‘10 คลินิกตัดกระเพาะลดอ้วน’ ข้อมูลแน่น รักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประจำปี 2020

‘10 คลินิกตัดกระเพาะลดอ้วน’ ข้อมูลแน่น รักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ประจำปี 2020

ปัจจุบันนี้พฤติกรรมและวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนอย่างมาก มีการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบแข่งกับเวลามากขึ้น ทำให้การทานอาหารเปลี่ยนไป จากที่มีเวลาทานอาหารมีประโยชน์ กลับต้องเลือกทานอาหารแบบง่าย ๆ จากร้านสะดวกซื้อ หรือบางทีก็เลือกเป็นฟาสต์ฟูดส์ที่สั่งง่าย ได้เร็ว แต่หารู้ไม่ว่า อาหารพวกนี้เต็มไปด้วยแป้งและไขมัน และถ้าไม่ได้ทานผักผลไม้ หรือออกกำลังกายควบคู่ ก็ส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นหรืออ้วนมากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งปัญหาความอ้วนนั้นเป็นปัญหาที่หลายคนกำลังเผชิญ โดยผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกินมาก มีภาวะอ้วน อ้วนมาก และผู้ที่พยายามลดน้ำหนักอย่างเต็มที่แล้ว แต่กลับมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจมีปัญหาสุขภาพตามมา วิธีแก้ปัญหาด้วยการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วน เป็นอีกวิธีทางการแพทย์ในปัจจุบันที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด วันนี้เราจึงรวบรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการรักษา พร้อมทั้ง  ‘10 คลินิกตัดกระเพราะลดอ้วน’ รักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาแนะนำ เพื่อเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือก จะมีข้อมูลน่าสนใจแบบไหนบ้าง มาศึกษาไปพร้อม ๆ กันเลยค่ะ

โรคอ้วนคืออะไร? เกิดจากสาเหตุใด?

              โรคอ้วน หรือ ภาวะอ้วน คือ การที่น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน เกิดจากร่างกายมีไขมันสะสมมากเกินกว่าที่ร่างกายจะเผาผลาญออกไป หรือมีไขมันสะสมมากเกินกว่าปกติ ซึ่งน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้น ภาวะอ้วน โรคอ้วนเกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่

  1. พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การขาดการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม การเคลื่อนไหวตัวน้อย ทำให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่และไขมันได้น้อย ส่งผลให้เกิดการสะสมมากขึ้น รวมทั้งการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วยเช่นกัน
  2. พฤติกรรมการทาน การเกิดภาวะอ้วน มักเกิดจาการทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงอย่างเป็นประจำ หรือทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาล ไขมันมากเกินกว่าความต้องการของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำหวาน น้ำอัดลม ขนมหวาน จึงควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์มากกว่า เช่น ผักและผลไม้ที่ไม่หวานเกินไป
  3. อายุ ความอ้วนเกิดขึ้นได้กับคนทุกวัย แต่เมื่ออายุมากขึ้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน มีการเคลื่อนไหวน้อยลง ทำให้ใช้พลังงานน้อยลง ซึ่งผู้หญิงและผู้ชายที่มีอายุเกิน 35 ปี ขึ้นไป มักเกิดการอ้วนง่าย เนื่องจากอยู่ในวัยทำงาน มีการทานอาหารเยอะเพื่อชดเชยพลังงานที่ใช้ไป
  4. เพศ โดยปกติผู้หญิงมักอ้วนง่ายกว่าผู้ชาย
  5. พันธุกรรม มีผลต่อปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกาย เนื่องจากในแต่ละคนจะมีความสามารถในการเผาผลาญพลังงานแตกต่างกัน เช่น บางคนเผาเผลาญได้น้อย บางคนเผาผลาญได้มาก
  6. จิตใจและอารมณ์ ในบางคนอาหารการกินขึ้นอยู่กับจิตใจและอารมณ์ เช่น เมื่อมีความเครียดก็อาจกินเยอะมากขึ้นกว่าปกติ หรือกินน้อยลงแตกต่างกันไปแต่ละคน

