10 น้ำหอมผู้หญิงที่ดีที่สุดในปี 2019

กลิ่นกายหอม ๆ ถือเป็นสิ่งที่จะช่วยขับเสน่ห์ของผู้หญิง เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ผู้หญิงแทบทุกคนต้องมีไว้ครอบครองกันคนละขวดสองขวด แต่ก่อนที่จะไปเลือกน้ำหอมคู่กาย เราก็ควรจะทำการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับน้ำหอมที่เราควรจะรู้กันเสียก่อน เพื่อที่จะได้เลือกน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจได้จริง ๆ และเก็บรักษากลิ่นเดิมเอาไว้ได้นานตราบเท่าอายุการใช้งานโดยที่กลิ่นไม่เพี้ยนไปเสียก่อน

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำหอม

                น้ำหอมดี ๆ ขวดหนึ่ง นอกจากจะมีราคาค่างวดที่สูงแล้ว ยังค่อนข้างอ่อนไหวต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ ซึ่งทำให้มีผลต่อกลิ่นและสี ยิ่งเรารู้เกี่ยวกับน้ำหอมน้อยเท่าไหร่ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้น้ำหอมด้อยคุณภาพลงได้ ดังนั้น เราจึงควรรู้เรื่องเกี่ยวกับน้ำหอมที่สำคัญ ๆ กันไว้หน่อยดีกว่า

  1. น้ำหอมแพ้แดดและความชื้น

เวลาที่เราซื้อน้ำหอมมา สิ่งแรกที่ห้ามทำเลยก็คือ การวางขวดน้ำหอมหรือเก็บน้ำหอมไว้ในที่ที่แดดส่องถึง และในที่ที่มีความชื้นสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ‘ห้องน้ำ’ เพราะแสงแดดและความชื้นจะทำให้ความหอมลดลง กลิ่นของน้ำหอมจะเพี้ยนได้ ให้วางขวดน้ำหอมไว้ในที่ที่มืดและเย็น ก็จะช่วยรักษาคุณภาพของน้ำหอมเอาไว้ได้นาน และกลิ่นไม่เพี้ยนไปจากตอนที่ซื้อมาครั้งแรก  

  1. เวลาฉีดน้ำหอม...อย่าถูข้อมือเด็ดขาด

เราอาจจะมักจะเห็นเวลาที่คนลองน้ำหอม หรือฉีดน้ำหอมทำกัน นั่นคือ หลังจากฉีดน้ำหอมตรงข้อมือแล้ว ก็จะถูข้อมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน แต่การทำแบบนั้นเป็นการลองน้ำหอมที่ผิดวิธี ! เพราะการที่เราเอาข้อมือมาถูกันหลังจากฉีดน้ำหอมลงไปแล้ว ทำให้ความหอมของน้ำหอมลดลง และติดไม่ทน

  1. อยากให้น้ำหอมติดนานขึ้น ให้ทาวาสลีนก่อนฉีดน้ำหอม

หลายคนอาจไม่ค่อยรู้ว่า การทาวาสลีนจะช่วยให้กลิ่นน้ำหอมติดนานขึ้น แต่ไม่ต้องถึงขั้นกับว่าต้องทาวาสลีนทั่วทั้งตัวนะ ให้ทาวาสลีนบาง ๆ ตรงจุดชีพจรต่าง ๆ เช่น ซอกคอ ข้อพับ ข้อมือ เป็นต้น ก่อนจะฉีดน้ำหอมลงไป วาสลีนจะช่วยให้กลิ่นของน้ำหอมติดทนนานขึ้น

  1. น้ำหอมไม่ใช่ขวดยา เพราะฉะนั้นไม่ต้องเขย่า

บางคนอาจเผลอเขย่าขวดน้ำหอม แต่ขอเตือนไว้เลยว่า อย่าได้ทำเชียว เพราะการเขย่าน้ำหอม จะทำให้เกิดฟองอากาศ และฟองอากาศเหล่านี้ก็จะไปทำลายคุณภาพกลิ่นของน้ำหอมได้

  1. อยากผมหอม ใช้น้ำหอมไม่เหมาะ

หลายคนชอบฉีดน้ำหอมให้ผมหอม ๆ จริง ๆ ก็ไม่เชิงว่าใช้ไม่ได้ เพียงแต่น้ำหอมไม่เหมาะกับเส้นผมเท่านั้น เพราะในน้ำหอมมีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์อยู่ และถ้าหากแอลกอฮอล์นั้นโดนเส้นผมบ่อย ๆ อาจทำให้ผมแห้งเสียได้ ทางที่ดี ให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความหอมสำหรับเส้นผมโดยเฉพาะดีกว่า

