10 แบรนด์ปากกาหมึกซึมยอดนิยมในปี 2020

ปากกาเป็นสัญลักษณ์แสดงความสำเร็จ คนที่ชอบมอบปากกาเป็นของขวัญให้กับผู้อื่น เป็นคนที่ค่อนข้างจะรักษาภาพลักษณ์ของตนเอง เป็นคนช่างคิด ช่างสังเกต และช่างเลือก ยากที่จะมองข้ามในรายละเอียดต่างๆ เป็นคนทะเยอทะยาน หยิ่งทะนง หลงตนเองเล็กน้อย แต่เป็นคนที่ซื่อตรงมาก ถือว่าเป็นของขวัญที่ดีอีกชิ้นหนึ่ง ได้ทั้งความหมายที่ดีและยังสามารถใช้ประโยชน์ได้จริงอีกด้วย ยิ่งเป็นปากกาหมึกซึมมันยิ่งดูมีค่ามีราคามากขึ้นไปอีก ซึ่งในวันนี้เรามีแบรนด์ปากกาหมึกซึมยอดนิยมมาฝาก โดยแต่ละแบรนด์ผ่านเกณฑ์คัดเลือกเพื่อคุณ คือ

  1. เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง

แบรนด์ปากกาหมึกซึมที่มีชื่อเสียงส่วนใหญ่จะมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ซึ่งสิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงคุณค่าของผู้ใช้ด้วยว่าเป็นผู้มีรสนิยมขนาดไหน ที่สำคัญแบรนด์ดังๆมักทำปากกาหมึกซึมออกมามีคุณภาพมากๆสมกับราคาอีกด้วย

  1. ปากกาและหมึกมีคุณภาพ

ปากกาหมึกซึมที่ดีควรมีคุณภาพทั้งตัวปากกาและหมึก มีระยะเวลาการใช้ที่ยาวนาน ซึ่งแบรนด์ปากกาที่เราเลือกสรรมาล้วนมีคุณภาพทั้งสิ้น

  1. ราคาสมคุณภาพ

ปากกาหมึกซึมดีๆมักมีราคาแพง ซึ่งบางอันสามารถใช้ได้ยาวนานหลายๆปี เมื่อคิดราคาแล้วก็คุ้มค่าอยู่ จึงไม่ควรซื้อที่ถูกเกินไปควรดูที่คุณภาพมากกว่า

10 แบรนด์ปากกาหมึกซึมยอดนิยมในปี 2020

ปากกาหมึกซึม CROSS

ทำไมปากกาหมึกซึมถึงดีกว่าปากกาลูกลื่น

CROSS เป็นยี่ห้อปากกาที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และยังเป็นยี่ห้อที่หาซื้อในบ้านเราไม่ยากด้วย โดยจะมีวางขายตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ แทบทุกแห่ง ทั้งนี้ CROSSเป็นแบรนด์ที่ดีไซน์ได้เรียบหรู สวยงาม รูปทรงเพรียวบาง แถมยังมีน้ำหนักไม่มากอีกด้วย คือไม่หนักจนทำให้เขียนไปนานๆ แล้วรู้สึกเมื่อย แต่ก็ไม่ได้เบาจนเหมือนของราคาถูก แต่หมึกจะหาซื้อยากหน่อย เพราะต้องใช้เฉพาะหมึกของคอร์สเท่านั้น สำหรับรุ่นที่น่าสนใจได้แก่Cross ในซีรีย์ Century  โดยรูปทรงของ Cross Century จะสวย ทันสมัย และคลาสิกอย่างเป็นอมตะ

Cross Century จะมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Classic Century กับ Century II สำหรับ Classic Century จะเป็นปากกาหุ่นผอมเพรียว ขนาด และรูปร่างหน้าตาพอๆกับปากกาลูกลื่นของ Cross เลย แต่ความที่หุ่นผอมมากขนาดนั้น เลยทำให้ Classic Century ไม่สามารถใช้กับที่สูบหมึกได้ แถมยังใช้ได้เฉพาะกับหมึกหลอดขนาด Mini ของ Cross เท่านั้น คือ เป็นหมึกหลอดที่มีขนาดเล็กกว่าหมึกหลอดแบบสั้นปกติอีกจึงหาซื้อหมึกยากกว่า และมีสีของน้ำหมึกให้เลือกน้อย ส่วน Cross Century II มีขนาดอยู่ระหว่าง Classic Century กับ Townsend แต่หน้าตาจะดูคล้ายกับ Cross Townsend มากกว่า ปากการุ่นนี้ดูไฮคลาสมากๆ เรียกว่าเหมาะกับชุดผูกไทด์ใส่สูทเลยทีเดียว