วิธีแก้ปัญหา ‘โรคอ้วน หรือ น้ำหนักตัวเกิน’

            การแก้ปัญหาโรคอ้วน หรือมีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายในระดับปานกลาง หรือประมาณ 60 – 80% ของ Maximal heart rate อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ทำ 5 วันต่อสัปดาห์
  • การควบคุมอาหาร รับประทานอาหารที่ถูกต้อง มีคุณค่าสารอาหาร โดยทานอาหารวันละไม่เกิน 800 – 1,200 kcal / วัน ซึ่งในส่วนนี้ควรสอบถามแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติม
  • การรักษาด้วยยา วิธีนี้เป็นวิธีที่ต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะยาลดน้ำหนักไม่ใช่ยาที่บุคคลทั่วไปจะใช้ได้ เพราะยาประเภทนี้มักจะกระตุ้นเมตาบอลิซึมบางอย่างเกินปกติ
  • การรักษาด้วยการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เป็นวิธีที่ต้องได้รับคำแนะนำ มีการปรึกษา และวิเคราะห์อย่างละเอียดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน’ คืออะไร?

การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน เป็นการผ่าตัดลดขนาดของกระเพาะอาหารให้เล็กลงกว่าเดิม ซึ่งอาจมีการผ่าตัดเพื่อปรับเปลี่ยนทางเดินอาหารใหม่ ทำให้การดูดซึมอาหารลดลง โดยทั้ง 2 กลไกลนี้จะทำให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ส่งผลให้น้ำหนักลดลง ซึ่งการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก ลดความอ้วน เป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่เป็นโรคอ้วน ที่ไม่สามารถลดน้ำหนักด้วยตัวเองและมีโรคแทรกซ้อน ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิต

 การผ่าตัดกระเพราะลดความอ้วน’ เหมาะกับใครบ้าง?

  1. ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 40 เนื่องจากจะวัดจากเกณฑ์น้ำหนักตัวในการตัดสินใจไม่ได้ ต้องใช้ค่าดัชนีมวลกายในการวัดเพื่อความแม่นยำและถูกต้อง
  2. ผู้ที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กก. ต่อ ตร.ม. ซึ่งมีโรคที่เกิดจากโรคอ้วนร่วมด้วย เช่น เบาหวาน, ความดัน, มีอาการหยุดหายใจขณะหลับ

วิธี ‘การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน’ มีกี่วิธี? อะไรบ้าง?

            โดยทั่วไปการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดความอ้วน จะมี 2 วิธีหลัก ๆ คือ

1.วิธีการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักแบบสลีฟ (Laparoscopic Sleeve Gastrectomy) เป็นวิธีผ่าตัดลดขนาดกระเพาอาหารให้เล็กลงอย่างเดียว ซึ่งขนาดกระเพาะอาหารหลังการผ่าตัดต้องมีความเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยกระเพาะอาหารส่วนที่ตัดออกไปจะเป็นส่วนผลิตฮอร์โมนให้หิว ดังนั้นวิธีนี้จะมีผลเรื่องการลดปริมาณอาหารเข้าสู่ร่างกาย และมีการปรับฮอร์โมน การผ่าตัดวิธีนี้เหมาะกับผู้ที่อ้วนมากและไม่สามารถทำการผ่าตัดแบบบายพาส

              ข้อดี

  • ช่วยให้รู้สึกหิวน้อยลง เนื่องจากมีการผ่าตัดนำส่วนที่ผลิตฮอร์โมนควบคุมความหิวออกไป
  • ทำให้น้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีความรวดเร็ว โดยเมื่อพ้นระยะการปรับตัว ผู้รักษาจะทานอาหารได้ตามปกติ แต่ทานได้ในปริมาณน้อยลงมาก
  • วิธีนี้เป็นการช่วยบรรเทาอาการของโรคเรื้อรังที่เกิดจากความอ้วน เช่น เบาหวาน, ความดัน เป็นต้น

              ข้อเสีย

  • วิธีนี้ไม่สามารถทำกับผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนได้ และไม่เหมาะกับผู้ที่เคยปรับขนาดกระเพาะด้วยการใส่ห่วงมาก่อน
  • ความเสี่ยงมีมากขึ้น หากแพทย์ไม่เชี่ยวชาญพอ หรือผู้ที่รับการรักษามีน้ำหนักตัวมากเกินโดยไม่เตรียมตัวก่อน
  • ในช่วงสองอาทิตย์แรกหลังผ่าตัดใหม่ ต้องทานอาหารเหลวก่อนเท่านั้น

 

2.วิธีการผ่าตัดกระเพาะแบบบายพาส (Laparoscopic Gastric Bypass) เป็นวิธีผ่าตัดรูปแบบมาตรฐานที่สุด โดยจะเป็นการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหาร ร่วมกับการทำทางเดินอาหารใหม่ ทำให้ลดการดูดซึม ลดปริมาณแคลอรี่ และปรับฮอร์โมน เป็นวิธีที่ทำให้กระเพาะไม่เกิดแรงดันสูง เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคกรดไหลย้อน หรือไม่สามารถทำการผ่าตัดแบบสลีฟได้ วิธีนี้เป็นวิธีผ่าตัดที่มีขั้นตอนมาก และใช้เวลาในการผ่าตัดมากกว่า แต่สามารถลดน้ำหนักได้มากและนาน

ข้อดี

  • ช่วยทำให้รู้สึกหิวน้อยลง เป็นวิธีลดน้ำหนักได้มากที่สุด
  • สามารถรักษาโรคเบาหวานได้ ในรายที่พึ่งเป็นไม่นาน และยังเป็นไม่มากนัก

วิธีผ่าตัดนี้เป็นทางเลือกการแก้ไขกรณีผ่าตัดแบบอื่น ๆ ไม่ข้อเสีย

  • ได้ผล
  • เป็นวิธีการผ่าตัดที่มีความซับซ้อน มีหลายจุด ใช้ระยะเวลานาน
  • อาจมีโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด หาแพทย์ผู้รักษาเชี่ยวชาญไม่มากพอ
  • วิธีนี้พบปัญหาการดูดซึมสารอาหารในบางราย แก้โดยทานวิตามิน อาหารเสริมตามคำแนะนำของแพทย์

            ข้อควรรู้เกี่ยวกับ การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน’

  • ผู้ที่ต้องการผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อลดน้ำหนัก ต้องมีการตรวจดัชนีมวลกาย หรือ BMI ก่อนทุกครั้ง เพื่อประเมินว่ามีภาวะโรคอ้วนหรือไม่ โดยหากได้ลองลดน้ำหนัก คุมอาหาร หรือมีการออกกำลังกายอย่างเต็มที่แล้ว แต่น้ำหนักยังไม่ลดได้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำสำหรับการผ่าตัด
  • ต้องมีการพยายามลดน้ำหนักด้วยตัวเองก่อนอย่างน้อย 5 – 10% เพื่อให้ผ่าตัดปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • โดยปกติการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน จะเป็นการผ่าตัดโดยการส่องกล้อง ทำให้แผลมีขนาดเล็กประมาณ 2 – 3 นิ้ว มีความเจ็บน้อย สามารถฟื้นตัวได้ไว
  • ในการผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน ควรปรึกษาและดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คลินิก และโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานการรับรอง มีคุณภาพ และความปลอดภัย

              วิธีการเตรียมตัว ‘ก่อน’ เข้ารับการผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน

  • มีการตรวจร่างกายอย่างละเอียดด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ อย่างน้อยก่อน 2 อาทิตย์ เพื่อเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
  • รับคำแนะนำเกี่ยวกับโภชนาการจากแพทย์เฉพาะทาง ซึ่งควรลดน้ำหนักเองก่อน 3 – 5 กก. และต้องทดสอบสภาวะจิตใจเพื่อทดสอบความพร้อมในการทำ และมีความพร้อมเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านการทานอาหาร หลังการผ่าตัด
  • หยุดการสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 2 อาทิตย์ และต้องหยุดหลังผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยง
  • ประเมินภาวะของโรคที่เป็นอยู่ เพื่อตรวจเช็คว่าสามารถควบคุมและเข้าผ่าตัดได้
  • แจ้งแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องการทานยาหรืออาหารเสริม ว่าต้องหยุดทานตัวไหนหรือไม่

            โดยผู้ที่ต้องการเข้ารับการรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

 

              การดูแล หลัง’ การผ่าตัดกระเพาะ ลดความอ้วน

  • หลังการผ่าตัดจะได้รับการควบคุมอาหารทันที เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
  • เนื่องจากเป็นการผ่าตัดแบบส่องกล้อง จึงสามารถฟื้นตัวได้ไว สามารถพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 – 2 คืน แล้วกลับบ้านได้ ซึ่งต้องฟังคำแนะนำ และอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วย

              · มาพบแพทย์ให้ตรงตามนัดทุกครั้ง

‘10 คลินิกตัดกระเพาะลดอ้วน’ ปี 2020 หุ่นสวยเพรียว รักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

รัตตินันท์คลินิก (Rattinan Clinic)

ผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก

รัตตินันท์คลินิก (Rattinan Clinic) เป็นคลินิกที่ให้บริการผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก (bariatric surgery) นำทีมโดยน.อ นพ.ปณต ยิ้มเจริญ ศัลยแพทย์ที่มีความชำนาญพิเศษด้านศัลยศาสตร์ส่องกล้อง ศัลยศาสตร์ทางเดินอาหารและผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักจากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดชและโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มีประสบการณ์ด้านการผ่าตัดกระเพาะมายาวนานกว่า 30 ปี รวมถึงได้รับใบประกาศนียบัตรรับรองคุณวุฒิจากสหรัฐอเมริกา นายแพทย์ปณต พร้อมด้วยทีมแพทย์ประจำคลินิกและนักโภชนากรกว่า 10 ท่านทำหน้าที่ดูแลและให้คำปรึกษาผู้ป่วยตลอดระยะเวลา 1 ปีภายหลังทำการรักษา นอกจากนี้ยังรับหน้าที่แพทย์สอนผ่าตัดกระเพาะอาหารให้กับแพทย์ท่านอื่นๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย
ถึงแม้ว่า การผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน จะไม่นับว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ก็ตาม แต่ก็อาจจะเกิดความเสี่ยงกับคนไข้ได้ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ซึ่งจากประสบการณ์ของ นายแพทย์ปณต ที่มีเคสผ่าตัดกระเพาะกว่า 300 ครั้ง/ปี และสำเร็จทุกเคสนั้น ท่านจะมีเทคนิคเฉพาะ ที่เรียกว่า Double Lock คือการเย็บกระเพาะสองชั้นเพื่อป้องกันการรั่วหรือการขยายออกของกระเพาะในอนาคต ซึ่งมีที่รัตตินันท์คลินิกเพียงที่เดียว
และด้วยความเชื่อมั่นในทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การรักษาที่เห็นผลที่ชัดเจน บวกกับการรักษาในโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานแล้ว ทำให้รัตตินันท์คลินิก ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีชาวต่างชาติเดินทางมาเข้ารับการรักษาและขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

ทำไมต้องผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนัก ที่รัตตินันท์คลินิก (Rattinan Clinic)
1. ได้รับคำแนะนำ และคำปรึกษา จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
2. ได้รับการผ่าตัดโดยตรงจากทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทางเดินอาหาร และการผ่าตัดโรคอ้วนจากสหรัฐอเมริกา
3. ใช้เทคนิค Double Lock เพิ่มความปลอดภัยให้คนไข้มากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคของ นพ.ปณต มีที่รัตตินันท์คลินิกเพียงที่เดียว
4. ได้รับการดูแลหลังการผ่าตัดจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมโรคอ้วน และเบาหวานโดยตรง
5. ทำการผ่าตัดในโรงพยาบาลชั้นนำ ในเครือ BDMS ที่ได้รับมาตรฐานในระดับสากล
6. มีการติดตามผลและดูแลหลังการผ่าตัดนานถึง 1 ปี
7. มีเคสผ่าตัดกระเพาะ กว่า 300 ครั้ง/ปี ซึ่งที่ผ่านมา การผ่าตัดกระเพาะลดน้ำหนักสำเร็จทุกเคส
8. รัตตินันท์คลินิกมีมาตรฐานในการรักษาที่สามารถเชื่อถือได้ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยมีชาวต่างชาติเดินทางมาเข้ารับการรักษา และขอคำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง

 

สนใจติดต่อสอบถาม ขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

รัตตินันท์คลินิก อาคารสิทธิวรกิจ (The Fifith) ชั้นที่ 12 A ถนนสีลม ซอย 3

เวลาให้บริการ : จันทร์ ถึง เสาร์ เวลา 10.00 น. – 20.00 น., หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์

เว็บไซต์ : www.rattinan.com

แอดไลน์ : @rattinanclinic

FB : facebook.com/rattinanclinic

เบอร์โทรศัพท์: 086 570 7040 , 086 323 4040


back to menu ↑

Kamol Hospital

ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน

โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งกมล เป็นโรงพยาบาลชั้นนำด้านการศัลยกรรมตกแต่งของประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก JCI สหรัฐอเมริกา ให้การดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยทีมแพทย์ประสบการณ์สูง พร้อมใช้เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่มีมาตรฐานระดับโลก สำหรับการดูแลก่อนผ่าตัดที่โรงพยาบาลกมลก็จะออกแบบให้เหมาะกับผู้เข้ารับการรักษาที่มีประวัติทางการแพทย์แตกต่างกัน ใส่ใจรายละเอียดในทุกขั้นตอน รวมถึงการดูแลหลังการผ่าตัด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด

ในส่วนของศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร เพื่อรักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery) ที่โรงพยาบาลกมลจะใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ทำให้เกิดแผลที่ท้องเพียงเล็กน้อย เทคนิคการผ่าตัดลดขนาดกระเพาะอาหารที่ให้บริการ คือ วิธีของ Gastric Bypass เป็นวิธีที่ช่วยให้ลดน้ำหนักได้มากและยาวนานที่สุด รวมทั้งยังทำให้โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และไขมันในหลอดเลือดสูงที่เป็นร่วมกับโรคอ้วนหายได้ แต่ก็อาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลเซี่ยม ขาดธาตุเหล็ก หรือขาดวิตามิน และมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนได้ แต่ภาวะแทรกซ้อนอาจน้อยลงหากการทำผ่าตัดลดน้ำหนักในสถานพยาบาล หรือศูนย์ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีการติดตามผู้ป่วยหลังผ่าตัดสม่ำเสมอ หลังการผ่าตัดจะต้องอยู่โรงพยาบาลประมาณ 3 วันจนแน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องรับยาแก้ปวด

ชื่อคลินิก : Kamol Hospital 

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.kamolhospital.com

Line@ : @kamolhospital


back to menu ↑

Bumrungrad Hospital

ผ่าตัดกระเพาะแก้ปัญหาโรคอ้วน

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ประกอบด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา มีการรักษาแบบบูรณาการที่มีคุณภาพ ให้การดูแลรักษาสุขภาพแบบครบวงจร โดยแพทย์ส่วนใหญ่ได้รับวุฒิบัตรในระดับสากลจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ ในส่วนของการการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์จะใช้วิธีการรักษาแบบ Laparoscopic Gastric Bypass เพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารให้เล็กลง ช่วยจำกัดปริมาณอาหารที่รับประทาน ทำให้รู้สึกอิ่มเร็ว ใช้การผ่าตัดผ่านกล้อง ขั้นตอนการผ่าตัดคือจะมีการเย็บส่วนของกระเพาะอาหารให้มีขนาดประมาณ 15 – 30 มิลลิลิตร จากนั้นจึงนำมาต่อเข้ากับลำไส้เล็ก จะมีรอยแผลผ่าเล็ก ๆ ที่หน้าท้องประมาณ 5 รอย ขนาดประมาณ 0.5 – 2 ซม. จะรู้สึกเจ็บเพียงเล็กน้อย

ชื่อคลินิก : Bumrungrad Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.bumrungrad.com


back to menu ↑

PHAYATHAI Hospital

การผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักด้วยการส่องกล้อง

โรงพยาบาลพญาไท ให้การบริการด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง บริการที่เป็นเลิศ ภายใต้ปรัชญาการบริหาร ด้วยการเน้นหนักความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ โดยการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาของผู้ป่วยโรคอ้วน ให้บริการผ่าตัดแบบส่องกล้อง จะมีวิธีการผ่าตัดอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือ การผ่าตัดกระเพาะด้านบนให้มีขนาดเล็ก (Gastric Bypass) ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง พักฟื้น 3 วัน และการผ่าตัดกระเพาะให้มีรูปร่างคล้ายกล้วยหอม (Sleeve Gastrectomy) วิธีนี้จะใช้การพักฟื้น 3 วันเช่นกัน โดยแพทย์จะต้องวิเคราะห์และพูดคุยกับผู้รับการรักษาก่อน เพื่อเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด และหลังจากการผ่าตัดแล้วผู้เข้ารับการรักษาต้องปฏิบัติตามกฎเหล็ก 4 ข้อ คือ ถ้าไม่รู้สึกหิวก็ต้องไม่กิน, ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง, ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีต่อเนื่องทุกวัน และห้ามดื่มน้ำพร้อมมื้ออาหาร เป็นการเว้นระยะเวลาให้อาหารอยู่ในกระเพาะนานที่สุด อย่างน้อย 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง จึงจะดื่มน้ำได้ เพื่อให้รู้สึกอิ่มได้นาน

ชื่อคลินิก : PHAYATHAI Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.phyathai.com

โทรศัพท์ : 1772


back to menu ↑

คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลศิริราช

ผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน

ในปัจจุบันนี้การรักษาโรคอ้วนมีหลายวิธี อาทิเช่น การออกกำลังกาย, การรักษาด้วยยา, การควบคุมอาหาร ซึ่งวิธีในการรักษาโรคอ้วนที่ได้ผลและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการรักษาโดยการผ่าตัดกระเพาะ เพื่อลดขนาดกระเพาะให้เล็กลง ใช้วิธีการผ่าตัดแบบส่องกล้อง (Laparoscopic surgery) ที่จะทำให้เจ็บแผลน้อย ฟื้นตัวเร็ว นอนโรงพยาบาลสั้น สำหรับการผ่าตัดกระเพาะ เพื่อรักษาโรคอ้วนที่โรงพยาบาลศิริราชจะมีเกณฑ์การรับผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัด อ้างอิงตาม National Instates of Health ปี 1991 ได้แก่ เป็นผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI มากกว่า 40 kg/m2, ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มี BMI 35-40 kg/m2 และมีโรคประจำตัวได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวานชนิดที่ 2  ไขมันในเลือดสูง  โรคหยุดหายในขณะหลับ  โรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคข้อเสื่อม เป็นต้น และผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีอายุระหว่าง 18 – 70 ปี เป็นต้น โดยการผ่าตัดลดความอ้วน จะช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีโอกาสที่มีชีวิตยืนยาวขึ้น และโรคประจำตัวต่าง ๆ ลดลงจนอาจจะหายขาดได้

ชื่อคลินิก : คลินิกผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลศิริราช

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.si.mahidol.ac.th/sirirajhospital/

back to menu ↑

Bangpakok 9 International Hospital

รีวิวผ่าตัดกระเพาะ

โรงพยาบาลบางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำของประเทศไทย ในเครือของโรงพยาบาลบางปะกอก มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา และเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย เป็นโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพจากองค์กร JCI และ HA ซึ่งการรักษาโรคอ้วนที่โรงพยาบาลบางปะกอก จะให้การรักษาด้วยวิธีใส่บอลลูนในกระเพาะอาหารที่จะทำให้รู้สึกอิ่มตลอดเวลา และทานอาหารได้น้อยลงกว่าเดิม มีภาวะแทรกซ้อนน้อย และสามารถลดน้ำหนักได้เฉลี่ย 20 – 30 กิโลกรัมต่อปี แต่ก่อนการรักษาจะต้องมีการประเมินก่อนว่าเข้าเกณฑ์บ่งชี้ในการผ่าตัดหรือไม่

ชื่อคลินิก : Bangpakok 9 International Hospital

ประเภทการบริการ :  ใส่บอลลูนในกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Gastric Balloon)

ช่องทางการติดต่อ : www.bangpakokhospital.com


back to menu ↑

Praram 9 Hospital

ผ่าตัดกระเพาะลดความอ้วน

โรงพยาบาลพระรามเก้า เป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมในการให้การรักษาพยาบาลด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะ และมีการให้บริการด้านศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง เป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกในประเทศไทยที่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในปัจจุบัน คือเครื่อง CT Scan 640 Slice ที่สามารถสร้างภาพ 640 ภาพ ต่อการหมุนของหลอดเอกซเรย์ 1 รอบ ช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการตรวจ ได้ผลตรวจถูกต้องแม่นยำ ซึ่งที่นี่มีชื่อเสียงและมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำหัตถการผ่าตัดแผลเล็กค่ะ ในส่วนของการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก ที่โรงพยาบาลพระรามเก้าใช้การผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งเป็นการผ่าตัดแผลเล็กด้วยเทคโนโลยี 4K ทำให้ฟื้นตัวไว ไม่แผลใหญ่ค่ะ และก่อนผ่าตัดจะต้องปรึกษาและประเมินสุขภาพกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับทราบข้อมูลอย่างละเอียดก่อนทุกครั้ง

ชื่อคลินิก : Praram9 Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.praram9.com

Line@ : @praram9hospital


back to menu ↑

Samitivej Hospital

ผ่าตัดกระเพาะอาหาร ราคา

โรงพยาบาลสมิติเวช เป็นโรงพยาบาลที่ให้การักษาผู้ป่วยด้วยมาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากลและเป็นที่ยอมรับโดย สถาบัน JCI ซึ่งให้การดูแลรักษาด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ และทีมบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมเป็นอย่างดี สำหรับการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดน้ำหนักที่โรงพยาบาลสมิติเวชจะทำได้ ก็เมื่อมีดัชนีมวลกาย (BMI) สูงกว่า 40, มีดัชนีมวลกายระหว่าง 35-40 และมีปัญหาสุขภาพที่สามารถแก้ไขหรือบรรเทาได้หากน้ำหนักลดลง หลังการผ่าตัดอาจมีความเสี่ยงบ้าง ก่อนการผ่าตัดจะมีการตรวจร่างกายก่อนว่าพร้อมหรือไม่ และหลังจากการผ่าตัดเพื่อลดน้ำหนัก ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร เข้าพบแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญเพื่อติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี

ชื่อคลินิก : Samitivej Hospital

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.samitivejhospitals.com


back to menu ↑

Bangkok Hospital (ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ)

bariatric Surgery

โรงพยาบาลกรุงเทพ เป็นผู้ให้บริการทางการแพทย์ชั้นนำของประเทศไทย ที่ได้รับความไว้วางใจมากว่า 48 ปี มั่นใจคุณภาพและความปลอดภัยได้ด้วยมาตรฐานรับรองจากสถาบัน JCI ซึ่งเป็นองค์กรกำกับมาตรฐานด้านการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก สำหรับการผ่าตัดกระเพาะอาหารที่โรงพยาบาลกรุงเทพ จะเป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหาร ทำให้ร่างกายนำไขมันส่วนเกินสลายไปเป็นพลังงาน ซึ่งจะใช้หลักการว่า 6 เดือนหลังการผ่าตัด น้ำหนักของผู้เข้ารับการรักษาจะลดไปถึงจุดที่ควรจะเป็น การดูแลเป็นแบบองค์รวมซึ่งจะใช้ทีมศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหลายสาขา เพื่อการดูแลอย่างดีที่สุด โดยก่อนการผ่าตัดจะต้องมีการประเมินและตรวจสุขภาพอย่างละเอียด

ชื่อคลินิก : Bangkok Hospital (ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ)

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : www.bangkokhospital.com


back to menu ↑

คลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี

ผ่าตัดกระเพาะ bariatric Surgery

โรงพยาบาลรามาธิบดี มีศูนย์รักษาโรคอ้วนโดยเฉพาะ นั่นก็คือคลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจรค่ะ โดยก่อนเข้ารับการผ่าตัด จะมีการตรวจสุขภาพอย่างละเอียดก่อน เมื่อตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัด ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ประเมินว่าควรใช้การผ่าตัดรูปแบบใด และนอกจากนี้ทีมแพทย์ต้องประเมินและควบคุมโรคร่วมที่คนไข้มีให้มีความเสี่ยงต่ำที่สุด หลังจากการผ่าตัดกระเพาะเพื่อลดความอ้วน จะต้องเน้นกินโปรตีน คาร์โบไฮเดรตที่เป็นไฟเบอร์มาก ๆ เนื่องจากดูดซึมยากกว่า เช่น ผักต่าง ๆ กินไขมันให้น้อย กินวิตามินและออกกำลังกายตามที่แพทย์แนะนำ รวมทั้งมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

ชื่อคลินิก : คลินิกรักษาโรคอ้วนครบวงจร โรงพยาบาลรามาธิบดี

ประเภทการบริการ :  ศัลยกรรมผ่าตัดกระเพาะอาหาร รักษาโรคอ้วน (Bariatric Surgery)

ช่องทางการติดต่อ : med.mahidol.ac.th


เพื่อการลดน้ำหนักให้ได้ผล สิ่งสำคัญเลยก็คือต้องปรับพฤติกรรมการกิน ให้ทานแต่ของที่มีประโยชน์ ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ถ้าหากพบว่าทำทุกอย่างแล้วไม่สามารถลดน้ำหนักได้ การผ่าตัดกระเพาะอาหารก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษา สำหรับผู้ที่เผชิญปัญหาภาวะโรคอ้วน และอยู่ในเกณฑ์บ่งชี้ที่แพทย์ได้แจ้งไว้

ซึ่งเพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด ผู้ที่สนใจเข้ารับการผ่าตัดต้องปรึกษาและตรวจประเมินสุขภาพอย่างละเอียดกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในคลินิกหรือโรงพยาบาลที่มีคุณภาพมาตรฐานเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสวยหุ่นดี สุขภาพดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างปลอดภัย หวังว่าข้อมูลที่นำมาแนะนำนี้จะมีประโยชน์ในการพิจารณาเลือกคลินิก โรงพยาบาลสำหรับผู้ที่สนใจทุกท่านนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ


Top Best Brand สุดยอดแบรนด์ที่ดีที่สุด