  1. ฉีดน้ำหอมลงเฉพาะตรงชีพจร

แทนที่จะฉีดทั่วทั้งตัว (เพราะกลัวไม่หอม หรือหอมไม่นาน) ให้ฉีดน้ำหอมเฉพาะจุดชีพจรดีกว่า เช่น ตรงซอกคอ ตรงข้อพับ ข้อมือ ซึ่งเป็นตำแหน่งของเส้นเลือดใหญ่ จุดชีพจรจะทำการกระจายความร้อน รวมทั้งกระจายความหอมจากผิว จึงทำให้กลิ่นหอมติดผิวได้นานขึ้น

  1. น้ำหอมขวดเดียวกัน แต่ต่างกลิ่น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน

เคยไหมที่เราซื้อน้ำหอมตามเพื่อน เพราะได้กลิ่นจากเพื่อนแล้วรู้สึกว่าหอม แต่การไปซื้อยี่ห้อเดียวกัน กลิ่นเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้กลิ่นที่หอมเหมือนกันเป๊ะ เพราะน้ำหอมจะทำปฏิกิริยากับเคมีในร่างกายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน รวมทั้งสภาพสิ่งแวดล้อมของแต่ละคนก็ต่างกันด้วย หรือแม้แต่เหงื่อก็มีผล บางคนเหงื่อออกมา บางคนเหงื่อออกเยอะ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทำให้กลิ่นของน้ำหอมแตกต่างกันออกไปในแต่ละคน

  1. อยากรู้ว่าน้ำหอมจะติดทนนานแค่ไหน ให้ลองดูความเข้มข้นของน้ำมันหอม

น้ำหอม เกิดจากการนำเอาส่วนผสมและสารที่มีความเข้มข้นสูงมาผสมและเจือจางเข้าด้วยกัน เช่น น้ำมันหอมสกัดจากดอกไม้ แอลกอฮอล์ น้ำ เป็นต้น ซึ่งนับว่าเป็นส่วนประกอบหลักของน้ำหอมเลยทีเดียว ดังนั้น การจะดูว่าน้ำหอมจะติดทนนานแค่ไหน จึงขึ้นอยู่กับว่าระดับความเข้มข้น หรือสัดส่วนของน้ำมันหอมสกัดว่ามีมากน้อยเท่าไหร่

  • สัดส่วนน้ำมันหอมสกัดประมาณ 15-18% กลิ่นจะติดทนนานได้ 4-5 ชั่วโมง (Eau de Parfum)
  • สัดส่วนน้ำมันหอมสกัดประมาณ 10% กลิ่นจะติดทนนานได้ 2-3 ชั่วโมง (Eau de Toilette)
  • สัดส่วนน้ำมันหอมสกัดประมาณ 2-5% กลิ่นติดทนนานได้ 1-2 ชั่วโมง (Eau de Cologne)

ดูแล้วอาจจะยากไปในการดูว่าน้ำหอมแต่ละขวดนั้นมีสัดส่วนชองน้ำมันหอมสกัดเท่าไหร่ แต่มีวิธีสังเกตอยู่ที่ง่ายมาก โดยให้ดูที่ฉลากของขวดน้ำหอมว่าถูกระบุไว้ด้วยคำไหน อย่างถ้าเป็น Parfum ก็แสดงว่ามีสัดส่วนของน้ำมันหอมสกัดสูงที่สุด จึงติดทนนานที่สุด รองลงมาก็คือ Toilette และ Cologne ตามลำดับ

  1. โทนกลิ่นของน้ำหอม

เพราะน้ำหอมนั่นเกิดจากการนำเอาน้ำมันหอมสกัดมาเจือจาง ซึ่งน้ำมันหอมสกัดสามารถสกัดออกมาจากวัตถุดิบต่าง ๆ ได้หลายหลาก ดังนั้น จึงเกิดโทนกลิ่นน้ำหอมที่แตกต่างกันออกไปด้วย

  • กลิ่นดอกไม้ (Floral)
  • กลิ่นผลไม้ (Fruity)
  • กลิ่นตระกูลส้ม (Citrus)
  • กลิ่นสดชื่นคล้ายทุ่งหญ้า (Green)
  • กลิ่นสมุนไพร (Herbaceous)
  • กลิ่นอายธรรมชาติ (Woody)
  • กลิ่นอำพัน (Amber)
  • กลิ่นคล้ายเครื่องเทศ (Oriental)
  • กลิ่นคล้ายกลิ่นกายของมนุษย์ (Animalic)
  • กลิ่นที่สกัดจากชะมด (Musk)

เคล็ดลับการเลือกน้ำหอมผู้หญิง

        ปกติเวลาที่เราจะไปลองน้ำหอม มักจะไม่ได้เตรียมตัวอะไรไปมากมาย ความจริงแล้วก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย แต่ถ้าอยากได้น้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจจริง ๆ แล้ว ลองดูเคล็ดลับต่อไปนี้ก็ไม่เสียหายนะ

  1. เคล็ดลับการเลือกน้ำหอมจากการ ‘ดมกลิ่น’

ก่อนไปเลือกน้ำหอม นอกจากจะมีโทนกลิ่นที่ต้องการไว้ในใจแล้ว ก็ควรที่จะต้องรู้ลำดับการดมน้ำหอมไว้ด้วย ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 3 ขั้นตอน ดังนี้

  1. ดมกลิ่นน้ำหอมจากกระดาษ – เวลาที่เราไปทดลองน้ำหอมที่เคาน์เตอร์ จะมีกระดาษสำหรับดมน้ำหอมแผ่นยาว ๆ เล็ก ๆ ให้เราฉีดน้ำหอมบนกระดาษก่อนแล้วค่อยดมกลิ่น
  2. ดมกลิ่นจากน้ำหอมที่มีกลิ่นเบาที่สุดก่อน – ที่ต้องเริ่มจากกลิ่นที่เบาที่สุดก่อนนั้น ก็เพื่อไม่ให้กลิ่นแรงไปกลบกลิ่นที่เบากว่านั่นเอง
  3. ดมกลิ่นจากแขน – กรณีที่มีกลิ่นน้ำหอมที่ชอบใจอยู่มากกว่าหนึ่ง ให้เลือกมาเพียงแค่ 3 กลิ่นที่เราชอบมากที่สุด มาฉีดลงบนแขน แต่ให้ตำแหน่งต่างกัน เช่น ข้อมือ ท้องแขน หรือข้อพับ เพื่อเป็นการเช็กครั้งสุดท้ายว่ากลิ่นไหนที่เข้ากับร่างกายของเราที่สุด
  4. ฉีดน้ำหอมทิ้งไว้ที่ตัวสักพัก อย่าเพิ่งรีบซื้อเลยทันที

หลังจากที่เลือกกลิ่นที่ชอบและเหมาะกับเราได้แล้ว อย่าเพิ่งรีบซื้อทันที ให้ฉีดทิ้งไว้ที่ตัวของเราสักพักหนึ่ง ประมาณ 40 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เพราะบางครั้งน้ำหอมพอผสมกับกลิ่นกายธรรมชาติของเราอาจไม่หอมอย่างที่คิดก็ได้

  1. งดกาแฟก่อนไปลองน้ำหอม

ถ้ากำลังจะไปลองน้ำหอม อย่าเพิ่งที่เข้าร้านกาแฟ หรือดื่มกาแฟ เพราะกลิ่นของกาแฟจะรบกวนการดมกลิ่นน้ำหอมของเรา ทำให้เรารับกลิ่นได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้กลิ่นน้ำหอมที่เราดมเพี้ยนไปได้อีกด้วย

10 น้ำหอมผู้หญิงที่ดีที่สุดในปี 2019

น้ำหอม Lancome : La Vie Est Belle

น้ำหอมผู้หญิง lancom

La Vie Est Belle by Lancome ขวดนี้ ให้กลิ่นหวานโรแมนติก พร้อมด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ เปรียบดังกลิ่นแห่งเสน่ห์ชวนให้น่าหลงใหล ทั้งยังหอมติดทนนาน แสดงถึงความมีชีวิตชีวา สวยงาม ราบรื่น

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 4,200 บาท (50 ml) และ 4,950 บาท (75 ml)  