Cross Century II มีให้เลือก 6 แบบ โดยเป็นหัวปากกาแบบสแตนเลส 4 แบบ คือ สีดำ (Classic Black) สีเงิน (Lustrous Chrome) สีเงิน คลิปและแถบสีทอง (Medalist) และสีน้ำเงิน (Royal Blue) นอกจากนี้ยังมีหัวปากกาทำจากทองคำ 23 กระรัตอีก 2 แบบ คือ ตัวปากกาทำจากเงินสเตอริง และตัวปากกาหุ้มด้วยทองคำ 10 กระรัต อีกด้วย โดยรวมแล้ว ปากการุ่นนี้ดูเรียบร้อยมากๆ มีความงดงามแบบคลาสิก ไม่หวือหวาจนเกินไป และก็ไม่ดูเชยด้วย Century II ยังเป็นปากกาที่เขียนได้ดีมากๆ แม้จะเขียนเป็นเวลานานๆ เนื่องจากน้ำหนักที่ไม่มากจนเกินไป และยังมี Section Grip ที่จับได้สบายมือมากๆอีกด้วย จึงนับเป็นปากกาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ Cross Century II รุ่นที่หัวปากกาทำจากทองคำ 23 กระรัต ยังเป็นปากกาที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา เลือกใช้อีกด้วย

หากคุณอยากดูดีมีระดับมีปากกา Cross สักด้ามสองด้ามก็โอเคนะ!! สนใจดูรายละเอียดปากกา Cross เพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์: www.cross.com/


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม PARKER

ปากกาหมึกซึมดีหรือไม่

PARKER เป็นปากกาของสัญชาติอเมริกันยี่ห้อเก่าแก่ มีอายุยาวนานถึง 125 ปี ที่ใครๆ ก็รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยคลิปรูปลูกศรที่เป็นเอกลักษณ์ ถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 1954 นอกจากรูปลักษณ์เรียบหรู ทันสมัย ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ยกระดับการเขียนให้ไหลลื่นแบบไร้ขีดจำกัด

จุดเริ่มต้นของปาร์กเกอร์ต้องย้อนกลับเมื่อปีค.ศ. 1888 หรือเมื่อ 128 ปีที่แล้ว จากการตั้งบริษัทเพื่อผลิตปากกาลักชัวรีที่เน้นความหรูหราโดยจอร์จ สแตฟฟอร์ด ปาร์กเกอร์ ชาวอเมริกัน ซึ่งเขาจัดตั้งโรงงานผลิตปากกาขึ้นใน East Sussex ประเทศอังกฤษขึ้นเป็นแห่งแรก ปัจจุบันโรงงานที่อังกฤษได้ปิดตัวลง และย้ายฐานการผลิตไปที่ประเทศฝรั่งเศสแทน ในหมวดหมู่ปากกาพรีเมียมที่มีคุณภาพดีและใช้งานได้ยาวนาน ชื่อของแบรนด์ปาร์กเกอร์คงอยู่ในตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ผู้คนมักนึกถึง แม้ว่าในปัจจุบันที่คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีอันทันสมัยเข้ามาแทนที่ ทำให้คนเราไม่ค่อยจะได้ใช้ปากกาเขียนหนังสือหรือจดหมายกันสักเท่าไร แต่ชื่อของปาร์กเกอร์ก็ยังเป็นที่รู้จักกันในวงการน้ำหมึกเป็นอย่างดี

คุณปรีชา อาชามงคล ผู้จัดการฝ่ายการตลาดให้ข้อมูลว่า “ป๊ากเกอร์ถูกผลิตขึ้นโดยมิสเตอร์ จอร์จ ซัฟฟอร์ด ป๊ากเกอร์ (George Safford Parker) ซึ่งเดิมมีอาชีพเป็นครูที่สังเกตเห็นปัญหาของเด็กนักเรียนที่ใช้ปากกาหมึกซึม ส่วนใหญใช้ไปสักพักก็พัง เขาจึงคิดค้นทำปากกาดีๆ ขึ้นมาให้เด็กใช้ จากนั้นก็เริ่มทำแบรนด์โดยชื่อว่า ป๊ากเกอร์ ภายหลังบริษัทนีเวลล์ รับเบอร์เมด (Newell Rubbermaid) ได้เข้าซื้อกิจการ จึงทำให้ปัจจุบันป๊ากเกอร์ มีฐานการผลิตอยู่ในหลายประเทศทั้งฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ
ปากการุ่นยอดนิยมตลอดกาลจาก Parker

Parker Sonnet EXC Blue Custom SHL 18K

ปากกาหมึกซึม 7 มิลลิเมตร ตัวด้ามสีน้ำเงินมุกทำจากสแตนเลส สตีล ส่วนหัวปากกาผลิตจากทองคำ 18K เคลือบโรเดียม ตกแต่งลวดลายที่คลิปปลายปากกา มาพร้อมที่สูบหมึกและกล่องปากกา เป็นประเภทปากกาหัวแร้งที่มีที่เก็บน้ำหมึกอยู่ภายใน และต้องเติมน้ำหมึกตลอดเมื่อหมึกจางลง แต่ให้เส้นสายที่คมชัดและสวยงาม ปัจจุบันนิยมใช้สำหรับตัดเส้นวาดรูปหรือเซ็นลายเซ็น เซ็นเอกสาร มักมีราคาค่อนข้างสุงกว่าปากกาทั่วไป เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน

Parker Rollerball Vector Classic Stainless Steel Chiselled

จำหน่ายมานากว่า 20 ปี ตัวด้ามและปลอกปากกาผลิตจากสแตนเลสสตีลเพื่อความทนทาน รูปแบบปากกาสีเงินเรียบง่าย เหมาะสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิง มาพร้อมกล่องปากกา พกพาสะดวก เป็นปากกาลูกผสมระหว่างปากกาลูกลื่นกับปากกาหมึกซึม คือมีหัวแบบปากกาลูกลื่น แต่ภายในบรรจุหมึกประเภทน้ำเช่นเดียวกันกับปากกาหมึกซึม มีข้อดีที่การเขียนลื่นไหลและให้เส้นสายคมชัดสวยงามตามแบบฉบับหมึกประเภทน้ำ แต่น้ำหมึกจะหมดไวกว่าปากกาประเภทลูกลื่น

Parker Jotter หัวปากกาขนาด 7 มิลลิเมตร

ใช้งานง่ายด้วยหัวกดที่ปลายปากกา ตัวด้ามผลิตจากเรซินและ Solid ปลอกปากกาสแตนเลสสตีล มาพร้อมกล่องใส่ปากกา พกพาสะดวก ราคาย่อมเยา มีหลายสีให้เลือก ปากกามีหัวขนาดเล็ก ใช้งานสะดวก เขียนได้ลื่นไหล หมึกประเภทแห้งเร็วและไม่ต้องคอยเติมหมึกตลอดเวลา

จะดีแค่ไหนถ้าคุณจะมีปากกาดีๆอย่าง PARKER คู่กายไว้ ทั้งเขียนดีและฮิตอินเทรนด์ตลอดกาลจริงๆ

เว็บไซต์: www.pen.in.th


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม LAMY

ทำไมปากกาหมึกซึมถึงมีราคาแพง

บอกเลยว่า “ลามี่” มาแรงจริงๆ ซึ่งลามี่ เป็นยี่ห้อของปากกาจากประเทศเยอรมนี พัฒนาขึ้นโดย ยอเซฟ ลามี่ ผู้ซึ่งเป็นนักทำปากการายแรกที่นำวัสดุพลาสติกสังเคราะห์เข้ามาใช้ในการผลิตส่วนห้อหุ้มปากกา ปัจจุบันบริษัทได้รับการบริหารโดยลูกของเขาคือ แมนเฟรด ลามี่

ลามี่มีผู้นิยมสะสมกันทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ด้วยราคาที่ไม่ถึง 1,000 บาท มีให้เลือกทั้ง Ball Pen และหมึกซึม สำหรับหมึกซึมที่มีขายอยู่ในบ้านเรา จะมีทั้งหมึกหลอดและที่สูบหมึกแถมมาให้ด้วย แต่ถ้าซื้อมาจากต่างประเทศ จะต้องเสียเวลามาหาซื้อที่สูบหมึกเอง ถ้าจะให้เป็นของขวัญลองมองหารุ่น Special Edition กันดูเพราะจะได้สินค้าตัวใหม่ สีใหม่ที่ราคาก็ไม่ต่างจากตัวปกติเท่าไหร่ แต่ได้ดีไซน์ที่สวยกว่าแน่นอน นอกจากจะเป็นของขวัญให้กับคนที่เรารักได้แล้วยังสามารถเก็บเป็นของสะสมได้อีกด้วย

ปากกา Lamy ทำไมฮิต ?

ถ้าเป็นวัยรุ่นยุค 90 เชื่อว่าถ้าพูดถึงปากกาเขียนแบบ หรือปากกาหัวหมึกที่มีคาแรกเตอร์บ่งบอกความเป็นตัวตนของผู้ใช้ วัยรุ่นยุคนั้นจะคิดถึง Rotring ปากกาด้ามสีดำขลิบแดง ปากกาที่ฮอตฮิตในเวลานั้น

แต่หลายสิบปีผ่านไป ปากกา Rotring เริ่มเสื่อมมนต์ขลังไปและมีปากกา Lamy เข้ามาแทนที่ สังเกตได้จากผู้ใช้ชาวไทย ที่นิยมเหน็บ Lamy ไว้ที่กระเป๋าเสื้อด้านซ้าย หรือตรงสาบเสื้ออยู่เสมอ เพื่อโชว์ด้ามเสียบปากกาที่เป็นตัว U ให้สาธารณะได้รู้ว่าตัวเองคือ Lamy User

ความจริงแล้วปากกา Lamy ไม่ใช่ปากกาแบรนด์ใหม่ที่เพิ่งถือกำเนิดมาไม่กี่ปี แต่ Lamy ถือกำเนิดมายาวนานกว่า 89 ปี จาก Josef Lamy ชายชาวเยอรมัน ผู้ที่เคยเป็นผู้จัดการสาขาและผู้จัดการส่งออกปากกา Parker ปากกายอดนิยมจากประเทศอเมริกามาก่อน

หลังจากที่ Josef ได้เข้ามาคลุกคลีในวงการปากกาหมึกซึมของ Parker ได้มองเห็นความเป็นไปได้ในการผลิตปากกาหมึกซึมแบรนด์ของตัวเอง และตั้งชื่อปากกาของตัวเองว่า Orthos และ Artus จดทะเบียนในนามบริษัท Orthos Füllfederhalter-Fabrik เพื่อเป็นปากกาสัญชาติเยอรมันที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง เพราะไม่มีต้นทุนนำเข้าจากอเมริกา จำหน่ายให้กับชาวเยอรมันโดยเฉพาะ

ในยุคแรกของธุรกิจปากกาหมึกซึมของ Josef ภายใต้แบรนด์ Orthos และ Artus ถือเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยยอดจำหน่ายรวมกันมากกว่า 2 แสนด้ามในทุกๆ ปี ซึ่งถือว่าเป็นยอดจำหน่ายที่ไม่เลว ถ้าไม่เจอสงครามโลกครั้งที่ 2 เสียก่อน

หลัง 3 ปีที่สงครามโลกสงบ ในปี 1952 Josef ได้กลับมารุกธุรกิจอีกครั้ง และเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่าง เช่นการ Re-Brand ชื่อปากกาเสียใหม่ จาก Orthos และ Artus เป็น Lamy ซึ่งเป็นนามสกุลของเขา และเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Orthos Füllfederhalter-Fabrik  เป็น C. Josef Lamy GmbH.

นั่นคือครั้งแรกที่ชื่อ Lamy ปรากฏอยู่ในโลกของธุรกิจปากกา

การเปลี่ยนชื่อปากกาเป็น Lamy ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อแล้วจบ แต่ Josef ได้ใส่จุดขายที่เป็นจุดแข็งใหม่ให้กับปากกาของเขาคือ “นวัตกรรม “Tintomatik” ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่ทำให้น้ำหมึกไหลจากช่องเก็บหมึกไปยังหัวปากกาได้ดียิ่งขึ้น ที่ช่วยสร้างประสบการณ์การเขียนที่ไหลลื่นไม่มีปัญหาเรื่องหมึกขาดหรือซึมออกมากไประหว่างเขียน นวัตกรรม “Tintomatik” ได้เป็นต้นแบบของปากกา Lamy ในรุ่นต่อๆ มาจนถึงปัจจุบัน

รุ่นแนะนำ Lamy Safari Allblack limited 2018 สำหรับด้ามนี้ ทั้งความถึกทน ไม่ต้องพูดถึง ด้วยเนื้อพลาสติกที่เป็นเเบบด้าน ทำให้ทนทาน ไม่เป็นรอยง่าย สีเข้ม พกง่าย เข้ากับเสื้อผ้าเเละเครื่องเเต่งกายทุกสี มาพร้อมนิบดำ เเละคลิปดำ เหน็บเท่ๆกว่าสีใด รุ่นนี้จะเป็นสีลิมิเตตปี 2018 สีจะเป็นดำเข้มๆกว่ารุ่นดำด้าน charcoal ที่เป็นรุ่นปกติ มีขายทั่วไป

ยังไงลองหาปากกา Lamy ยอดนิยมนี้มาใช้นะ ถ้าไม่มีเอาท์แล้วจะหาว่าไม่เตือน!!

เว็บไซต์: www.lamy.com/en/


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม Montblanc

ปากกาหมึกซึมที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นคืออะไร

หากพูดถึงเครื่องเขียนที่หรูหราและแพงที่สุด แบรนด์หนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “มงต์บลอง (Montblanc)” แบรนด์หรูจากเยอรมันอายุ 100 ปี ที่วันนี้ไม่ได้มีแค่ปากกาไฮเอนด์ แต่ยังมีสินค้าอีกหลายอย่าง เช่น นาฬิกา เครื่องหนัง เครื่องประดับ แว่นตา น้ำหอม และล่าสุดคือจิวเวลรี่ผู้หญิง ซึ่งล้วนที่ผลิตขึ้นมาภายใต้คอนเซ็ปต์เดียวกันคือ “ความเป็นสินค้าพรีเมียม”

จุดยืนของมงต์บลองจนทุกวันนี้ก็คือ ผู้นำเครื่องเขียนระดับโลก กราเซียลา ฮาวบี ผู้จัดการทั่วไปสินค้าลักซูรี่ของ บริษัท DKSH (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าสินค้ามงต์บลอง อธิบายเพิ่มเติมถึงจุดเริ่มต้นความพรีเมียมของปากกามงต์บลองว่า มาจากคุณภาพสินค้าและดีไซน์ที่มีปรัชญาการผลิตคล้ายงานศิลปะคือ “เราสร้างสิ่งที่สวยงามให้เกิดขึ้นบนโลก สำหรับคนที่เข้าใจและชื่นชมความงาม”

กราเซียลา บอกเล่าถึงลักษณะทั่วไปของแฟนประจำมงต์บลองว่า “ส่วนใหญ่เป็นคนที่มีการศึกษาสูง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ชอบสิ่งที่สวยงาม มีสไตล์ของตัวเอง ซาบซึ้งกับงานศิลปะ และรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร หลายคนยังเป็น Montblanc Collector อีกด้วย"

