10 อันดับมือถือสมาร์ตโฟนยอดนิยมในปี 2020

ทุกวันนี้แทบจะเรียกได้ว่า มือถือสมาร์ตโฟนกลายเป็นปัจจัยที่ 5 ที่คอยอำนวยความสะดวกแก่การใช้ชีวิตของคนเราในยุคปัจจุบัน ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่มีการพัฒนามากขึ้นเรื่อย ๆ ทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานการโทรพื้นฐาน การรับส่งข้อมูลผ่านเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ต การค้นหาข้อมูลต่าง ๆ การถ่ายภาพให้แสงสีและตำแหน่งในรูปออกมาสวยสมจริง การใช้งานแอพพลิเคชั่นที่หลากหลาย การเล่นเกมออนไลน์หรือการใช้งานความบันเทิงในรูปแบบอื่น ๆ ตลอดจนการทำงานบนสมาร์ตโฟนที่ต้องการความลื่นไหล คล่องตัว ทนทาน และใช้งานแบตเตอรี่ได้อย่างยาวนานโดยไม่ต้องคอยชาร์จบ่อย ๆ ซึ่งการเลือกมือถือดี ๆ มาใช้ซักเครื่องถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อน เพราะจะจ่ายเงินทั้งทีก็ควรเลือกรุ่นและยี่ห้อที่ตอบโจทย์ความต้องการในการใช้งาน และเหมาะกับลักษณะเฉพาะของผู้ใช้งานด้วย

มาดูกันว่า 10 อันดับมือถือสมาร์ตโฟนที่เป็นที่นิยมในท้องตลาดแห่งปี 2019 มียี่ห้อและรุ่นไหนบ้าง...

Apple iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max

Apple iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max

ในปีนี้ ใครที่กำลังเฝ้ารอรุ่นพรีเมี่ยมของซีรีย์ iPhone 11 บอกได้เลยว่าไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน ทั้งสเปคที่จัดเต็มแบบไม่มีกั๊กเหมือนรุ่นก่อน ๆ ที่ผ่านมา และยังขึ้นแท่นเป็นรุ่นที่มีราคาสูงที่สุดของ iPhone อีกด้วย โดย iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ได้รับการอัปเกรดด้านประสิทธิภาพการประมวลผลเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง iPhone XS เพราะมีความสามารถในการประมวลภาพที่สูงขึ้น ใช้ชิปเซ็ตประสิทธิภาพสูงอย่าง A13 Bionic รองรับหน่วยความจำ RAM 6GB ส่วน ROM มีให้เลือกได้อยู่ที่ 64GB 256GB และ 512GB พร้อมด้วยแบตเตอรี่ 3,500 mAh ที่ใช้งานได้ยาวนานขึ้นแบบก้าวกระโดดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในตระกูล iPhone ซึ่งสามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 20 ชั่วโมง ในส่วนของหน้าจอนั้น iPhone 11 Pro เป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของ Apple ที่ได้รับการติดตั้งหน้าจอ HDR ซึ่งแสดงภาพได้อย่างยอดเยี่ยม และมีกล้องหลังที่ออกแบบปฏิวัติโฉมใหม่พร้อมความสามารถอย่างหลากหลาย โดยกล้อง 3 ตัวแบบอัลตร้าไวด์ ไวด์ และเทเลโฟโต้ มีความละเอียด 12MP ซูมเข้าซูมออกแบบออปติคอล 2 เท่า และซูมแบบดิจิตอลได้สูงสุด 10 เท่า สามารถถ่ายภาพได้สวยงามแม้ในที่ที่มีแสงน้อยลงมาก ๆ บันทึกวิดีโอในระดับ 4K ที่ 24 fps 30 fps หรือ 60 fps ซึ่งทำให้ iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max มีกล้องที่ดีที่สุดในตลาดสมาร์ตโฟนปัจจุบัน

เริ่มวางจำหน่าย : ตุลาคม 2019

ราคาโดยประมาณ : 35,900 - 52,900 บาท


 

back to menu ↑

iPhone XS Max

iPhone XS Max

อีกหนึ่งรุ่นท็อปของสมาร์ตโฟนแบรนด์พรีเมี่ยมอย่าง Apple iPhone คือ iPhone XS Max แม้รุ่นนี้จะเปิดตัวมาตั้งแต่ปี 2018 แต่ก็ยังคงได้รับความนิยมสูงอยู่ในปัจจุบัน เพราะเป็นสมาร์ตโฟนที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับ iPhone ทั้งเป็นรุ่นที่หน้าจอใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยขนาด 6.5 นิ้ว ความละเอียดหน้าจอ 1242 x 2688 พิกเซล และใช้ชิป A12 Bionic บนเทคโนโลยีการผลิตแบบ 7nm ครั้งแรกของ Apple ส่งผลให้ iPhone XS Max มีประสิทธิภาพรวมการทำงานดีขึ้นกว่าเดิม CPU ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม หน่วยประมวลผลด้านกราฟฟิกต่าง ๆ ทั้งการถ่ายรูป การถ่ายวิดีโอ หรือการเล่นเกมก็ใช้งานได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น และนี่ยังเป็นครั้งแรกของระบบซิมคู่ของ iPhone ด้วย ซึ่งมีการใช้งานแบบ Gigabit LTE ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ iPhone นอกจากนั้น iPhone รุ่นนี้มีกล้องถ่ายภาพที่เก็บรายละเอียดต้นฉบับได้ดีที่สุด พร้อม AI ควบคุมการถ่ายรูป ปรับ F-stop ได้ มีโหมดโบเก้ที่มีแสงสวยสะกดสายตา ถ่ายวิดีโอให้ดูเป็นมืออาชีพยิ่งขึ้น ทั้งยังมีไมค์ที่ดีที่สุด มีระบบกันสั่นดีเยี่ยม รองรับ HDR และ 24 fps สำหรับถ่ายวิดีโอ 4K พร้อมคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68 จึงไม่น่าแปลกใจที่ iPhone XS Max จะเป็นรุ่นยอดนิยมในตลาดสมาร์ตโฟนแบบข้ามปี

เริ่มวางจำหน่าย : ตุลาคม 2018

ราคาโดยประมาณ : 43,900 - 57,900 บาท


 

back to menu ↑

Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+

Samsung Galaxy Note 10 และ Note 10+

มาถึงฝั่ง Andriod กันบ้าง หลายคนคงคุ้นเคยหรือได้ยินกิตติศัพท์กันดีสำหรับ Samsung ในซีรีย์ Galaxy Note ซึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดที่ทั้งออกใหม่และออกตัวแรง คือ Note 10 และ Note 10+ ซึ่งปรับปรุงพัฒนามาจากรุ่น Galaxy Note 9 ค่อนข้างมาก โดยมาพร้อมกับดีไซน์หรูหราทันสมัย และเสริมฟีเจอร์การใช้งานที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่ Samsung Galaxy Note มาพร้อมหน้าจอ 2 ขนาด ให้ผู้ใช้ได้เลือกใช้งานตามความถนัด ส่วนสามารถของ S Pen ใน Galaxy Note 10 นั้น ถูกพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถจดข้อความลงบนหน้าจอและเปลี่ยนลายมือเป็นตัวอักษรได้ทันที มีฟีเจอร์ Air Actions ให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมฟังก์ชันที่ต้องการได้ผ่านการจับ S Pen เคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ต้องการ ทั้งยังมีซอฟต์แวร์ Air Actions ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งปุ่มควบคุมได้หลากหลายรูปแบบ อำนวยความสะดวกแก่การใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ผ่านการแสดงท่าทางตลอดจนการใช้เล่นเกมออนไลน์ ถ้าต้องการสมาร์ตโฟนซักเครื่องที่มีครบทุกฟังก์ชั่นการใช้งาน และสะดวกต่อการทำงานสำคัญ ๆ อย่างการจดบันทึกข้อมูลต่าง ๆ Galaxy Note 10 และ 10+ คงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง

เริ่มวางจำหน่าย : สิงหาคม 2019

ราคาโดยประมาณ : 37,900 - 40,900 บาท


 

back to menu ↑

HUAWEI P30 Pro

HUAWEI P30 Pro

ถ้าจะพูดถึงสมาร์ตโฟนรุ่นที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในฟังก์ชั่นการถ่ายภาพ คงจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Huawei P30 Pro ด้วยกล้องที่ซูมได้มากถึงกว่า 50 เท่า ด้วยเลนส์ LEICA Quad Camera สุดล้ำแบบ 10x Hybrid Zoom โดยกล้องหลักมีความละเอียดถึง 40 พิกเซล ส่วนกล้องหลังอยู่ที่ 32 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ขนาด 6.47 นิ้ว ที่ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล รองรับ DCI-P3 และ HDR10 กรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียม ในขณะที่ตัวเครื่องด้านหน้าและด้านหลังครอบทับด้วยกระจก มีคุณสมบัติกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ และสามารถปลดล็อคหน้าจอได้ด้วยการสแกนใบหน้า นอกจากนั้น Huawei P30 Pro ถูกปรับให้ตัดลำโพงสนทนาออกโดยเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี HUAWEI Acoustic Display แทน ซึ่งจะมีเสียงออกมาจากทางหน้าจอนั่นเอง ด้านฟังก์ชั่นและระบบประมวลผล มีการใช้งานหน่วยประมวลผลชั้นดีอย่าง HiSilicon Kirin 980 และหน่วยประมวลผลกราฟฟิก Mali-G76 MP10 ที่จับคู่มากับ RAM 6GB และ 8GB ซึ่งหน่วยความจำภายในตัวเครื่องมีให้เลือกที่ 128GB 256GB และ 512GB และผู้ใช้งานสามารถเพิ่ม NM หรือ Nano Memory ได้ถึง 256GB แบตเตอรี่มีความจุ 4,200 mAh รองรับการชาร์จแบบไร้สายและสามารถใช้งานเป็น Wireless Charger ที่ช่วยชาร์จพลังงานสำรองไปยัง HUAWEI เครื่องอื่น ๆ ได้ด้วย ทั้งหมดนี้อาจพูดได้ว่า Huawei P30 Pro เป็นมือโปรทั้งด้านการถ่ายภาพและมีประสิทธิภาพการทำงานในตัวเองค่อนข้างสูง คนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพหรือประทับใจกับฟังก์ชั่นการใช้งานที่แตกต่าง นี่อาจเป็นสมาร์ตโฟนอัจฉริยะอีกรุ่นหนึ่งที่คุณกำลังมองหาอยู่

เริ่มวางจำหน่าย : มีนาคม 2019

ราคาโดยประมาณ : 31,900 บาท


 

back to menu ↑

OPPO Reno 10x Zoom

OPPO Reno 10x Zoom

ทางด้านผู้ผลิตสมาร์ตโฟนสัญชาติจีนอีกเจ้าอย่าง OPPO ก็ไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน โดยได้ออกแบบมือถือสมาร์ตโฟนตามคอนเซปกล้องซูมในรุ่น OPPO Reno 10x Zoom ที่มาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของกล้องถ่ายรูปที่สามารถซูมได้ไกลถึง 60 เท่าเลยทีเดียว โดยซูมได้แบบไม่เสียรายละเอียด พร้อมดีไซน์กล้องหน้าแบบ Pivot Rising Camera เมื่อ Pop Up ขึ้นมาจะดูคล้ายกับครีบฉลามที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร ไม่ต้องคอยซ่อนกล้องหน้าเหมือนรุ่นอื่น ๆ พร้อมหน้าจอ AMOLED Panoramic Screen ขนาด 6.6 นิ้ว รองรับ DCI-P3 ใช้งานหน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 855 หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 640 คู่กับ RAM 6GB และ 8GB หน่วยความจำในตัวเครื่อง 128GB และ 256GB ซึ่งสามารถเพิ่ม microSD ได้สูงสุดถึง 256GB มีเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการประมวลผล และรองรับเทคโนโลยี Hyper Boost 2.0 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่อง ด้วยแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4,065 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 20W (VOOC Flash Charge) มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ มีกล้องถ่ายรูปด้านหลัง 3 ตัว กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล โดยมีโหมดเซลฟี่สำหรับบริเวณที่มีแสงน้อยและการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอ สำหรับผู้ที่ต้องการมือถือสักรุ่นที่มีดีไซน์โดดเด่น เน้นการถ่ายภาพในระดับโปร พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานชั้นเยี่ยม OPPO Reno 10x Zoom อาจตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้

เริ่มวางจำหน่าย : มิถุนายน 2019

ราคาโดยประมาณ : 29,000 บาท


 

back to menu ↑

Xiaomi Black Shark 2 Pro

Xiaomi Black Shark 2 Pro

ด้านแบรนด์จีนน้องใหม่ในตลาดผู้ผลิตสมาร์ตโฟนอย่าง Xiaomi ก็ได้นำนวัตกรรมใหม่ ๆ พัฒนาสมาร์ตโฟนในค่ายมาตลอด โดยซีรีย์ Black Shark นับเป็นมือถือที่สร้างมาเพื่อเอาใจเกมเมอร์โดยเฉพาะ และประสบความสำเร็จเรียกเสียงตอบรับได้ดีมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน ๆ เพราะเต็มไปด้วยสเปคที่ทรงพลังทั้งด้านความเร็วและความแรงในการประมวลผล ดีไซน์เครื่องที่สวยเด่นดูมีสไตล์แบบเกมมิ่ง ออกแบบโดยมีแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง Formula 1 มาพร้อมหน้าจอ 6.39 นิ้ว AMOLED ความละเอียดแบบ Full HD+ รองรับ HDR และมีค่า Touch Latency อยู่ที่ 34.7ms ที่อัตราการแสดงผล 120 เฮิรตซ์ จึงแสดงผลภาพจากหน้าจอได้อย่างลื่นไหล รวมถึงมีการปรับอัลกอริทึ่มแบบสัมผัสโดยเฉพาะสำหรับการเล่นเกม โดย Black Shark 2 Pro ใช้ CPU ตัวท็อปอย่าง Snapdragon 855 Plus มีหน่วยความจำแบบ UFS 3.0 มาพร้อมกับ RAM 8GB และ 12GB โดยมี ROM 128GB และ 256GB ให้เลือกใช้งานกัน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเอฟเฟกต์แสงไฟแบบใหม่และระบบระบายความร้อนรุ่นใหม่ Liquid Cooling 3.0 ที่ช่วยลดอุณหภูมิของ CPU เครื่องลงได้ถึง 14 องศาเซลเซียส มีสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ กล้องหลังคู่ความละเอียด 48 และ 12 ล้านพิกเซล รองรับการซูม 2 เท่า แบบ Optical กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และมีแบตเตอรี่ 4,000 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 27 วัตต์ ชาร์จแค่ 5 นาที ก็สามารถเล่นเกมได้นานถึง 30 นาที หากคุณคือคอเกม Xiaomi Black Shark 2 Pro อาจเป็นทั้งสมาร์ตโฟนคู่ใจและเครื่องเล่นเกมที่เหมาะมือไม่น้อยเลยทีเดียว

เริ่มวางจำหน่าย : มีนาคม 2019

ราคาโดยประมาณ : 18,900 - 22,900 บาท


 

back to menu ↑

Apple iPhone XR

Apple iPhone XR

ถ้าจะพูดถึง iPhone รุ่นที่คุ้มค่าที่สุดในขณะนี้ คงต้องยกให้ iPhone XR เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นเล็กที่มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้งานไม่แพ้รุ่นอื่น ๆ โดยตัวเครื่องจะใช้วัสดุเป็นกรอบอลูมิเนียม 7000 series ที่มีความแข็งแรงทนทาน ครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มีมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP67 ปลดล็อคด้วย Face ID แทนการสแกนลายนิ้วมือ หน้าจอแสดงผล IPS LCD ขนาด 6.1 นิ้ว ที่ความละเอียด 828 x 1792 พิกเซล รองรับทั้ง True Tone ทั้ง Wide Color Gamut และ 120 Hz touch-sensing โดยใช้หน่วยประมวลผล Apple A12 Bionic ที่มีเทคโนโลยี Neural Engine หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Apple GPU (4-core graphics) ที่จับคู่มากับ RAM 3GB หน่วยความจำภายในตัวเครื่องมีทั้ง 64GB 128GB และ 256GB แต่รุ่นนี้ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอก ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS 12 โดยสามารถอัปเกรดเป็น iOS 12.4 เวอร์ชั่นล่าสุดได้ แบตเตอรี่มีความจุ 2,942 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 15W และชาร์จไร้สายตามมาตรฐาน Qi wireless charging ได้ ส่วนการใช้งานกล้องถ่ายรูปนั้น ด้านหลังจะเป็นกล้องหลักเพียงตัวเดียวที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น OIS ไฟแฟลช Quad-LED dual-tone flash ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียดอยู่ที่ 7 ล้านพิกเซล แม้จะเป็น iPhone รุ่นเล็กที่ปรับสเปคบางอย่างลงมา แต่ก็ถือว่ายังคงใช้งานได้ดีตามมาตรฐาน iPhone และยังมีจุดขายอยู่ที่ราคาที่ลดลงมาจากรุ่นตัวท็อปค่อนข้างมาก iPhone XR จึงเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ชื่นชอบหรือถนัดใช้งานสมาร์ตโฟนในระบบปฏิบัติการ iOS

เริ่มวางจำหน่าย : ตุลาคม 2018

ราคาโดยประมาณ : 29,900 บาท


 

back to menu ↑

Samsung Galaxy A80

Samsung Galaxy A80

ผู้นำตลาดสมาร์ตโฟนเกาหลีอย่าง Samsung ไม่ได้มีดีแค่ตระกูล Galaxy Note แต่ซีรีย์ A อย่างรุ่น Galaxy A80 ก็เปิดตัวสร้างเสียงฮือฮาได้อย่างมากเช่นกัน เพราะมีการปฏิวัติรูปแบบการดีไซน์กล้องมาใหม่ที่แปลกเด่นไม่เหมือนใคร เป็นกล้องถ่ายรูปที่สามารถหมุนสลับเพื่อใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังภายในตัวเดียวกัน ช่วยให้ถ่ายภาพเซลฟี่ที่มีคุณภาพดีด้วยการถ่ายจากกล้องหลัง การใช้งานกล้องก็แสนง่ายดายเพียงสไลด์กล้องขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว โดยมีกล้องถ่ายรูปด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว ประกอบด้วยกล้องตัวแรกที่มีความละเอียด 48 ล้านพิกเซล โฟกัส PDAF กล้อง ultrawide ที่มีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และกล้อง TOF 3D มีโหมดหน้าชัดหลังเบลอและลูกเล่นอื่น ๆ ที่ครบครัน ส่วนหน้าจอแสดงผลเป็นแบบเต็มพื้นที่ขนาด 6.7 นิ้ว โดยเป็นหน้าจอแบบ Super AMOLED ที่มีความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล ครอบด้วยกระจก Gorilla Glass 3 พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังใต้หน้าจอแบบ Optical Ultra Sonic กรอบตัวเครื่องเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงทนทาน ส่วนฝาหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 6 มีแบตเตอรี่ความจุ 3,700 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 25W มีหน่วยประมวลผลแบบ Qualcomm Snapdragon 730 หน่วยประมวลผลกราฟฟิก Adreno 618 มาพร้อมกับ RAM 8GB หน่วยความจำภายใน 128GB แต่ไม่รองรับหน่วยความจำเสริมจากภายนอก หากใครกำลังมองหาสมาร์ตโฟนสักเครื่องที่สเปคดี ถ่ายรูปสวย ใช้งานง่าย อาจลองพิจารณา Samsung Galaxy A80 ไว้ในตัวเลือกของคุณได้

เริ่มวางจำหน่าย : เมษายน 2019

ราคาโดยประมาณ : 21,900 บาท


 

back to menu ↑

Huawei Nova 5T

Huawei Nova 5T

สำหรับ Huawei Nova 5T นับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ออกใหม่และเปิดตัวแรง กระแสการตอบรับถือว่าดีมาก เพราะ Nova รุ่นนี้ จัดเต็มทั้งเรื่องสเปค กล้อง และปล่อยราคาแบบจับต้องได้สำหรับคนทั่วไป โดย Nova 5T ใช้ชิปเซ็ตรุ่นเดียวกับ Huawei P30 Pro นั่นคือ Kirin 980 ขนาด 7nm มาพร้อมหน้าจอขนาด 6.26 นิ้ว ที่มีความละเอียด Full HD+ LCD ขอบจอโค้ง ดีไซน์ตัวเครื่องแบบไล่เฉดสีด้วยวัสดุกระจก 3D มีสแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ด้านข้างตัวเครื่อง กล้องหน้าเจาะรู 32 ล้านพิกเซล พร้อม Dual NPU ใช้งาน RAM 8GB และ ROM 128GB รองรับระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย EMUI 9.1 รองรับ GPU Turbo 3.0 กล้องหลังมี 4 เลนส์ Leica quad-lens) แบ่งเป็นเลนส์หลัก 48 ล้านพิกเซล Ultra-wide 16 ล้านพิกเซล  เลนส์ 4cm macro 2 ล้านพิกเซล และเลนส์แบบ Depth 2 ล้านพิกเซล มีแบตเตอรี่ 3,750 mAh รองรับการชาร์จเร็ว 22.5W ทั้งหมดนี้ จัดว่า Huawei Nova 5T เป็นมือถือสเปคตัวท็อปในราคาสบาย ๆ ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ใช้งานได้ในวงกว้างกว่าสมาร์ตโฟนตัวแรงทั่วไป ใครที่สนใจในความคุ้มค่าคงต้องลองเลือกหามาใช้งานกันดู

เริ่มวางจำหน่าย : กันยายน 2019

ราคาโดยประมาณ : 10,990 บาท


 

back to menu ↑

Realme 5 Pro

Realme 5 Pro

ด้านสมาร์ตโฟนสัญชาติจีนแบรนด์น้องเล็กหน้าใหม่อย่างค่าย Realme ก็เน้นผลิตมือถือสเปคดีในราคาที่คุ้มค่ามาเป็นจุดขาย และนับว่าเจ้านี้กำลังเป็นที่ยอมรับมากขึ้นในตลาดสมาร์ตโฟน เพราะใช้มาตรฐานการผลิตเดียวกันกับ OPPO โดยมือถือรุ่น Realme 5 Pro เป็นสมาร์ตโฟนขนาดพอดีมือที่มีหน้าจอ 6.3 นิ้ว มีความละเอียดแบบ Full HD+ มีติ่งหยดน้ำ (Dewdrop notch) เสริมความทนทานด้วยวัสดุกระจก Corning Gorilla Glass 5 วัสดุตัวเครื่องด้านหลังเป็นพลาสติกสีแบบ Holographic และลวดลายแบบ Diamond Cut ที่ใช้เทคนิคทำให้เหมือนเป็นกระจก รวมถึงเคลือบสารกันน้ำด้วย ด้านการประมวลผล ใช้งาน CPU Snapdragon 712 10nm RAM สูงสุด 8GB รองรับ Hyperboost 2.0 เอาใจเหล่าเกมเมอร์ และใช้งานระบบปฏิบัติการ Android 9.0 (Pie) ครอบทับด้วย ColorOS 6.0 มีกล้องหลัง 4 ตัว แบ่งเป็นกล้องหลัก 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586 รองรับ AI Scene recognition เลนส์มุมกว้าง 119 องศา (Ultra-wide) 8 ล้านพิกเซล Depth sensor 2 ล้านพิกเซล Sensor for 4cm macro + 2 ล้านพิกเซล และกล้องหน้ามีความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX471 เหมือนกับรุ่น Realme X ส่วนแบตเตอรี่มีความจุ 4,035 mAh รองรับ VOOC 3.0 ซึ่งสามารถชาร์จแบตเตอรี่ 0-55% ได้ในเวลา 30 นาที ผ่านพอร์ต USB Type-C แม้จะมาใหม่แต่ Realme 5 Pro ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญแก่ผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนทั่วไปที่ต้องการมือถือสเปคดีในราคาที่เอื้อมถึง

เริ่มวางจำหน่าย : กันยายน 2019

ราคาโดยประมาณ : 8,990 บาท


 

The inspiration about writing comes from hour and hour of constant work because I want to make contribution to the world.

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Enable registration in settings - general