 

back to menu ↑

น้ำหอม YVES SAINT LAURENT (YSL) : Black Opium

น้ำหอม

น้ำหอมผู้หญิงที่ชวนให้ลุ่มหลง ได้ลุคเป็นสาวดุดัน ปราดเปรียว ชวนให้รู้สึกน่าหลงใหล และสง่า น่าค้นหา ด้วยกลิ่นหอมแรกสัมผัสที่ได้จากเมล็ดกาแฟ ตามมาด้วยกลิ่นนุ่มนวลและเป็นผู้หญิงมากขึ้น ด้วยกลิ่นจากดอกมะนิลา และหัวน้ำหอมสกัดจากดอกส้ม พร้อมกลิ่นหอมหวาน ๆ ของวานิลลา และไม้หอมซีดาร์ กับพิมเสน

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 9,000 บาท (150 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Issey Miyake : L’Eau d’Issey

น้ำหอมผู้หญิงยอดฮิต

น้ำหอมที่สกัดจากหัวน้ำหอมจากดอกไม้บริสุทธิ์นานาชนิด ได้แก่ ดอกบัวซี ดอกซีคานฟรีเซีย ดอก คาร์เนชัน และดอกลิลลี่สีขาว ให้ความรู้สึกสดชื่น อบอุ่น และเรียบหรู

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Toilette

ราคา : 4,700 บาท (100 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Marc Jacobs : Daisy Eau So Fresh

น้ำหอมผู้หญิงติดทน

มอบกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่น่าสนใจสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ ด้วยกลิ่นหอมผลไม้ติดจมูกที่สกัดได้จากลูกแพร์ ราสป์เบอร์รี่ และผล
เกรฟฟรุต ตามด้วยกลิ่นจากดอกมะลิ แอปเปิ้ล ดอกบ๊วย ดอกไวโอเล็ต และดอกกุหลาบ ซึ่งผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Toilette

ราคา : 4,700 บาท (100 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Christian Dior : J’adore

น้ําหอมติดทนนาน 24 ชม

น้ำหอมที่จะชวนให้ผู้หญิงรู้สึกเซ็กซี่ และหรูหรา ด้วยส่วนผสมน้ำหอมที่ได้จากกลิ่นของดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสกัดจากดอกกุหลาบ ดอกมะลิ และดอกกระดังงา นับเป็นอีกหนึ่งน้ำหอมที่ได้รับการยอมรับจากผู้หญิงมาอย่างยาวนานตั้งแต่ตอนเปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 จนถึงปัจจุบัน

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 5,900 บาท (100 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Chloé : Absolu de Parfum

น้ํา หอม ผู้หญิง กลิ่น ไหน หอม สุด

น้ำหอมผู้หญิงที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นโทนกลิ่นดอกไม้ ด้วยการเพิ่มความเข้มข้นจากกลิ่นดอกกุหลาบมอญ (Damascena Rose) ซึ่งมีอยู่แล้วในสูตรเดิม ผสมกับกลิ่นกุหลาบเซนติโฟเลีย (Centifolia Rose) จากเมืองกราส (Grasse) เมืองแห่งน้ำหอมของฝรั่งเศส พร้อมด้วยกลิ่นวานิลลาอบอวล และสัมผัสจากกลิ่นพิมเสน (Patchouli) จึงเกิดเป็นน้ำหอมกลิ่นเฉพาะของ Chloe ที่ชวนให้น่าหลงใหลยิ่งขึ้น

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 3,500 บาท (75 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Jimmy Choo : Eau De Parfum

กลิ่นน้ําหอมผู้หญิงที่นิยมที่สุด

น้ำหอมที่มีกลิ่นที่แปลกใหม่สำหรับผู้หญิงแกร่งและทันสมัย ด้วยกลิ่นโทนผลไม้ ผสมด้วยกลิ่นหอมจากดอกไม้ อย่างกลิ่นหวานจากส้มอิตาลี กลิ่นดอกกุหลาบ กลิ่นกล้วยไม้ กลิ่นพิมเสนจากอินโดนีเซีย จึงเกิดเป็นกลิ่นหอมใหม่เฉพาะตัวไม่เหมือนใครในแบบฉบับของ Jimmy Choo

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 4,700 บาท (100 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Gucci : Premiere For Women

แนะนำ น้ำหอม ผู้หญิง

น้ำหอมที่จะทำให้ผู้หญิงได้สัมผัสถึงความหรูหรา มีสไตล์ ให้ความรู้สึกสดชื่นทันทีในกลิ่นโทนดอกไม้ผสมผลไม้ ด้วยกลิ่น Top Notes อย่างกลิ่นมะกรูดและดอกส้ม (Orange blossom) ตามมาด้วยกลิ่นกลางอย่างกลิ่นจากกลุ่มดอกไม้สีขาวและมัสค์ ปิดท้ายด้วยกลิ่นโน๊ตไม้และหนัง โดยรวมแล้วจึงให้กลิ่นที่ออกหวาน และนุ่ม