ย้อนรอยการผลิตปากกาของมงต์บลองพบว่า กระบวนการสร้าง “ความพรีเมียม” เริ่มตั้งแต่การเลือกวัสดุมาใช้ ไม่ว่า เพชรน้ำงาม ไข่มุกขาว พลอยสีแท้ๆ ทองคำบริสุทธิ์ ฯลฯ กราเซียลาสรุปว่า “เราหาวัสดุที่ดีและสวยที่สุดจากทั่วโลกมาใช้ในงานเรา” ยกตัวอย่าง ไข่มุกอาโกย่าขาวนวลบนปลอกปากกา Grata Garbo มาจากญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งไข่มุกขาวที่ดีที่สุดของโลก หรือเครื่องหนังที่ทำจากหนังลูกวัวก็เป็นหนังชั้นดีในเยอรมัน เป็นต้น

เมื่อได้วัสดุที่ดีที่สุดแล้ว ขั้นต่อมาก็คือ กรรมวิธีการผลิตที่ประณีต “ปลายปากกาหมึกซึมแต่ละชิ้นจะทำมาจากทองหรือทองคำขาวซึ่งต้องผ่านการตีกว่าร้อยขั้นตอนจนได้หัวปากกา แล้วก็นำไปฝนบนกระดาษจนมนได้ที่ และหากกระดาษขาดก็ถือว่าหัวปากกานั้นใช้ไม่ได้ ทุกด้ามต้องใช้แรงงานคนฝนซึ่งต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสูง” เอกกมล ดอนกำเนิด ผู้จัดการผลิตภัณฑ์มงต์บลองยกตัวอย่าง

ดีไซน์เป็นอีกองค์ประกอบสำคัญแห่งความพรีเมียม มงต์บลองใช้กลวิธีสร้างเรื่องราวหรือตำนานให้ปากกาทุกรุ่น โดยเฉพาะรุ่นพิเศษ และ Limited Edition เช่น มงต์บลอง Grata Garbo คอลเลกชั่นพิเศษเนื่องในโอกาสคล้ายวันเกิดครบปีที่ 100 ของเกรต้า กราโบ ดาราสาวฮอลลีวู้ดผู้สง่างามจนเป็นตำนานแห่งดาวของโลก ปากการุ่นนี้จึงถูกดีไซน์ให้ดูสง่างามและอ่อนโยน โดยตัวปากกาเว้าเล็กน้อยคล้ายสรีระผู้หญิง และประดับด้วยไข่มุกสีขาวนวล พร้อมลายเซ็นอันอ่อนช้อยของเกรต้า กราโบ

“เธอคือแรงบันดาลใจของดีไซเนอร์ในการสร้างผลงานออกมาเป็นตัวแทนผู้หญิงแบบเธอ คือสง่างาม มั่นใจ ทันสมัย และเข้มแข็ง” เอกกมลเล่าตำนานที่มาพร้อมกับชื่อ “มงต์บลอง เกรต้า กราโบ” โดยตั้งใจครอง mind-share ของลูกค้าที่เป็นหญิงสาวผู้ (ต้องการ) มีบุคลิกทันสมัย มาดมั่น และสง่างาม เฉกเช่นเกรต้า กราโบ

พอจะมองภาพรวมออกแล้วใช่ไหมว่าทำไมปากกามงต์บลองจึงพิเศษมากๆจนใครๆอยากจะจับจองเป็นเจ้าของ

เว็บไซต์: www.facebook.com/MontBlancLover


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม Pilot Metropolitan

ปากกาหมึกซึมยุ่งไหม

Pilot Metropolitan เป็นปากกาหมึกซึมอีกหนึ่งรุ่นที่หลายๆคนอยากได้ ด้วยการจัดอันดับปากกาหมึกซึมยอดเยี่ยมของทุกสำนัก สำหรับปากกาหมึกซึมระดับเริ่มต้น หรือปากกาที่ราคาไม่สูง จะต้องมี Pilot Metropolitan ติดโผไปซะทุกที

Pilot Metropolitan มีราคาอยู่ในระดับเดียวกับ Lamy Safari และ Kaweco Sport ซึ่งต้องถือว่าเป็นตลาดปากกาหมึกซึมที่มีการแข่งขันแรงสูงๆ เพราะบริษัทผู้ผลิตปากกาหมึกซึมของแทบทุกค่ายต่างก็มีไม้เด็ดสำหรับปากกาในราคาราวเจ็ดแปดร้อยไปจนถึงพันกว่าบาท (ฝรั่งจัดให้เป็นปากกาหมึกซึมประเภทที่มีราคาต่ำกว่า 50 USD)

แม้ว่าตลาดนี้จะแรงขนาดไหน แต่ Pilot Metropolitan ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในตลาดระดับนี้ได้อย่างสง่าผ่าเผย แถมยังได้ใจบรรดานักรีวิว และผู้เล่นปากกาหมึกซึมในต่างประเทศอย่างล้นหลามอีกด้วย ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะปากการุ่นนี้เพียงแค่สวยเท่านั้น แต่ยังเป็นปากกาที่เขียนดีมากๆอีกด้วย โดยเฉพาะหัวปากกาขนาด Fine ของ Pilot ที่มีขนาดลายเส้นเทียบเท่ากับ Extra Fine ของหัวปากกาที่ผลิตจากซีกโลกตะวันตก ต้องยอมรับเลยครับว่า หัวปากกาที่มีขนาดเล็กของ Pilot นี้ เขียนได้ดีกว่าหัวปากกาที่มีขนาดลายเส้นเท่าๆกันของแทบทุกยี่ห้อเลย

ปากการุ่นนี้มีให้เลือกหลายสี ทั้งสีสดใส สีหวานๆ หรือสีเคร่งขรึม เลือกได้ตามรสนิยมของแต่ละท่านเลยล่ะ ปัญหาใหญ่มากข้อหนึ่งเกี่ยวกับสีของ Pilot Metropolitan คือ ถ่ายทอดสีสันที่ถูกต้องลงบนภาพถ่ายยากเหลือเกิน เลยทำให้รูปที่แต่ละเว็บถ่ายกันมามักจะมีสีไม่ค่อยตรงกัน แต่เชื่อเถอะว่า ปากการุ่นนี้สวยทุกสีจริงๆ

Pilot Metropolitan รุ่นนี้มีขายในบ้านเราด้วย แถมราคาที่ขายยังถูกกว่าสั่งซื้อจากต่างประเทศเองซะอีก หากใครสนใจลองแวะเข้าไปชมที่เว็บได้นะ

เว็บไซต์:  www.penniverse.com


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม Platinum Plaisir

คุณสามารถใช้ปากกาหมึกซึมทุกวันได้หรือไม่

Platinum Plaisir มีสิ่งที่ปากกาหมึกซึมดีๆควรจะมีอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นความประณีตสวยงามในการผลิต การใช้วัสดุที่มีคุณภาพ ตัวปากกามีขนาดที่เหมาะมือ จับได้ถนัด น้ำหนักเบา และเขียนได้ลื่นมาก ทั้งยังมีราคาไม่แพงอีกด้วย ปากการุ่นนี้จึงนับเป็นปากกาหมึกซึมอีกหนึ่งรุ่นที่หาตัวเปรียบในระดับราคาเดียวกันไม่ได้

จุดเด่นอีกประการของ Plaisir คือ ปากการุ่นนี้ใช้ชุด Section ซึ่งรวมถึงหัวปากกา และ Feed ร่วมกับ Platinum Preppy ได้ ที่ว่าเป็นจุดเด่นก็เพราะว่า Preppy เป็นปากกาหมึกซึมราคาถูกเพียงร้อยบาทนิดๆ และหาซื้อได้ง่ายในบ้านเรา ทำให้เราสามารถหาอะไหล่สำหรับ Plaisir ได้ง่าย

หากสนใจ Platinum Plaisir ก็สามารถติดต่อสอบถาม หรือสั่งซื้อได้เว็บไซต์ได้เลยเช่นกัน

เว็บไซต์: www.penniverse.com


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม TWSBI

ปากกาน้ำพุใช้ได้จริงหรือไม่

หลังจาก 50 ปีที่ผ่านมาในฐานะผู้ผลิต OEM สำหรับแบรนด์ระดับโลกที่แตกต่างกันทาชินพรีซิชั่นตัดสินใจที่จะเริ่มขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง TaShin Precision มีประสบการณ์มากกว่า 50 ปีในการผลิตด้วยพลาสติกและโลหะ ผลิตภัณฑ์แรกเริ่มตั้งแต่ชิ้นส่วนของเลโก้ไปจนถึงเครื่องมือการเขียนระดับสูง ความรู้นี้จะไหลลงสู่ทุกผลิตภัณฑ์ของ TWSBI

TWSBI ชื่อของวลี "Hall of Three Cultures" หรือ "San Wen Tong" ในภาษาจีน ตัวละคร "เหวิน" แปลเป็นภาษาและวัฒนธรรม วลี "ซานเหวินตง" ยังทำให้นึกถึงฮอลล์แห่งขุมทรัพย์ที่หายากทั้งสามที่สร้างขึ้นโดยจักรพรรดิเฉียนหลงเป็นอนุสรณ์ถึงผลงานชิ้นเอกที่ยิ่งใหญ่สามชิ้นของการประดิษฐ์ตัวอักษรจีน ตัวย่อของวลี "San Wen Tong" กลับด้านและเปลี่ยนเป็น "TWS" ตัวอักษรสุดท้าย "Bi" ถูกเพิ่มเข้ามาด้วยความหมายที่แท้จริงของ "เครื่องมือการเขียน" ดังนั้นการรวมสองส่วนเข้าด้วยกันสร้าง TWSBI

TWSBI Eco นี่เป็นหนึ่งในปากการุ่นที่หลายๆคนแนะนำให้ใช้ เพราะปากการุ่นนี้มีคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในทุกด้านจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตที่ประณีต วัสดุที่ใช้ทำตัวปากกาแข็งแรงทนทาน เป็นปากกาที่มีระบบเติมน้ำหมึกแบบ Piston Filler นอกจากนี้ตอนที่ซื้อปากกามา ยังมีอุปกรณ์สำหรับดูแลรักษาปากกาแถมมาให้พร้อมอีกด้วย และปากการุ่นนี้ก็ยังเป็นปากกาที่เขียนดีมากๆ ทั้งมีราคาไม่แพงอีกด้วย

ปากกา TWSBI รุ่น ECO (ย่อมาจาก Economical) เป็นปากกาหมึกซึมรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งทางบริษัทตั้งใจให้เป็นรุ่นประหยัดเมื่อเทียบกับรุ่นอื่นๆ (ซึ่งในภาพรวม ปากกา TWSBI ก็ถือว่าเป็นปากกาที่ใช้ระบบสูบหมึกแบบ piston filler ที่มีราคาไม่แพงอยู่แล้ว)

ตัวปากกาได้รับการออกแบบให้ดูเรียบง่าย ด้ามปากกาทรงกลม ตัดกับปลอกปากกา และปุ่มหมุน Piston knob ที่เป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมTWSBI ECO มีขนาดมาตรฐาน (ใกล้เคียงกับรุ่น 580) และสามารถจุน้ำหมึกได้มากถึง 1.8 ml. (โดยประมาณ) ใครที่สนใจ TWSBI Eco ติดต่อสอบถามร้านปากกาหมึกซึมยอดนิยมได้เลย

เว็บไซต์: www.twsbi.com/

thepipscafethailand.bentoweb.com


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม Jinhao 163

ปากกาหมึกซึมมีอายุการใช้งานนานเท่าไร

Jinhao 163 เป็นปากกาหมึกซึมที่มีราคาค่อนข้างสูงสักหน่อย เมื่อเทียบกับปากกาจีนทั่วไป แต่ปากการุ่นนี้ก็สวยงาม ประณีตกว่าปากกาจีนทั่วไปอยู่มากทีเดียว

Jinhao 163 เป็นปากกาที่ทำเลียนแบบ Montblanc 163  คือ มีขนาด และหน้าตาคล้ายกับ MB163 มากเลย แต่ก็ไม่ได้ก็อปมาแบบเป๊ะๆ หรือว่าจงใจทำปลอมนะ สีสันของ Jinhao 163 ก็ยังมีที่เหมือนกับ MB163 Limited Edition บางรุ่นอีกด้วย ด้านการเขียน ปากการุ่นนี้จับได้ถนัดมือ และเขียนลื่นดีมากด้วย จึงนับว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าใช้เลยทีเดียว

เว็บไซต์: yewpen.lnwshop.com


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม FPR หรือ Fountain Pen Revolution

ปากกาหมึกซึมกำลังกลับมาหรือไม่

FPR หรือ Fountain Pen Revolution เป็นยี่ห้อปากกาที่ผลิตจากประเทศอินเดีย ซึ่งปากกาที่ผลิตจากประเทศในแถบนี้แม้ว่างานการผลิตอาจจะไม่ประณีตเท่าปากกาที่ผลิตจากจีน เนื่องจากโรงงานปากกาในอินเดียไม่ได้ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยอย่างโรงงานปากกาในจีน แต่ปากกาที่ผลิตจากอินเดียก็มีจุดขายที่ตัวปากกามักจะผลิตจากวัสดุที่ดี มีความแข็งแรง อย่างพวกเรซิน อะครีลิก หรืออีโบไนท์ เป็นต้น และยังมักจะใช้ระบบเติมหมึกแบบ Piston Filler ที่มีความทนทานอีกด้วย

FPR Indus เป็นปากกาที่ทำจากเรซินทั้งด้าม ใช้ระบบเติมหมึกแบบ Piston Filler ซึ่งปกติแล้วปากกาที่สเปกประมาณนี้มักจะมีราคาอย่างน้อยก็สามสี่พันบาทขึ้น แต่ FPR Indus มีราคาขายในบ้านเราไม่ถึงพันบาทเท่านั้นเอง

ปากการุ่นนี้ ร้าน The Pips Cafe เป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายในบ้านเรา โดยขณะนี้นำเข้ามาเฉพาะหัวปากกาแบบ Flexible เพียงอย่างเดียว ซึ่งก็นับว่าดีแล้ว เพราะเราจะได้สามารถหาซื้อปากกา Flex Nib สำหรับเขียนอักษรวิจิตรได้ในราคาไม่แพง

โดยรวมแล้ว FPR Indus เป็นปากกาที่ดูสวยรุ่นหนึ่งเลย ระบบการทำงานแบบ Piston Filler ทนทาน และทำงานได้ดีมาก ด้านการเขียนต้องยอมรับว่า หัวปากกาของ FPR เขียนดีจริงๆ เขียนได้ลื่นมาก แต่ปากการุ่นนี้อาจจะไม่เหมาะที่จะนำไปใช้เป็นปากกาสำหรับเขียนอักษรวิจิตรโดยเฉพาะ คือ การเขียนอักษรวิจิตรโดยเฉพาะมักจะนิยมเขียนตัวหนังสือตัวใหญ่มากๆ ซึ่งถ้าจะใช้ FPR Indus เขียนแบบนั้นก็ต้องใจเย็นๆ ค่อยๆลากเส้นหน่อย ไม่ยังงั้นปากกาอาจจะป้อนหมึกไม่ทัน จนเขียนไม่ออกได้

อาการแบบนี้อย่าไปโทษปากกา เพราะปากกาแบบ Flex Nib, Semi Flex หรือ Soft Nib ทุกรุ่น แม้แต่ยี่ห้อดังๆจากญี่ปุ่นหรือยุโรปก็ยังมีอาการแบบนี้ได้ ผู้ใช้เขียนต้องเข้าใจปากกาด้วยนะ แต่ถ้าใช้ FPR Indus เขียนตัวอักษรวิจิตรขนาดประมาณตัวเต็มบรรทัด อย่างนี้แทบจะไม่เจอปัญหาเรื่องการป้อนหมึกเลย เรียกว่าเขียนได้เป็นหน้าๆเลย ยิ่งถ้าใช้กระดาษเนื้อดีๆ แทบจะไม่เจอปัญหาเส้นขาดเลย

นอกจากนี้ FPR Indus ยังมีขนาดที่พอเหมาะ พกพาสะดวก สามารถนำไปใช้งานทั่วไปได้สบายๆอีกด้วย โดยลายเส้นปกติของ FPR Indus จะประมาณหัวปากกาขนาด F ของทางยุโรป ซึ่งเป็นขนาดลายเส้นที่เขียนกำลังสนุกอีกด้วย หากสนใจ  FPR Indus สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือสั่งซื้อได้ผ่านทางเฟสบุ๊คของร้านได้ที่

เว็บไซต์:  The Pips Cafe


 

back to menu ↑

ปากกาหมึกซึม Pelikan

ปากกาหมึกซึมปรับปรุงลายมือหรือไม่

ปิดท้ายกันที่ปากกาหมึกซึมในฝันของใครหลายๆคน “Grail Pen” รุ่นที่นิยมใช้มักเป็นปากกาหมึกซึมในซีรีย์ Classic ซึ่งผลิตออกมาโดยมีเป้าหมายสำหรับผู้ใช้ปากกามือใหม่ที่ต้องการจะก้าวขึ้นมาอีกระดับ ราคาของปากกาซีรีย์นี้จึงไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับปากกาหมึกซึมรุ่นอื่นๆของ Pelikan โดยจะมีรุ่น M100, M150 ,M200 และ M250  ทั้งนี้ M100, M150 และ M250 เลิกผลิตไปแล้ว ดังนั้นจึงจะหาซื้อได้เฉพาะในตลาดปากกาโบราณ หรือปากกามือสองเท่านั้น คงมีแต่ M200 ที่ยังหาซื้อปากกาที่ผลิตออกมาใหม่ได้

ความแตกต่างของ Pelikan Classic Series แต่ละรุ่น

ปากกาในซีรีย์ Classic นี้จัดว่าเป็นปากกาขนาดเล็ก ความยาวของปากกาแต่ละรุ่นจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดย M100 และ M150 จะยาว 122 มม.เท่ากัน ส่วน M200 รุ่นที่ผลิตก่อนปี 1998 จะยาว 127 มม.เท่ากับ M150 แต่ M200 ที่ผลิตหลังจากปี 1997 จะยาว 125 มม.ครับ ส่วนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของด้ามปากกา M100 และ M150 จะมีขนาด 99 มม.เท่ากัน ส่วน M200 และ M250 จะมีขนาด 102 มม.เท่ากัน

จากขนาดของปากกา ทำให้เห็นได้ว่า จริงๆแล้ว M100 และ M150 กับ M200 และ M250 นี่เป็นปากกาที่มีขนาดเท่ากับเป๊ะๆเลย จะแตกต่างกันก็แค่ตัวปากกาของ M100 จะขลิบด้วยสีเงิน ส่วน M150 ขลิบด้วยสีทองเท่านั้นเอง ขณะที่ M250 จะต่างกับ M200 ตรงที่ใช้หัวปากกาที่ทำด้วยทอง 14 กะรัต มิหนำซ้ำชุดหัวปากกาของ Pelikan ในซีรีย์ Classic ทุกรุ่นยังสามารถใช้ร่วมกันได้ และยังใช้ร่วมกับ Pelikan M400 ได้อีกด้วย ตรงนี้ทำให้เข้าใจเลยว่า ทำไม Pelikan จึงยุบสายการผลิตปากกาในซีรีย์ Classic ให้เหลือแค่ M200 เพียงรุ่นเดียว ก็เพราะว่าขนาดของ M100 และ M150 แตกต่างจาก M200 แค่ 2 มม.เท่านั้น ส่วน M250 ก็มีสัดส่วนและใช้หัวปากกาที่ทำจากทอง 14 กะรัต เหมือนกับ Pelikan M400 Souverän เลย

ปัจจุบัน Pelikan ยังใช้ชื่อรุ่นปากกาที่ขลิบด้วยสีเงินและสีทองต่างกัน โดยรุ่นที่คลิปด้วยสีเงินจะใช้เลขชื่อรุ่นลงด้ายด้วยเลข 5 แทนเลข 0 ในรุ่นปกติที่ขลิบด้วยสีทอง เช่น Pelikan M800 ก็จะขลิบด้วยสีทอง ในขณะที่ Pelikan M805 จะขลิบด้วยสีเงิน สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

เว็บไซต์:www.pelikan.com


 

Kongrath

The inspiration about writing comes from hour and hour of constant work because I want to make contribution to the world.

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply