่าคูลๆ กันได้จ้า

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products/acer-swift


back to menu ↑

Huawei Matebook X Pro ผู้ท้าทายวงการโน้ตบุ๊กสายธุรกิจ ด้วยราคาที่ถูกกว่า ราคา 58,990 บาท

Dell หรือ HP ดีกว่าไหม

มาถึงการรีวิวสำหรับแบรนด์จีนกันบ้างค่ะ สำหรับ Matebook X Pro ถูกยกจากสื่อนอกหลายเจ้าเป็นผู้ท้าทายในกลุ่มโน้ตบุ๊กสายธุรกิจที่น่ากลัวตัวหนึ่ง ที่โดดเด่นกว่าเจ้าอื่นเรื่องราคาที่ต่ำกว่าหลักหมื่นบาทในสเปคที่ใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกันก็มีรุ่นการ์ดจอแยกเป็น GeForce MX150 ให้ด้วย

ภาพรวมของ Matebook X Pro ก็สมฐานะผู้ท้าทายโน้ตบุ๊กสายธุรกิจ ด้วยดีไซน์เรียบหรู วัสดุอะลูมิเนียม มีความบางเบา หน้าจอทัชสกรีน ขอบจอบาง ความละเอียดสูงและสีสันสดใส อย่างไรก็ตามปัญหาที่สื่อเมืองนอกระบุไปในทางเดียวกันคือกล้องหน้า ที่ป๊อปอัพขึ้นมาจากคีย์บอร์ด ทำให้มุมที่ได้เป็นมุมเงย รวมถึงคุณภาพของกล้องก็ไม่ดีเท่าไหร่ด้วย

รุ่นที่เราแนะนำคือตัวท็อปสุด Core-i7 8550U, แรม LPDDR3 16GB, การ์ดจอ GeForce MX150, NVMe PCIe SSD ขนาด 512GB ในราคา 58,990 บาท เพราะถึงแม้จะจ่ายเพิ่มจากรุ่นล่างขึ้นมา 15,000 บาท แต่สเปคแตกต่างกันทั้งหมด ไม่ว่าจะซีพียู, การ์ดจอ, แรมและความจุ SSD ขณะเดียวกันเมื่อเทียบกับคู่แข่งในสเปคเดียวกันแล้ว Matebook X Pro ก็ถือว่าถูกกว่ามาก

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products/0-10


back to menu ↑

HP Spectre x360 13-ac030tu ราคา 54,260 บาท

โน้ตบุ๊คประเภทใดดีที่สุด

เป็นอีกหนึ่งโน้ตบุคที่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องอะลูมิเนียมที่เบาบางเพียง 13.8 มิลลิเมตร สามารถจับถือสะดวกพกพาได้ง่าย มาพร้อมหน้าจอขนาดกว้าง 13.3 นิ้ว ความละเอียด FullHD ที่ทำการดีไซน์ให้ขอบจอบางเพียง 3.4 มม. เท่านั้น ทำให้ไม่รบกวนการมอง และจุดน่าสนใจเพิ่มเติมคือหน้าจอพับได้แบบ 360 องศา เพื่อปรับเปลี่ยนสไตล์การใช้งานได้อย่างอิสระ ผสมผสานพลัง Intel Kaby Lake Core i7-7500U, Ram 8 GB และพื้นที่เก็บข้อมูล (SSD) ขนาด 512GB นอกจากนี้มีลำโพงมาตรฐาน Bang&Olufsen คุณสมบัติชาร์จเร็วจาก 0% – 50% ใช้ระยะเวลาเพียง 30 นาที เสารับสัญญาณคู่ทำให้คุณภาพเสถียรยิ่งขึ้น สุดท้ายคือซองหนังสามารถนำอุปกรณ์ใส่แล้วพกพาไปได้ ช่วยเพิ่มความเท่ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องจากรอยขีดข่วนหรืออุบัติเหตุต่างๆ ด้วย เช่น นํ้ากระเด็น, ขี้ฝุ่น, แสงแดด เป็นต้น

HP Spectre x360 Convertible 13-w019TU ถูกออกแบบให้มีความสวยงาม มีความพรีเมี่ยม โดยบอดี้จะเป็นโลหะทั้งหมดขัดลาย มาพร้อมขนาดตัวเครื่อง 30.5 x 21.8 x 1.38 เซนติเมตร นํ้าหนัก 1.29 กิโลกรัม

ฝั่งตัวเครื่องด้านซ้ายมีพอร์ต USB-A (3.1) ถัดมามีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มิลลิเมตร, ช่องระบายความร้อน และปุ่มเปิดปิดการใช้งาน โดยถ้าเปิดใช้งานอยู่จะขึ้นแสงไฟสีขาว แต่หากสแตนบายจะขึ้นสัญญาณไฟสีขาวแบบกระพริบ ด้านขวาตัวเครื่องมีพอร์ต Thunderbolt 3 (USB-C 3.1) สำหรับถ่ายโอนข้อมูลและชาร์จแบตเตอรี่ให้กับแล็ปท็อป ถัดมามีปุ่มเพิ่มลดเสียง รองรับสำหรับนักธุรกิจก็สามารถตอบโจทย์ได้ดีไม่น้อยเลยค่ะ

 

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products/notebook-hp-spectre


back to menu ↑

Lenovo Yoga 530 โน้ตบุ๊กแบบ 2-in-1 ที่ดีที่สุดในราคาต่ำสองหมื่น ราคา 19,990 บาท

โน้ตบุ๊คและแล็ปท็อปแตกต่างกันอย่างไร

สำหรับใครที่เป็นนักธุรกิจสไตล์ผู้จัดจำหน่ายการขายตรง หรือต้องการจะหาโน้ตบุคดีๆ สำหรับการสร้างลูดข่ายหรือลูกทีมนะคะ วันนี้เรามามีรีวิวสำหรับโน้ตบุ๊ก 2-in-1 หรือ Convertible ที่รองรับหน้าจอสัมผัสและปากกาในช่วงราคานี้ Lenovo Yoga 530 เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในแง่สเปคเครื่องที่ว้าวมากๆ เมื่อเทียบกับกลุ่มเดียวกันในราคาต่ำ 20k เนื่องจากคู่แข่งส่วนใหญ่ยังเป็นซีพียู Celeron และ Pentium แต่ Yoga 530 รุ่น 81EK009HTA จะได้ซีพียู Core i3-7020U การ์ดจอ Intel HD Graphics 620 แรม DDR4 4GB หน่วยความจำ M.2 PCIe SSD 128GB, หน้าจอความละเอียด FHD แพแนล IPS มี USB-C และ Windows 10 Home แถมฟรีปากกา Active Pen ในราคา 19,990 บาท

              จุดเด่นคือ สามารถบิดกลับหน้าจอโดยไม่พังได้ วาดรูปออกแบบ หันซ้ายพลิกขวาก็เป็นเรื่องที่ดี ง่ายต่อการจะตอบโจทย์ในแง่ของการพูดคุยและอธิบายเรื่องยากๆ ให้คนที่คุณได้พบปะสังสรรค์ให้กลายเป็นเรื่องง่ายดายได้ในพริบตา รวมไปถึงระบบพิเศษของการใช้ Yoga 530 อัดแน่นด้วยขุมพลังเพื่อการสร้างสรรค์ของท่าน ไม่ว่าจะเป็นพลังประมวลผลจากชิป Intel® Core™ i7 รุ่นล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงกว่ารุ่นเก่าถึง 40% จอสัมผัสที่รองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัส พื้นที่เก็บข้อมูลความเร็วสูง รวมถึงยังมีรุ่นตัวเลือกที่มาพร้อมชิปกราฟิก NVIDIA® GeForce® MX130 สำหรับการทำงานด้านกราฟิก ตกแต่งรูป รับชมภาพยนตร์ และการเล่นเกมให้เป็นไปได้อย่างไหลลื่นเต็มอารมณ์

กับน้ำหนักเพียง 1.6 กิโลกรัม บางสุด 17.6 มิลลิเมตร ทำให้ Yoga 530 พร้อมที่จะไปกับท่านได้ทุกที่ ประกอบกับแบตเตอรี่ที่ใช้ได้นานสุด 10 ชั่วโมง ที่สามารถชาร์จให้ใช้งานเพิ่มได้ถึง 2 ชั่วโมง จากการชาร์จเพียง 15 นาที* ทำให้ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องการพกสายชาร์จอีกต่อไป

            พร้อมทั้งระบบแบบรองรับโซเชียลแบบไม่จำกัดด้วยนะคะ เชื่อมต่อได้หลากหลายผ่านการเชื่อมต่อ WiFi แบบ AC 2×2 และพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครันทั้ง USB-C, USB 3.0 และ HDMI บน Yoga 530 ทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้งานได้อินเตอร์เน็ตได้แบบไม่ขาดตอน และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลายอย่างที่ต้องการ

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า lazada.co.th/products/lenovo-notebook


back to menu ↑

Lenovo IdeaPad 720s โน้ตบุ๊กระดับกลางที่ครบเครื่องในราคาเบาๆ ราคา 25,900 บาท

นักธุรกิจคนไหนที่ใช้โน้ตบุ๊ก

ขยับเกรดสูงขึ้นมาอีกหน่อยสำหรับ Lenovo IdeaPad 720s โดดเด่นด้วยสเปคที่เทียบกับราคาแล้วค่อนข้างคุ้มค่า รุ่นย่อยที่เราแนะนำคือ 13ARR-81BR002XTA ที่มาพร้อม Ryzen 7 2700U, แรม DDR4 8GB, จีพียู Radeon RX Vega 10, PCIe M.2 SSD 256GB, หน้าจอ FHD IPS แถมด้วยพอร์ท USB-C อีกพอร์ทและ Windows 10 Home ด้วยราคาแค่ 25,900 บาท ดีไซน์ก็เรียบง่ายด้วยอะลูมิเนียมแต่สวยงาม น้ำหนักเบา

สำหรับรุ่นนี้มีข้อดีที่โดดเด่นตามมาติดๆ สำหรับสายโน้ตบุคนะคะ นั่นก็คือ จากประสิทธิภาพอันทรงพลังของ Ideapad 520S ที่สืบทอดมาอยู่ใน Ideapad 720S 13″ ไม่ว่าจะเป็นชิปประมวลผล 7th generation Intel Core i7 ซึ่งทำงานร่วมกับ SSD PCIe ความเร็วสูง ทำให้การใช้งานเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งแรมสูงสุด 8 GB ก็ทำให้การใช้งานโปรแกรมเป็นไปได้อย่างไหลลื่น รวดเร็ว

Ideapad 720S มาพร้อมกับ Windows 10 Home ที่เสริมฟีเจอร์ใหม่เข้ามามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ช่วยคนเก่งอย่าง Cortana ที่พร้อมตอบคำถามคุณทุกเวลา ทั้งยังสามารถทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันอื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้คุณสามารถรีดประสิทธิภาพ และเข้าถึงทุกฟีเจอร์บน Windows 10 ทั้งจากบน Ideapad เครื่องนี้ หรือจะเป็นอุปกรณ์ Windows 10 ของคุณเครื่องอื่นๆ ได้อย่างง่ายดาย

เพลิดเพลินไปกับภาพอันยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะทั้งจากการสตรีมวิดีโอ รายการทีวีรายการโปรด หรือจะดูภาพถ่าย ด้วยจอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ UHD ที่อยู่ภายใต้ขอบจอสุดบางของ Ideapad 720S ทำให้เสมือนว่าคุณกำลังรับชมโฮมเธียเตอร์ขนาดย่อมๆ เลยทีเดียว อีกทั้งยังมีรุ่นตัวเลือกที่มาพร้อมจอสัมผัสอีกด้วย

อำนวยความสะดวกให้กับคุณด้วยฟังก์ชัน Windows Hello ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (ในรุ่นตัวเลือก) เพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับการเก็บข้อมูลของคุณ ทั้งยังใช้เวลาในการล็อกอินเพียงไม่ถึง 2 วินาที ซึ่งเฉลี่ยแล้วเร็วกว่าการกรอกรหัสผ่านแบบเดิมๆ ถึง 3 เท่าตัว นอกจากนี้ยังสามารถใช้ล็อกอินใช้งานกับแอปอื่นๆ เช่น DropBox ได้อีกด้วย

ข้อเสียของ IdeaPad 720s คือพัดลมอาจส่งเสียงดังและร้อนมากกว่าปกติตอนทำงานหนักๆ ก็ต้องระวังกันนิดหนึ่งนะคะ

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products/lenovo-ideapad


back to menu ↑

ASUS VivoBook S15 โน้ตบุ๊กสายบางเบาหน้าจอ 15 นิ้ว ราคา 24,990 บาท

นักธุรกิจควรเลือกโน้ตบุ๊กแบบใด

ถัดมาสำหรับโน้ตบุคแบบหลากสี ที่คัดมาให้หลายสไตล์สำหรับหลายกลุ่มกันเลยทีเดียว ไล่ไปตั้งแต่สีเขียวขีม้าแบบปนความสว่างแบบเทาๆ สีชมพู สีดำ สีน้ำเงิน ใครถูกใจสีไหนนับว่าเขาดีไซต์ออกมาได้อย่างตอบโจทย์ค่ะ สำหรับ ASUS ค่ะ ดีไซต์สุดล้ำทันสมัยในราคาปีนี้ ASUS ดูให้ความสำคัญกับตลาดโน้ตบุ๊คบางเบาราคาไม่แพงมากขึ้นด้วย VivoBook S14 และ S15 (ต่างกันแค่ขนาดหน้าจอ) ที่ดีไซน์สวยงาม บานพับเป็นแบบ Ergolift Hinge ที่ยกตัวขึ้นตอนเปิด ช่วยเพิ่มองศาตอนพิมพ์

อย่างไรก็ตามปัญหาของ VivoBook อยู่ที่การแสดงผลสีที่ไม่สดและสว่างมากนัก ภายในกล่องเมื่อได้ซื้อตัวเครื่องจะแถมสำหรับชุดไฟเลี้ยง 65W ที่มาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไวหรือ Fast Charging มีขนาดเล็กเกินคาด พอ ๆ กับ Adapter ชาร์จสมาร์ทโฟนเลย เหมาะสำหรับพกพาไม่น้อย แถมสายชาร์จก็ยาวได้ใจมาก ๆ ตัวเครื่องมีความบางเบาไม่น้อย โดยความบางอยู่ที่ 18 มม. ขนาดพอ ๆ กับโน็ตบุ๊คจอ 14 นิ้ว และหนัก 1.8 กก. เท่านั้น วัสดุโดยรวมใช้อลูมิเนียมพร้อมลายปัดเสี้ยนตามสไตล์ Asus แต่ในตัว Asus VivoBook S15 S530UN นี้ บางมุมกลับมองเป็นสีเงินและสีฟ้านิด ๆ หากมีแสงไฟตกกระทบ ดูสวยงามแบบแปลกตาดีเหมือนกัน

จุดเด่นของตัวเครื่องมีความบางเบาไม่น้อย โดยความบางอยู่ที่ 18 มม. ขนาดพอ ๆ กับโน็ตบุ๊คจอ 14 นิ้ว และหนัก 1.8 กก. เท่านั้น วัสดุโดยรวมใช้อลูมิเนียมพร้อมลายปัดเสี้ยนตามสไตล์ Asus แต่ในตัว Asus VivoBook S15 S530UN นี้ บางมุมกลับมองเป็นสีเงินและสีฟ้านิด ๆ หากมีแสงไฟตกกระทบ ดูสวยงามแบบแปลกตาดีเหมือนกัน มี ขอบหลากสี ซึ่งสีที่ผมได้คือสีเหลือง ส่วนชื่ออย่างเป็นทางการคือ Silver Blue เพราะอย่างนี้เอง เลยทำให้ตัวผิวอลูมิเนียมมีสีอมฟ้า ไม่เป็นสีเงินล้วน ๆ ซะทีเดียว ส่วนของสีเหลืองนี้เป็นพลาสติก แต่มีการเล่นลวดลายที่ทำให้มันดูคล้ายผิวยาง เหมือนว่าจะช่วยลดแรงกระแทกหากเครื่องตกยังไงยังงั้น (และผมไม่คิดลองเทส Drop แน่ ๆ) พอร์ตเชื่อมต่อก็มี USB 3.1 Gen 1 Type-C x 1, USB 3.1 Type-A Gen 1 x 1, USB 2.0 x 2, HDMI x 1, Combo audio jack x 1 และ MicroSD card reader x 1 หน้าจอตัวเครื่องที่บางมาก

อีกจุดที่ว้าวก็คือ ErgoLift หรือดีไซน์บานพับแบบใหม่ของ Asus ที่ช่วยยกตัวแป้นพิมพ์หรือคียบอร์ดให้เอียงขึ้นอีก 3.5 องศา ช่วยให้พิมพ์งานถนัดขึ้น และยังช่วยเรื่องการระบายความร้อนด้วย จากภาพก่อนหน้านี้ เราก็เห็นส่วนช่องดูดลมไปแล้ว ส่วนช่องระบายความร้อนอยู่ตรงไหนนั้น คำตอบคือจากจุดนี้บางท่านคงกังวลว่า มันจะไม่เปามือเราหรือหน้าจอจนร้อนเลยหรือ ตรงนี้จากที่ลองใช้งานแบบหนัก อย่างเล่นเกมหรือเทสประสิทธิภาพ ต้องบอกเลยว่า ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้ร้อนจนน่ากังวลคียบอร์ดของตัว Asus VivoBook S15 S530UN ก็เป็นแบบ Full Size มีปุ่ม Numpad ให้พร้อม ปุ่มไม่ชิดเกินไป ทำให้พิมพ์ได้สะดวก ไม่เผลอกดปุ่มผิดง่าย ๆ และคียบอร์ดของตัว Asus VivoBook S15 S530UN ก็เป็นแบบ Full Size มีปุ่ม Numpad ให้พร้อม ปุ่มไม่ชิดเกินไป ทำให้พิมพ์ได้สะดวก ไม่เผลอกดปุ่มผิดง่าย ๆ ไฟ Led Backlit สีขาว ปรับความสว่างได้ 3 ระดับนะคะ

เว็บไซต์สำหรับการสั่งซื้อสินค้า : lazada.co.th/products


จบกันแล้วสำหรับการรีวิวทั้ง 10 อันดับของโน้ตบุคต่างๆ ที่ได้คัดสรรแบบเกรดพรีเมียมที่สามารถทำให้นักธุรกิจประเภทต่างๆ สามารถเลือกใช้ตามฟังก์ชั่นและงบประมาณของตัวเอง ส่วนใครเหมาะกับยี่ห้อไหน สเป็คงานแบบไหน ลองเอางานเป็นที่ตั้งแล้วลองเปรียบเทียบดูนะคะ

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply