10 หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาตนเอง 2020

ในช่วงหนึ่งของชีวิตหลายๆคนอาจต้องพบเจอกับปัญหาชีวิตที่ถาโถมเข้ามา ซึ่งจำเป็นมากที่จะต้องมีกำลังใจที่ดีจากคนรอบข้างและสำคัญที่สุดคือกำลังใจจากตัวเอง สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้คุณกลับมามีกำลังใจฮึกเหิมและพร้อมจะเริ่มวันใหม่ได้อย่างดีเลยก็คือ “หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ” หรือ “หนังสือสร้างกำลังใจ” หากคุณกำลังมองหาหนังสือดีๆเหล่านี้ เราได้นำมาฝากคุณแล้ว 10 เล่ม รับรองว่าอ่านแล้วคุณจะสู้ๆขึ้นมาอย่างแน่นอน ซึ่งหนังสือที่เราหยิบมานี้จะมีเกณฑ์คัดเลือก คือ

  1. เนื้อหาดีมีคุณค่าอ่านแล้วได้กำลังใจ

หนังสือสร้างแรงบันดาลใจ หรือหนังสือสร้างกำลังใจที่เราคัดเลือกมาควรมีเนื้อหาแนวบวก อ่านแล้วฮึกเหิม อ่านแล้วไม่เศร้า อ่านแล้วทำให้สู้ ไม่หวั่นไหวต่อปัญหาชีวิตใดๆที่กำลังเกิดขึ้น อีกทั้งสามารถทำให้เรายอมรับความจริงของชีวิตของโลกใบนี้ และพร้อมที่จะอยู่ต่อไปอย่างมีความสุข

  1. เนื้อหาอ่านง่าย

หนังสือสร้างแรงบันดาลใจต้องมีเนื้อหาอ่านง่าย ไม่ซับซ้อน อ่านแล้วเข้าใจได้เลย เพราะในเวลาที่คนต้องการกำลังใจคงไม่อยากอ่านอะไรที่ซับซ้อนคิดแล้วคิดอีกมากนัก

  1. ราคาเอื้อมถึง

เมื่อผู้คนต้องการกำลังใจ บางครั้งก็ไม่ได้ต้องการกำลังใจที่ต้องซื้อหามาในราคาแพง หนังสือควรทำให้ทุกคนสามารถหาซื้อมาอ่านได้ง่าย

10 อันดับหนังสือความช่วยเหลือด้วยตนเองที่สร้างแรงบันดาลใจในปี 2019         

ในเวลาที่หม่นเศร้าชีวิตก็ยังเป็นของเรา

หนังสือแนะนำ

เป็นที่รู้กันดีว่า อาจารย์คิมรันโด คือผู้ที่สร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับวัยรุ่นมาแล้วเกือบทั่วเอเชีย จากผลงาน เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด และ พันครั้งที่หวั่นไหวกว่าจะเป็นผู้ใหญ่ ครั้งนี้อาจารย์กลับมาพร้อมกับหนังสือสร้างกำลังใจเล่มใหม่ ‘ในเวลาที่หม่นเศร้าชีวิตก็ยังเป็นของเรา’ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึง การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่มีแต่การแข่งขัน ต่อสู้ และดิ้นรน เราทุกคนล้วนต้องใช้ความฝันทั้งหมดที่มีทุ่มเทลงไป ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมาอาจเป็นได้ทั้งชัยชนะหรือความล้มเหลว แต่ในเมื่อเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็จงใช้มันเติมเต็มชีวิตให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และไม่ว่าเราได้ที่หนึ่งมาครอบครองได้หรือไม่ ชีวิตก็ยังมีช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่รอคอยอยู่เสมอ

หากใครกำลังมีความทุกข์ใจ เผชิญกับปัญหาที่แก้ไม่ตก หรือรู้สึกว่าชีวิตมันช่างแย่เหลือเกิน ต้องลองอ่านหนังสือเล่มนี้ ซึ่งหนังสือนำเสนอมุมมองของความคิดแบบต่างๆที่จะช่วยให้เราหลุดพ้นจากความทุกข์ที่มีอยู่ เมื่อเปลี่ยนมุมมอง เราก็จะคิดอะไรต่างๆที่เป็นบวกมากขึ้น และหายจากความทุกข์ได้เร็วขึ้น ซึ่งเราจะเห็นว่า บางครั้งเราก็ทำให้ตัวเราเองเป็นทุกข์โดยที่ไม่รู้ตัว ชีวิตเป็นของเรา จะหม่นเศร้าหรือสุขใจ เราเป็นคนเลือกเอง

เนื้อหาโดยสังเขป

ชีวิตก็เหมือนกับการวิ่งแข่ง แม้ว่าเราจำเป็นต้องใช้เงิน ทว่าสิ่งที่ทำให้เราออกตัววิ่งไปไม่ใช่เงินมากมายในกระเป๋า แต่เป็นความฝันที่ลุกโชน พลังที่จะทำให้ชีวิตวิ่งไปได้จนสุดทางไม่ใช่ความโชคดีที่ถูกเสกขึ้นมา แต่เป็นตัวเราที่พร้อมเผชิญหน้ากับความล้มเหลว หนังสือ "ในเวลาที่หม่นเศร้า ชีวิตก็ยังเป็นของเรา" เล่มนี้ ได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ให้ความหวังและเสริมสร้างแรงใจ เพื่อให้ยืนหยัดต่อสู้กับอุปสรรคที่เข้ามาในชีวิตต่อไป เนื้อหาภายในเล่มจะทำให้คุณย้อนกลับไปพิจารณาทุกซอกมุมของจิตใจและชีวิตประจำวันของตัวเอง จนในที่สุดจะค้นพบว่า ชีวิตคือการดำรงอยู่เพื่อเอาชนะความสิ้นหวัง หดหู่ ความโกรธเกรี้ยวที่ลุกโชนขึ้นอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

บอกเลยว่าถ้าคุณกำลังต้องการสร้างกำลังใจให้ตัวเองเล่มนี้ใช่เลย!!

เว็บไซต์: m.se-ed.com


 

back to menu ↑

เมื่อฉันลืมตาแล้วโลกเปลี่ยนไป (อีกครั้ง)                                                                                                    

  หนังสือน่าอ่าน                                                                                                                                                                                                                                                                                        เรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลในภาวะเฉียดตาย และเมื่อรอดชีวิตมาได้ เธอได้เรียนรู้และมองเห็นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อย ทั้งภายในตัวเองและโลกรอบข้าง นี่คือบันทึกเรื่องราว 52 สัปดาห์ที่คุณจะได้รับรู้ว่า... "มนุษย์ทุกคนมีคุณค่าและมีพลังมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นด้วยตัวเราเอง" หนังสือเล่มนี้เดินอยู่ตรงกลางระหว่างการทำหน้าที่ให้กำลังใจผู้คน และสะท้อนภาพสังคมร่วมสมัยออกมาอย่างที่มันเป็น ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน อบอุ่น และเข้าใจชีวิต

เว็บไซต์: www.se-ed.com


 

back to menu ↑

เราต่างเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน

หนังสือที่น่าอ่าน ที่สุดในโลก                                                                                                                                                                                                                                                                                            ผู้สร้างแรงบันดาลใจ คือ ผู้ที่เป็นแบบอย่างในการให้กำลังใจผู้อื่นได้เริ่มต้นทำในสิ่งที่ฝัน… หนังสือเล่มใหม่ของ พี่ตุ้ม-หนุ่มเมืองจันท์ เปิดตัวครั้งแรกในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 กับคำเปรยที่ว่า “แรงบันดาลใจ” เปรียบเหมือน “แสงสว่าง” เพราะการสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตของคนเรานั้น ล้วนดำเนินไปได้ด้วยแรงบันดาลใจ จากทั้งคนใกล้และคนไกล จากคนรู้จักหรือไม่รู้จัก กระทั้งสิ่งที่ไม่มีชีวิตก็สามารถเป็นเหมือนแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในชีวิตขึ้นได้ หนังสือเล่มนี้จึงเป็นหนังสือที่ส่งมอบกำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจไปพร้อมๆ กัน เพราะ “เราต่างเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน”

"เราต่างเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน" เป็นผลงานลำดับที่ 27 ของหนัวสือชุด "ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ" ของ พี่ตุ้ม สรกล อดุลยานนท์ หรือที่นักอ่านหลายคนรู้จักในชื่อของ "หนุ่มเมืองจันท์" หนังสือลำดับที่ 27 ของพี่ตุ้ม ว่าด้วยเรื่องของ "แรงบันดาลใจ" ที่คอยทำหน้าที่เป็นประกายไฟ ที่ช่วยให้เชื่อไฟที่มีอยู่แล้วแต่เดิมประทุขึ้น และกลายเป็นกองไฟขนาดใหญ่บ้าง เล็กบ้างตามแต่เชื้อไฟของแต่ละคน "เราต่างเป็นแรงบันดาลใจให้แก่กัน" ว่าด้วยเรื่องของการเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกันของคนในสังคม ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใคร อยู่แห่งหนใดหรือสถานะในสังคม "เราล้วนแต่เป็นแรงบันดาลใจให้กับใครคนหนึ่งเสมอ"
นอกจากเรื่องราวของ "แรงบันดาลใจ" แล้วหนังสือเล่มนี้ ยังถ่ายทอดเรื่องรางเบื้องหลังความสำเร็จของใครหลาย ๆ คน รวมถึงบอกเล่าถึงเกล็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่ที่มาของเพลง "ก้อนหินก้อนนั้น" ไปจนถึงช่วง "หนุ่มเมืองจันท์ทำนายอนาคต"

หากใครสนใจในความหมายของคำว่า "แรงบันดาลใจ" ในแบบฉบับของหนุ่มเมืองจันท์ หนังสือเล่มนี้นี่แหละ คุณค่าที่คุณคู่ควร หากให้นิยามถึงแรงบันดาลใจ ในแบบฉบับของหนุ่มเมืองจันท์สั้น ๆ คงเปรียบได้กับกับท่อนหนึ่งของเพลงของศุ บุญเลี้ยงที่ว่า "ใจบันดาลให้มี เรี่ยวแรง แรงบันดาลให้งานเกิดผล คนจากคน สู่คนรุ่น ใหม่ เธอคือแรงบันดาลใจ” บอกเลยว่าเป็นอีกเล่มที่น่าอ่าน

เว็บไซต์: www.matichonweekly.com


 

back to menu ↑

รอยยิ้มใต้สายฝน

    หนังสือที่ควรอ่าน             “รอยยิ้มใต้สายฝน” หนังสือแนวเสริมกำลังใจ ชุดที่ 12 โดย “วินทร์ เลียววาริณ” นักเขียนในดวงใจของใครหลายๆ คน หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสำหรับทุกคนที่มองโลกในแง่ดี ว่าด้วยเรื่องของ “ฝน” ที่มีสองด้านให้เราได้ขบคิด ด้านหนึ่งคือ เมื่อฝนตก ความไม่สะดวกสบายจะตามมา ทำให้รถติด น้ำท่วม อารมณ์เสีย แต่ถ้ามองในอีกด้านหนึ่ง ฝนกลับทำให้โลกนี้เย็นสบาย ชะล้างฝุ่นละออง และบางครั้งอาจรวมไปถึงความเศร้าด้วย จะเห็นได้ว่า ในเรื่องเดียวกัน ถ้าจะมองให้ดีก็ดี จะมองให้ร้ายก็ร้าย ขึ้นกับว่าเราอยากมีความทุกข์หรือความสุข มากกว่ากัน อย่างน้อยก็ตัวเราเองที่เป็นคนเลือก แต่ไม่ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด ก็ตกได้แค่ที่นอกหัวใจเท่านั้น

เนื้อหาโดยสังเขป

เมื่อเม็ดฝนเดินทางมากับความมืดหม่นของฟ้า เสียงฟ้าคำราม สายฟ้าแลบ ภาพของฝนตกคือความมืดหม่น น่าหดหู่ ผู้คนจำนวนมากเกลียดฝน เพราะมันมากับรถติด ทว่าไม่มีสิ่งใดมาแต่ด้านร้าย ฝนตกหนักหมายถึงเราสามารถรองน้ำฝนใส่ตุ่ม น้ำในที่เทลงมาจากสวรรค์สะอาด ดื่มได้สนิทใจ และเสียงฝนตกยามกลางคืนกระทบหลังคา ผสานกับเสียงกบเขียดอึ่งอ่างดังระงมกลางสายในเป็นเสียงไพเราะกว่าดุริยางค์วงใดในโลก
ฝนมีสองด้าน แล้วแต่จะมอง มันทำให้รถติด สัญจรไม่สะดวก แต่มันทำให้โลกเย็นลง ทำให้เมืองสะอาดขึ้น มันชะล้างฝุ่นละอองออกไป เรื่องเดียวกัน มองให้ดีก็ดี มองให้ร้ายก็ร้าย ในขณะที่คนนับล้าน ๆ คน บ่นเรื่องฝนตก ก็มีบางคนอาจมองตรงกันข้าม เสียงฟ้าคำรามคือเสียงระฆังบอกเวลาว่าชั่วโมงสุขกำลังมา ดังนั้นมองฝนไม่ว่าเชิงลบหรือบวก ก็ขึ้นกับว่าเราอยากมีความทุกข์หรือความสุข เราเลือกได้ อย่างน้อยก็ทัศนคติของเรา เพราะสำหรับคนที่มองโลกในแง่ดี ฝนจะตกหนักเพียงใด ก็ตกได้แค่ที่นอกหัวใจ

เราเชื่อว่าความฉ่ำเย็นของสายฝนในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณยิ้มได้แน่นอน

เว็บไซต์: www.se-ed.com


 

back to menu ↑

แล้วชีวิตก็บอกกับเราว่า

หนังสือที่ขายดีที่สุดในโลก

หนึ่งในงานเขียนเล่มใหม่ที่เปิดตัวในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 21 ของ นิ้วกลม นักเขียนที่เป็นแรงบันดาลใจของนักอ่านรุ่นใหม่มากมาย กับ “แล้วชีวิตก็บอกกับเราว่า” งานเขียนที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาเวลาที่นิ้วกลมอายุได้ประมาณสามสิบห้าปี หนังสือเล่มนี้บอกเล่าทั้งความทุกข์ ความเศร้า ความสับสน ความสุข ความสำเร็จ ความสมหวัง หรือแม้แต่การหมดพลัง และกลับมามีพลังใหม่ของช่วงชีวิตที่ผ่านมา และทำให้รู้ว่าเอาเข้าจริงชีวิตคนเราไม่ว่าจะอายุเท่าไรก็ไม่สามารถรู้ได้ทุกเรื่อง เรายังต้องเรียนรู้โลก เรียนรู้ชีวิต และเรียนรู้ความเป็นจริง ตราบจนกว่าจะสิ้นลมหายใจ แต่กว่าจะถึงวันนั้น ถ้าเราเข้าใจ ชีวิตก็น่าจะมีความสุขไม่น้อย

เนื้อหาโดยสังเขป

"แล้วชีวิตก็บอกกับเราว่า" เล่มนี้ จะชวนคุณมาทบทวนแง่มุมของการงาน ความสำเร็จ ความผิดหวัง และการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจไม่ได้ทำให้คุณมีความสุขมากขึ้น แต่คุณอาจรับมือความทุกข์ได้ดีขึ้น สามารถผสานความผิดหวังเข้ากับชีวิตได้อย่างกลมกล่อม และรู้สึกดีกับชีวิตในแบบที่คุณเป็น ลองอ่านดูแล้วคุณจะเข้าใจชีวิต

เว็บไซต์: www.se-ed.com


 

back to menu ↑

ความสุขทำงานยังไง How Happiness Works

หนังสือพัฒนาตนเอง ภาษาอังกฤษ

ผลงานหนังสือของนักวิชาการ นักวิจัย และอาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ความสุข ‘ณัฐวุฒิ เผ่าทวี’ กับ 32 บทความที่อ่านแล้วจะได้รับทั้งความสุขและความรู้สึกไปพร้อมๆ กัน หนังสือเล่มนี้จะทำให้ผู้อ่านได้รู้จักกับคำว่า เศรษฐศาสตร์ความสุข ถึงหลายคนสงสัยว่า ความสุข จะมาเป็นเครื่องมือชี้วัดได้อย่างไร เพราะความสุขของแต่ละคน แต่ละวันไม่มีความคงที่ แต่รู้หรือไม่… จริงๆ แล้วความสุขมีพลังมากกว่านั้น อารมณ์ที่เกิดขึ้นของพวกทุกคนสามารถนำไปแปรรูปเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาบ้านเมืองและประเทศชาติได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

รายละเอียด : HOW HAPPINESS WORKS

เงินใช้ซื้อความสุขได้จริงหรือ? ข้อสันนิษฐานสำคัญข้อหนึ่งในทางเศรษฐศาสตร์คือเราสามารถใช้เงินซื้อความสุขได้โดยตรง ผ่านการใช้เงินบริโภคสิ่งต่างๆ ซึ่งทำให้พอจะสรุปได้ว่ายิ่งเรามีเงินมากขึ้นเท่าไหร่ความสุขก็จะเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น พูดในเชิงเศรษฐศาสตร์คือความสุขที่สามารถใช้เงินซื้อได้ไม่มีทางลดไปตามความร่ำรวยของเราหรือ diminishing return นั่นเองเพราะถ้าเราเบื่อกับการบริโภค A การมีเงินก็สามารถทำให้เราเปลี่ยนไปบริโภค B ได้ง่ายๆ เศรษฐศาสตร์ความสุข แต่หลักฐานทางด้านสถิติที่ผมค้นพบหลังจากทำงานวิจัยเกี่ยวกับความสุขของคนได้ไม่นานคือ "เงิน" และ "ความสุข" ที่วัดได้จากความพอใจในชีวิตของคน (life satisfaction) มีความสัมพันธ์ที่เล็กถึงเล็กมาก เมื่อเทียบกับความสัมพันธ์ของปัจจัยอื่นๆ เช่น การแต่งงาน การมีงานทำ หรือการอยู่ในช่วงอายุต่างๆ ของคนเรา

เนื้อหาปกหลัง : HOW HAPPINESS WORKS

ความสุขทำงานยังไงและเราสามารถนำความสุขไปใช้ทำอะไรต่อได้บ้าง? พบคำถามและคำตอบของพฤติกรรมสร้างสุขที่มนุษย์ทุกคนอยากมีไม่ว่าจะเป็นปริมาณความสุขวัดผลได้ไหม วัยเด็กมีผลกับตอนโตยังไง ปัจจุบันหรืออดีตทำให้มีความสุขมากกว่ากัน เงินซื้อความสุขได้จริงหรือเปล่า ทำความเข้าใจพฤติกรรมไร้ที่มาด้วยหลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมและเศรษฐศาสตร์ความสุข

รีวิวโดยนักเขียน : HOW HAPPINESS WORKS

สมมติว่าคุณซื้อตั๋วหนังไปในราคา 200 บาทหลังจากจ่ายเงินเสร็จสิ้นแล้ว คุณก็เก็บตั๋วหนังนั้นเอาไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินเล่นในห้างฯเพื่อรอเวลาหนังฉายพอถึงเวลาที่หนังกำลังจะฉายอีกไม่ถึงสิบนาทีคุณก็พบว่าทำตั๋วหนังหาย(และคุณก็จำที่นั่งทีซื้อไปไม่ได้แถมซื้อตั๋วกับเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติไม่ได้ซื้อกับคนเสียอีกด้วย)คำถามคือคุณจะยอมควักเงินอีก 200 บาทซื้อตั๋วหนังอีกใบเพื่อดูหนังที่จะฉายในรอบนี้ไหม สมมติอีกครั้งว่าคุณกำลังจะไปซื้อตั๋วหนัง แต่พอถึงโรงหนังคุณกลับพบว่าทำเงิน 200 บาท(ซึ่งเท่ากับราคาตั๋วหนัง)หายคำถามก็คือคุณจะยอมจ่ายเงินอีก 200 บาทซื้อตั๋วหนังไหม ถ้าคุณเป็นนักเศรษฐศาสตร์เหมือนเพื่อนของผมหลายๆคน คุณก็อาจจะให้คำตอบที่ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากดูหนังรอบนั้นขนาดไหน คุณมีเงินในกระเป๋าหรือในธนาคารขนาดไหนแต่คำตอบที่คุณจะให้กับคำถามที่สองนั้นก็คงจะเหมือนๆ กันคือ ถ้าคุณยอมจ่ายเงินอีก 200 บาทเพื่อดูหนังการที่คุณทำตั๋วหนังหายหหรือทำเงิน 200 บาทหายก็ไม่น่าจะมีผลต่อความต้องการที่จะจ่ายเงินอีก 200 บาทของคุณแต่อย่างใด

ณัฐวุฒิ เผ่าทวี

รีวิวโดยสำนักพิมพ์ : HOW HAP

PINESS WORKS คุณคิดว่าความสุขมีค่าเท่าไหร่ รอยยื้มของลูกน้อย เสียงหัวเราะของเธอหรือเขา แววตาปริ่มปลื้มปีติของพ่อแม่ มีมูลค่าเท่าไหร่หากจะแปลงเป็นเงินหรือวัดเป็นหน่อยสักหน่อย บางคนอาจว่าเป็นเรื่องไร้สาระความสุขนะไม่ใช่เศษเหรียญที่จะสามารถนับและวัดค่าได้แล้วสุขของคนเราจะเท่ากันได้ยังไงเอาแค่ขนมสักห่อในสายตาของเด็กก็อาจล้ำค่ากว่าสายตาของผู้ใหญ่แบบเทียบกันไม่ติด ก็จริงความรู้สึกของคน จะว่ามันเป็นนามธรรมที่จับได้ยากก็อาจจะใช่ แต่จะบอกว่ามันไม่เป็นรูปธรรมเลยก็คงไม่จริงไปเสียหมดก่อนหน้านี้เราคิดว่า เศรษฐศาสตร์ความสุข เป็นเพียงแค่การเล่นคำของหนังสือแนวจิตวิทยาที่นำเรื่องเศรษฐศาสตร์มาเล่นพฤติกรรมของคนทั่วไป แต่เมื่อเรารู้จักกับ ณัฐวุฒิ เผ่าทวี ก็พบว่ามันล้ำลึกกว่านั้นเพราะในสิ่งที่เราคิดว่าวัดค่าไม่ได้ในประเทศอังกฤษกลับมีการศึกษาศาสตร์ด้านนี้โดยตรงใช่ศึกษาความสุขที่ดูเบาหวิวจับต้องได้ยากยิ่งกว่าแรงโน้มถ่วงนี่แหละ

สำนักพิมพ์แซลมอน

หากคุณอยากรู้จักความสุขให้มากกว่าเก่า ต้องอ่านเล่มนี้….

เว็บไซต์: www.naiin.com


 

back to menu ↑

อย่ายอมให้ใครเหยียบฝัน

หนังสือเปลี่ยนชีวิต

“อาจมีเด็กที่เกลียดการเรียนหนังสือ แต่ไม่มีเด็กคนไหนที่เกลียดความก้าวหน้าของตัวเอง” Nobutaka Tsubota, “การทำธุรกิจคือการลงมือทำ การทำธุรกิจไม่เหมือนกับการเรียน ถ้าเอาแต่เรียนรู้ แต่ลงมือทำไม่ได้ ก็ไม่มีความหมาย” Tadashi Yanai, “พรสวรรค์คือความสามารถในการสร้างและรักษา passion” Hayao Miyazaki ……………………………….

อย่ายอมให้ใครเหยียบฝัน คือเรื่องราวจาก 19 ชาวญี่ปุ่นผู้ต่อสู้ฟันฝ่าเพื่อความฝัน โดยใช้ทั้งชีวิตของตนเองมาเป็นเดิมพัน 19 เรื่องราวที่จะมาช่วยเติมเต็มแรงบันดาลใจให้กับผู้อ่าน มาเปิดมุมมองในการใช้ชีวิตที่น่านำมาเป็นแบบอย่างของพวกเขา ด้วยเรื่องราวการเดินตามความฝันที่เกิดขึ้นจริงของ  คุณครูผู้เชื่อว่า “ไม่มีเด็กคนไหนที่เกลียดความก้าวหน้าของตัวเอง”, ช่างซักผ้าผู้รับซัก“ความทรงจำ”, บทเรียนพลิกชีวิต จากเจ้าของ UNIQLO ฯลฯ

มาร่วมสัมผัส 19 เรื่องราวที่จะช่วยเติมเต็มและเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ จาก 19 ชาวญี่ปุ่นผู้มีชีวิตทั้งชีวิตอยู่เพื่อความฝัน ความฝันจะใหญ่แค่ไหนก็ไร้ความหมาย หากสุดท้ายเป็นได้เพียงความฝัน แล้วใครล่ะจะเป็นผู้เติมความหมายให้ "ความฝัน" ถ้าไม่ใช่ เจ้าของความฝันอย่างคุณ!

เว็บไซต์: www.se-ed.com


 

back to menu ↑

ถ้าเป็นคนที่เข้าใจโลกง่ายก็จะเจ็บยาก

อ่านหนังสือเปลี่ยนชีวิต                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                   เพราะชีวิตในหนึ่งวันก็เกิดอะไรขึ้นมาได้ตั้งหลายเรื่อง…. แถมแต่ละเรื่องก็ล้วนเข้ามาทำให้ใจเราว้าวุ่นได้ทั้งนั้น แต่ในเมื่อความ “ว้าวุ่น” ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนบนโลกใบนี้ต้อประสบพบเจอ ถ้าเพียงแต่เราเปิดใจ เข้าใจและยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้เท่านั้นเอง “โลกนี้มันก็ไม่ได้อยู่ยากนักหรอก”

จริงอยู่ว่าการเรียนรู้และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น และชวนให้เราว้าวุ่นใจนั้นเป็นเรื่องที่ “พูดง่ายแต่ทำยาก” หนังสือเล่มนี้จึงเป็นเหมือนหนังสือที่อ่านประกอบชีวิตสำหรับ “ผู้ว้าวุ่นใจ” ทั้งหลาย ที่อยากว้าวุ่นให้น้อยลงด้วยการทำความเข้าใจโลกให้มันง่ายขึ้น สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้วมันมีเหตุผลของมันเสมอ ดังนั้นจงทำความเข้าใจ ยอมรับ และรีบหายจากอาการเจ็บปวดให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งเราก้าวเดินต่อไปได้เร็วเท่าไหร่ เราก็จะเสียเวลาชีวิตน้อยลงเท่านั้น

เนื้อหาโดยสังเขป

เพราะชีวิตในหนึ่งวันก็เกิดอะไรขึ้นมาได้ตั้งหลายเรื่อง… หนังสือเล่มนี้ มอบแด่ผู้ที่รักที่จะยังมีลมหายใจอยู่บนโลกนี้ และผู้ที่ไม่อยากมีลมหายใจบนโลกอันโหดร้ายใบนี้ ที่เพียงผ่านมา แล้วบังเอิญได้อ่าน บังเอิญได้เจออะไรจากมันไปบ้าง หนังสือเล่มนี้ไม่เหมาะกับผู้ที่เชื่ออะไรง่าย ๆ หนังสือเล่มนี้ ไม่ควรอ่านแล้วเชื่อหรือทำตามโดยทันที ผู้อ่านไม่ควรอ่านมันเพียงเล่มเดียว ควรอ่านประกอบกับหนังสือเล่มอื่นด้วย เพราะนี่ไม่ใช่ตำรา เป็นแค่หนังสือที่อ่านประกอบชีวิตสำหรับ "ผู้ว้าวุ่นใจ"

เว็บไซต์: m.se-ed.com


 

back to menu ↑

เป็นคนที่ใช่ ที่ใครก็รู้ว่าคุณ

  หนังสือที่ ชอบ                                                                                                                                                                                                                                                                                      มาทำความรู้จักและเข้าใจตัวเองให้มากขึ้นด้วย “DISC” ทฤษฎีซึ่งจำแนกคนออกเป็น 4 กลุ่ม โดยใช้พฤติกรรมมาเป็นตัวแบ่งความแตกต่างของผู้คน โดยแทนคนแต่ละแบบด้วยตัวการ์ตูนทั้งสี่ คือ กระทิง นกอินทรี หมู และหมี ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เรารู้จักตังเองแล้ว ยังจะได้ทำให้เข้าใจด้วยว่า ทำไมคนแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน?

ซึ่งความเข้าใจทั้งกับตัวเองและคนรอบข้างนั้น นอกจากเราจะได้รู้เท่าทันตัวเองแล้ว รู้วิธีรับมือกับตัวเองในสถานการณ์ต่างๆ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองแล้ว ยังจะทำให้เราสามารถจัดการหรือมอบหมายหน้าที่ที่คนๆนั้นจะสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดได้ หรือเมื่อเจอความขัดแย้ง เราก็จะได้ทราบถึงเหตุหลักๆที่ทำให้คนแต่ละแบบไม่พอใจ รวมถึงวิธีรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอีกด้วย

เนื้อหาโดยสังเขป

คุณเคยรู้สึกไหมว่าทำไมแต่ละคนต่างแสดงออกไม่เหมือนกัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน อาทิ เวลาพบเจอปัญหา คนหนึ่งรู้สึกกังวลและพยายามหลีกเลี่ยง แต่อีกคนรู้สึกว่าปัญหาคือเรื่องท้าทายและพร้อมที่จะแก้ไข และสิ่งเหล่านี้สามารถอธิบายได้ด้วย "DISC" เป็นทฤษฎีจำแนกคนออกเป็น 4 กลุ่ม โดยใช้พฤติกรรมเป็นตัวแบ่ง อธิบายถึงความแตกต่างของผู้คนที่ได้พบเจอ โดยแทนคนแต่ละแบบด้วยตัวการ์ตูน กระทิง อินทรี หมู และหมี ทำให้เข้าใจว่าทำไมแต่ละคนถึงไม่เหมือนกัน นอกจากการเข้าใจคนอื่น DISC ยังช่วยให้เข้าใจตัวเองมากขึ้นด้วย โดยในเล่มนี้จะเป็นเนื้อหาที่เน้นการอยู่รวมกันกับผู้อื่น ซึ่งต่างกับเล่มก่อนหน้าที่เน้นการทำความเข้าใจตัวเองมากกว่า

เว็บไซต์:m.se-ed.com


 

back to menu ↑

อิคิไก: ความหมายของการมีชีวิตอยู่ (The Little Book of Ikigai)

หนังสือน่าอ่าน                                                                                                                                                                                                                                                                                         ปิดท้ายที่เล่มนี้ “อิคิไก” จะพาคุณไปค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ ผ่านเรื่องราว ประสบการณ์ของผู้คนหลากหลายอาชีพ ตั้งแต่ ชาวประมง พนักงานบริษัท คนทำขนม ศิลปินวาดการ์ตูน อาจารย์ ช่างปั้น ชาวนา พนักงานบริษัท ฯลฯ

Ken Mogi ผู้เขียนเป็นนักประสาทวิทยาชาวญี่ปุ่นที่เค้าไปค้นหาคำตอบมาให้เราว่า ทำไมคนญี่ปุ่นถึงบ้างาน ถึงขั้นหมกมุ่นในสิ่งที่ตนทำ แม้แต่เป็นเรื่องที่เล็กที่สุดที่อาจไม่มีคนนึกถึง ซึ่งมันมาจากความคิดที่พวกเขาต่างมี “อิคิไก” ในทุกความคิดและการกระทำ จนก่อเกิดเป็นการสร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่และเปี่ยมไปด้วยแพชชั่น (passion) หรือความหลงใหล ความรักในสิ่งที่ทำ

แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะต้องบ้างาน ถึงเป็นคนที่มีอิคิไก เพราะ อิคิไกนั้นยังหมายถึง ความสุขเล็กๆ ที่เรียบง่าย ที่ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกอยากตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่เพื่อมุ่งสู้เป้าหมายในชีวิต เราหวังว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คนที่กำลัง สับสน ท้อแท้ ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เพื่อทั้งเป็นกำลังใจให้พบกับอิคิไกของตัวเอง เป็นหนังสือน่าอ่าน 2019 ยอดฮิตอีกเล่มหนึ่งเลยล่ะ

เนื้อหาโดยสังเขป

เหตุผลของการมีชีวิตอยู่ของคุณคืออะไร หลายคนอาจจะนึกไม่ออก ให้เราลองนึกถึงเหตุผลที่เราตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้านั้นเพราะอะไร ชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าทุกคนย่อมมีเหตุผลของการมีชีวิตซ่อนอยู่ในตัวเอง พวกเขาเรียกว่า "อิคิไก" ความสุขเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน การได้ลิ้มรสกาแฟหอมอร่อยกับแสงแดดอุ่นๆ ตอนเช้า การได้อ่านหนังสือดีๆ ได้ทานข้าวกับครอบครัว สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลที่เราตื่นนอนในทุกๆ วัน เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย อิคิไกคือปรัชญาญี่ปุ่นที่ถูกแฝงอยู่และถูกหลอมรวมมานาน ไม่ได้มีเพียงเป้าหมายอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงคุณค่าในตัว การสร้างความสุขในสิ่งที่ทำ การมีสุขภาพแข็งแรง มีจิตใจแจ่มใส และจิตวิญญาณที่มุ่งมั่น
"Ken Mogi" นักวิทยาศาสตร์ด้านสมองผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จะพาคุณไปสำรวจและทำความเข้าใจกับหลักการพื้นฐานของอิคิไก แนะนำแนวทางเพื่อค้นหาอิคิไก ที่เป็นเบื้องหลังความสุขและความสำเร็จของตัวเราให้พบ

เว็บไซต์: www.se-ed.com


 

The inspiration about writing comes from hour and hour of constant work because I want to make contribution to the world.

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Login/Register access is temporary disabled