10 ยี่ห้ออาหารแมวที่ดีที่สุดในปี 2018

ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงยอดนิยมแล้ว แน่นอนว่าหนึ่งในรายชื่อต้องมี ‘แมว’ อยู่ในอันดับต้น ๆ เลย และถึงน้องแมวเหมียวจะมีนิสัยค่อนข้างอินดี้อยู่บ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พอเราได้เห็นความน่ารักน่าชังของน้องแล้วเป็นต้องสยบยอมแทบเท้าเป็นทาสแมวทุกรายไป แถมยังพร้อมที่จะปรนนิบัติพัดวีด้วยของดี ๆ ให้อย่างไม่รู้จัดเหน็ดเหนื่อยอีกด้วย

เรื่องที่ทาสแมวต้องเตรียมตัวก่อนนำน้องมาเลี้ยง

              ต่อให้ชอบแมวมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก่อนจะนำน้องมาเลี้ยงนั้นไม่ใช่เอามาเลี้ยงเลยได้ทันที คนที่กำลังจะเป็นทาส(แมว)จะต้องเตรียมตัวและหาข้อมูลเกี่ยวกับแมวที่ควรจะรู้ก่อนด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อทั้งตัวผู้เลี้ยงแล้วก็ตัวน้องด้วย

  1. เช็กร่างกายตัวเองและคนในบ้านก่อนว่ามีใครแพ้ขนแมวหรือเปล่า

สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นอันดับแรกก่อนที่จะเลี้ยงน้องก็คือ ‘อาการแพ้ขนแมว’ มีอยู่บ่อยครั้งที่เราไม่รู้ว่าเราแพ้ขนแมว การไปตรวจเช็กเพื่อความแน่ใจจึงเป็นสิ่งที่ต้องทำ รวมไปถึงรูมเมท หรือคนในบ้านด้วยว่ามีใครแพ้ขนแมวรึเปล่า เพื่อให้ทั้งคนและแมวอยู่ด้วยกันได้อย่างมีความสุข เพราะมีอยู่หลายบ้านเหมือนกันที่รับน้องแมวมาเลี้ยงแล้วเพิ่งจะรู้ว่าตัวเองแพ้ขนแมว ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจ ไปตรวจเช็กให้รู้แน่ไปเลยจะดีที่สุด

  1. ทำลิสต์สายพันธุ์แมวที่อยากจะเลี้ยง

น้องแมวมีหลากหลายสายพันธุ์มากทั้งไทยและต่างประเทศ แถมยังแบ่งแยกประเภทน้องออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ด้วย ได้แก่ แมวขนสั้น และแมวขนยาว ซึ่งในแต่ละประเภทก็แยกสายพันธุ์ออกไปได้อีกมายมาก เช่น เปอร์เซีย อเมริกันชอร์ตแฮร์ สก็อตติชโฟลด์ เอ็กโซติกชอร์ตแฮร์ เป็นต้น นอกจากนี้ จะต้องทำความเข้าใจอุปนิสัยของแมวสายพันธุ์ที่เราเล็งเอาไว้ด้วย เพราะแต่ละพันธุ์ก็ย่อมมีอุปนิสัยอันเป็นลักษณะเด่นที่ต่างกันนั่นเอง

  1. สร้างห้องเซฟให้น้อง

ห้องเซฟที่ว่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะต้องกั้นห้องแยกไว้ให้น้องแมวโดยเฉพาะนะ แต่ให้จัดพื้นที่เล็ก ๆ ไว้ให้น้องในทุก ๆ ห้องที่มีในบ้านของเรา ไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องน้ำ หรือแม้แต่ห้องครัว ด้วยกล่อง หรือตู้ใบเล็ก ๆ เพื่อให้น้องที่ยังไม่คุ้นกับบ้านใหม่ได้รู้สึกว่ามีพื้นที่สำหรับเขาอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้น้องเกิดความสบายใจด้วย เพราะแมวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในที่แคบ และที่แคบก็ทำให้น้องรู้สึกปลอดภัย การอยู่ในที่แคบจึงเป็นเหมือนหลุมหลบภัยสำหรับน้องนั่นเอง

  1. ต้องพาไปหาสัตวแพทย์เพื่อตรวจร่างกาย

โดยเฉพาะลูกแมวที่เพิ่งเกิด เพื่อทำการตรวจเช็กร่างกาย และรับวัคซีนที่จำเป็น เพราะลูกแมวนั้นร่างกายละภูมิต้านทานยังไม่แข็งแรงเท่าแมวโต อย่างไรก็ตาม ต่อให้เป็นแมวที่โตแล้วก่อนจะพากลับบ้านก็ต้องพาไปหาสัตวแพทย์เช่นกัน

  1. ดูแลเรื่องอาหารและน้ำ

อาหารมีผลต่อสุขภาพของน้องโดยตรง ไม่ต่างอะไรกับเรา ๆ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องศึกษาและเรียนรู้ส่วนประกอบของอาหารแมว ซึ่งนอกจากจะช่วยให้น้องมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังเป็นการหลีกเลี่ยงการให้อาหารที่มีส่วนประกอบที่อันตรายกับน้องอีกด้วย อีกทั้งแมวในแต่ละช่วงวัย แต่ละสายพันธุ์ก็ต้องการสารอาหารต่างกัน เช่น แมวสายพันธุ์ที่มาพื้นที่เขตร้อนหรือทะเลทราย จะต้องการน้ำมากกว่าปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราให้อาหารเม็ดกับน้องด้วย หรือในสายพันธุ์ของแมวขนยาว จำเป็นที่จะต้องได้รับอาหารที่มีสารอาหารสำหรับการบำรุงขนแมวขนยาวโดยเฉพาะ เป็นต้น

  1. จัดเตรียมกระบะทรายและฟูกนอนน้อง

แม้แต่แมวเองก็ต้องการ ‘ห้องน้ำ’ และแมวส่วนใหญ่ก็ใช้ห้องน้ำแบบเรา ๆ ไม่ได้ด้วย ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่เราต้องเตรียมเอาไว้ให้พร้อมก็คือ กระบะทรายห้องน้ำ นอกจากนี้แล้วก็ยังต้องเตรียมฟูกนอนนุ่ม ๆ ไว้ให้สำหรับเป็นที่นอนให้ไว้น้องแมวของเราด้วย

  1. ‘เสาลับเล็บ’ สำคัญกับน้องแมวพอ ๆ กับอาหารการกิน

หลายคนอาจมองว่ามันเป็น ‘ของเล่น’ น้อง จึงไม่คิดจะเตรียมเอาไว้เพราะเป็นของสิ้นเปลือง แต่สำหรับแมวแล้ว มันสำคัญพอ ๆ กับเรื่องอาหารการกิน เนื่องจากพฤติกรรมการฝนเล็บหรือลับเล็บเป็นพฤติกรรมทางธรรมชาติของแมวทุกตัวอยู่แล้ว ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องมีเสาลับเล็บไว้ให้น้อง เพราะหากไม่มีเสาลับเล็บไว้ให้น้อง น้องก็จะเริ่มหาของทดแทนสำหรับฝนเล็บ อย่างเฟอร์นิเจอร์ของเรา เป็นต้น เชื่อว่าทาสแมวหลายคนก็คงไม่ปลื้มเท่าไหร่ที่เฟอร์นิเจอร์สวย ๆ ต้องมีรอยเล็บแมวข่วนเต็มไปหมด

  1. ต้องมีเวลาที่จะเล่นกับน้อง

แมวเป็นสัตว์ที่ชอบเล่นและเล่นเก่ง ไม่จำเป็นว่าจะต้องหาซื้อของเล่นแมวแพง ๆ ลองมองหาของที่มีอยู่แล้วในบ้าน อย่างถุงกระดาษ หรือกล่องกระดาษ กล่องลัง หรือแม้แต่การนำเอาวัสดุที่หาได้ง่าย ๆ ในบ้านมาประยุกต์ใช้เป็นของเล่นน้องก็ไม่เลวเลย การเล่นกับน้องนอกจากจะดีกับน้องแมวแล้ว ยังดีกับทาสอย่างเราด้วย หลาย ๆ งานวิจัยพบว่า การเลี้ยวแมวช่วยดูแลเรื่องของสภาวะจิตใจของเจ้าของได้ เป็นการบำบัดด้วยธรรมชาติอย่างหนึ่ง

ชนิดของอาหารแมว

              อาหารแมวมีหลายชนิด ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ดังนี้

  1. อาหารแมวแบบเปียก (Wet cat foods)

ชื่อก็บอกลักษณะอยู่แล้ว ว่าเป็นอาหารแมวแบบที่มีความชุ่มชื่นสูง และผ่านการปรุงสุกด้วยอุณหภูมิสูง พร้อมฆ่าเชื้อแล้วอย่างดีก่อนที่จะปิดผนึกใส่บรรจุภัณฑ์ ซึ่งเรามักจะเห็นในรูปแบบของกระป๋องและแบบถุง

  1. อาหารแมวแบบแห้ง (Dry cat foods)

อาหารแมวแบบแห้งจะมีความชื้นต่ำ ซึ่งมักอยู่ในรูปของอาหารเม็ด และประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ธาตุอาหาร และวิตามินแร่ธาตุต่าง ๆ ที่น้องแมวต้องการ เช่น โปรตีน ไขมัน ไฟเบอร์ เป็นต้น สามารถเก็บไว้ได้นาน ทั้งยังช่วยขัดฟันน้อง ทำให้ฟันสะอาด และยังช่วยให้เหงือกน้องแข็งแรงอีกด้วย

  1. อาหารแมวสด (Raw cat foods)

ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นในลักษณะเป็นอาหารสดแช่แข็งสำเร็จรูป ซึ่งเวลาให้อาหารน้องจะต้องเอามาปรุงให้สุกก่อน จึงมักทำให้เสียเวลาอยู่บ้าง ไม่เหมือนอาหารแมวสำเร็จรูปที่เป็นแบบเปียกและแบบแห้ง แต่ก็มีราคาถูกกว่า นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดเยอะกว่าด้วย เพราะต้องเก็บไว้ในตู้เย็นตลอดเวลา และมีสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน

เลือกอาหารแมวอย่างไร ?

              แม้จะมีอาหารแมวหลายชนิด และก็ให้สารอาหารที่น้องแมวต้องการเหมือน ๆ กัน ต่างก็ตรงที่ความสะดวกของเจ้าของแมว อย่างไรก็ตาม การเลือกอาหารแมวนั้นมีหลักเกณฑ์ในการเลือกอาหารสำหรับแมวอยู่ ซึ่งจำเป็นที่จะต้องรู้ไว้เพื่อสุขภาพที่ดีของน้องแมว

  1. ดูน้องแมวของเราเป็นหลัก

ก่อนจะเลือกอาหารให้น้องแมวของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องรู้ว่าแมวของเราเป็นลักษณะไหนและต้องการอะไร ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ อายุ และความต้องการพิเศษอื่น ๆ เช่น บำรุงขนสำหรับแมวขนยาว ฯลฯ เพื่อที่จะให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเลือกอาหารที่เหมาะสมกับน้องแมวของเรา เพราะอาหารแมวแต่ละยี่ห้อในห้องตลาดจะมีหลายสูตรด้วยกัน ซึ่งผลิตขึ้นตามความต้องการของแมวนั่นเอง

  1. อ่านฉลากดูส่วนประกอบให้ละเอียด

มันก็เหมือนกับการเลือกอาหารทั่วไปของเรา ที่จะต้องดูโภชนาการบนฉลากอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาหารสำเร็จรูป สำหรับในอาหารแมว จะต้องมีส่วนประกอบจากเนื้อสัตว์และส่วนประกอบอื่น ๆ ในปริมาณไม่ต่ำกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ และต้องไม่มีส่วนประกอบของน้ำผสม โดยเฉพาะในอาหารแมวแบบเปียก รวมทั้งดูปริมาณโปรตีนและไขมัน ซึ่งจำเป็นสำหรับแมวมากที่สุด โดยจะต้องมีปริมาณของโปรตีนและไขมันในปริมาณที่เหมาะสม

  1. ดูความสะดวกของเจ้าของด้วย

ที่ต้องดูความสะดวกของเจ้าของน้องแมวด้วยนั้น ก็เพราะอาหารแมวบางชนิดนั้นต้องใช้เวลาในการเตรียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารแมวสด ที่ต้องทำการปรุงสุกก่อน ซึ่งในบางครั้งก็ไม่สะดวกสำหรับเจ้าของแมวที่ไม่ค่อยมีเวลา และอาจพิจารณาเลือกเป็นอาหารสำเร็จรูปอย่างอาหารแมวแบบเปียกหรืออาหารแมวแบบแห้งแทน

  1. อาหารแมวก็มีเกรดบ่งบอกคุณภาพ

อาหารแมวเองก็มีการแบ่งเกรดคุณภาพเช่นเดียวกัน ในบางยี่ห้อนั้นแม้จะมีราคาที่ถูกสบายกระเป๋าเจ้าของแมว แต่กลับมีส่วนผสมที่ไม่ค่อยดีกับสุขภาพของน้องในระยะยาวผสมอยู่ด้วยเพื่อลดต้นทุนการผลิต ดังนั้น ในบางครั้งเราอาจจะต้องกัดฟันซื้ออาหารแมวที่แพงหน่อย แต่ได้คุณภาพ และไม่มีสารอาหารที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกายของน้องในระยะยาวได้ เช่น โซเดียม เป็นต้น

10 ยี่ห้ออาหารแมวที่ดีที่สุดในปี 2018

ในท้องตลาดมีอาหารแมวอยู่มากมาย แต่ในปี 2018 มีอยู่ 10 ยี่ห้อที่ได้รับความไว้วางใจจากทาสแมวทั้งหลายให้ดูแลสุขภาพของน้อง และได้รับการบอกต่อด้วยความไว้วางใจจากปากต่อปาก

อาหารแมว Royal Canin

อาหารแมวรอยัล คานิน

รอยัลคานิน เป็นยี่ห้อที่ไม่ว่าทาสแมวคนไหนก็ต้องเคยได้ยิน แต่นอกจากจะเป็นยี่ห้ออาหารแมวอันโด่งดังแล้ว รอยัลคานินยังมีผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับสุนัขด้วย พร้อมมอบโภชนาการที่ดีต่อสุขภาพของสุนัขและแมว ด้วยการคิดค้นจากนักวิทยาศาสตร์ที่รู้ความต้องการของแมวและสุนัข โดยแบ่งชนิดของอาหารแมวตามอายุและสายพันธุ์ของแมว

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.royalcanin.com


 

back to menu ↑

อาหารแมว Hill’s

อาหารแมว

ผลิตอาหารแมวด้วยการคิดค้นและวิจัยโดยนักวิทยาศาสตร์ และการวิจัยจากการดูแลเอาใจใส่พฤติกรรมของแมว รวมทั้งรู้ความต้องการของแมวอีกด้วย ซึ่งไม่เพียงแค่แมวเท่านั้น ฮิลส์ยังผลิตอาหารสำหรับสุนัขด้วยวิธีการเดียวกัน เพื่อให้ได้อาหารที่มีคุณภาพต่อแมวและสุนัขที่เรารัก

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.hillspet.com


 

back to menu ↑

อาหารแมว Purina One

อาหารแมว

เพียวริน่าวัน อาหารแมวเกรดซูเปอร์พรีเมียม ซึ่งได้รับการคิดค้นสูตรอาหารจากทีมสัตวแพทย์ และนักโภชนาการผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยนวัตกรรมด้านโภชนาการในระดับโลก เพื่อผลิตอาหารแมวจากวัตถุดิบคุณภาพสูงที่คัดสรรแล้ว และอัดแน่นด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อแมวอย่างครบถ้วน

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง

เว็บไซต์: www.purinaone.co.th


back to menu ↑

อาหารแมว Friskies

อาหารแมว Friskies

อาหารแมวฟริสกี้ส์ ผลิตจากปลาแท้ ๆ มีโปรตีน โอเมก้า 3 และ 6 และแคลเซียม ซึ่งช่วยป้องกันการเกิดนิ่ว ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อเสริมสร้างกระดูกและฟัน พร้อมช่วยให้ขนสวย สุขภาพดี นอกจากนี้ยังแบ่งออกเป็นสูตรสำหรับแมวเล็กและแมวโต และความต้องการตามปัญหาสุขภาพของแมว

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.nestle.co.th


 

back to menu ↑

อาหารแมว Maxima

อาหารแมวราคาถูก

แม็กซิม่า ผลิตจากเนื้อแกะเป็นส่วนประกอบหลัก พร้อมด้วยข้าว กลูเตนข้าวโพด รำข้าว ไขมัน น้ำมันทูน่า วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ฯลฯ เพื่อให้แมวได้สารอาหารที่ครบถ้วนต่อความต้องการ บำรุงขนและผิวหนัง รวมถึงป้องกันการเกิดโรคนิ่วอีกด้วย

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง

เว็บไซต์: www.maximapetfeeds.com


 

back to menu ↑

อาหารแมว Canagan

ซื้ออาหารแมว

อาหารแมวที่เป็นการรวมส่วนผสมของเนื้อหรือปลา กับมันหวาน สมุนไพร และส่วนประกอบธรรมชาติอื่น ๆ ที่มีสารอาหารที่จำเป็นและครบถ้วนตามความต้องการของแมว อีกทั้งยังปราศจากส่วนผสมตระกูลข้าว เพราะจะส่งผลต่อระบบการย่อยแป้งของแมว พร้อมการันตีด้วยรางวัลอาหารแมวและสุนัขยอดเยี่ยม

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.canagan.co.uk


 

back to menu ↑

อาหารแมว Whiskas

อาหารแมว Whiskas

ด้วยจุดมุ่งหมายที่ให้แมวมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นทำการคิดค้นสูตรอาหารที่จะเหมาะกับสุขภาพของแมวในแต่ละช่วงวัยด้วยอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนตามความต้องการ

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.whiskas.co.th


 

back to menu ↑

อาหารแมว Gourmet Golden

อาหารแมวที่ดีที่สุด

อาหารแมวเกรดพรีเมียมที่รวบรวมคุณค่า สารอาหารตามมาตรฐานกองควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งสหรัฐอเมริกา (AFFCO) และมาตรฐานโภชนาการของสถาบันวิจัยแห่งชาติสหรัฐอเมริกา NRC พร้อมให้รสธรรมชาติ ทานง่าย เม็ดเล็กรูปปลา ช่วยในการทำความสะอาดฟันและเหงือก และมีกากใยสูง ช่วยขับก้อนขนในกระเพาะและลำไส้

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง

เว็บไซต์: www.littlebonito.com


 

back to menu ↑

อาหารแมว Cataholic

อาหารแมวยี่ห้อไหนดี

อาหารแมวที่คัดสรรวัตถุดิบเกรดพรีเมียม ผ่านกระบวนการที่สะอาด เพื่อสุขภาพที่ดีของแมวแต่ละประเภท โซเดียมต่ำ ไม่หนักเค็ม และเสริมด้วยโอเมก้า 3 และ 6 เพื่อให้แมวมีสุขภาพผิวที่ดีและขนนุ่มเงางาม

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง


 

back to menu ↑

อาหารแมว Me-O

อาหารแมว Me-O

อาหารแมวที่ผลิตขึ้นตามมาตรฐานอุตสาหกรรมสากล (ISO 9002) และมาตรฐานกองควบคุมอาหารสัตว์เลี้ยงแห่งสหรัฐอเมริกา ( AFFCO)  จึงทำให้ได้อาหารแมวมีคุณภาพที่ดี พร้อมทั้งมุ่งให้แมวมีสุขภาพที่ดีได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนตามความต้องการของแมว

ชนิดของอาหารแมว : อาหารแมวแบบแห้ง และอาหารแมวแบบเปียก

เว็บไซต์: www.perfectcompanion.com


 

อาหารต้องห้ามของน้องแมว

              นอกจากการเลือกอาหารแมวที่เหมาะสมกับแมวของเราแล้ว อีกเรื่องหนึ่งที่เลยที่เราต้องรู้เกี่ยวกับอาหารแมวก็คือ อาหารต้องห้ามที่ไม่ควรให้แมวกินไม่ว่าจะด้วยเหตุอะไรก็ตาม เพราะบางอย่างอาจทำให้น้องป่วยและทำให้ตายได้

  1. ยาพาราเซตามอล

ยาพาราเซตามอลจะมีผลเป็นพิษกับน้องแมว ทำให้เกิดความผิดปกติในระบบเลือด ทำให้เลือดลำเลียงออกซิเจนไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้น้องตายได้

  1. นมวัว

ไม่เพียงแต่นมวัว แต่รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัวทุกชนิดด้วย เพราะน้องแมวไม่สามารถย่อยน้ำตาลแลคโตสในนมวัวได้ ซึ่งอาจทำให้น้องท้องเสีย

  1. ช็อกโกแลต

เนื่องจากว่าในช็อกโกแล็ตมีสารธีโอโบรมีน ซึ่งจะทำให้การเต้นหัวในของน้องแมวผิดปกติ ชัก และอาจตายได้

  1. กระดูกและเนื้อติดมัน

กระดูกก็จะสร้างปัญหาให้กับระบบขับถ่าย รวมทั้งอาจทำให้แมวสำลัก ส่วนเนื้อติดมันนั้นจะทำให้น้องแมวท้องเสีย หรืออาเจียนได้

  1. ปลาดิบ

ในปลาอาจมีเชื้อโรค หรือแบคทีเรียบางชนิดที่เป็นอันตราย แนะนำให้นำปลาไปปรุงให้สุกก่อนให้น้องทานจะดีที่สุด


 

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Register New Account
If you want to become a seller, please check the apply as vendor.
Reset Password