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 6,100 บาท (75 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Burberry For Women Eau de Parfum

น้ําหอมที่ดารานิยมใช้

Burberry For Women Eau de Parfum ในรูปทรงขวดกลมคลาสสิก ให้กลิ่นหอมของผลไม้ ด้วยกลิ่น Top note จากกลิ่นผลแบล็กเคอร์แรนท์ และแอปเปิ้ลสีเขียว ตามด้วยกลิ่นจากไม้ซีดาร์ ดอกมะลิ ตะไคร้ และไม้จันทร์หอม พร้อมด้วยกลิ่นมัสค์ และวานิลลาที่หอม และนุ่ม

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Parfum

ราคา : 3,995 บาท (100 ml)


 

back to menu ↑

น้ำหอม Versace : Bright Crystal

น้ําหอมผู้หญิง ที่นิยมมากที่สุด

Bright Crystal จาก Versace ขวดนี้ เป็นหนึ่งในน้ำหอมผู้หญิงที่มาพร้อมกับแพ็กเกจจิ้งที่สวย และหรูหรา ให้กลิ่นหอมของดอกไม้ สดชื่นในแบบคลาสสิก ด้วยการผสมกลิ่นขึ้นจากกลิ่นส้มยูซุ ดอกบัว มัสค์ ดอกแมกโนเลียและดอกโบตั๋น ซึ่งจะทำให้สัมผัสได้ถึงกลิ่นที่หอม และรู้สึกดีได้ตลอดทั้งวัน

ระดับความเข้มข้นของกลิ่น : Toilette

ราคา : 4,200 บาท (90 ml)


 

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทน ?

บางครั้งต่อให้น้ำหอมที่ซื้อมามีความเข้มข้นของกลิ่น หรือความเข้มข้นของน้ำมันหอมสกัดสูงแค่ไหน แต่ถ้าฉีดไม่ถูกวิธี ก็จะทำให้กลิ่นติดไม่ทนอย่างที่ควรจะเป็น

  1. ทาโลชั่นไม่มีกลิ่นก่อนฉีด

เพราะการทาโลชั่นหรือมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ไม่มีกลิ่นจะช่วยเก็บรักษากลิ่นน้ำหอมเอาไว้ได้นาน โดยให้ทาโลชั่นไว้ตามจุดชีพจรต่าง ๆ อย่างเช่น ซอกคอ ข้อพับ และข้อมือ จากนั้นก็ค่อยฉีดน้ำหอมทับลงไป อย่าลืมว่าจะต้องเป็นโลชั่นที่ไม่มีกลิ่นเท่านั้น ไม่อย่างนั้นกลิ่นของโลชั่นจะไปตีกับกลิ่นของน้ำหอม ทำให้กลิ่นเพี้ยนได้ หรือถ้าหาโลชั่นไม่มีกลิ่นไม่ได้ จะใช้วาสลีนแทนก็ได้

  1. อาบน้ำก่อนฉีดน้ำหอม

การอาบน้ำก่อนที่จะฉีดน้ำหอม จะเป็นการช่วยให้ผิวชุ่มชื่น และทำให้ผิวซึมซับเก็บกลิ่นน้ำหอมได้ดีกว่าผิวที่ขาดความชุ่มชื่น หรือไม่ได้อาบน้ำก่อน โดยฉีดลงบนผิวทันทีหลังอาบน้ำ และก่อนใส่เสื้อผ้า

  1. เลือกน้ำหอมให้เหมาะกับสภาพอากาศ

หลักการของการเลือกน้ำหอมให้เหมาะกับสภาพอากาศก็คือ ‘ความร้อน’ อย่างที่เราก็คุ้นเคยดีว่าในบ้านเรานั้นอากาศค่อนข้างร้อนและอบอ้าว ซึ่งทำให้ร่างกายขับเหงื่อออกมามากกว่าปกติ และทำให้กลิ่นหอมที่ติดตัวเราจางหายไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น น้ำหอมที่เหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อน ก็ได้แก่ Eau de parfum (EDP) ซึ่งจะมีความเข้มข้นของน้ำมันหอมสกัดหรือหัวน้ำหอมประมาณ 10-20% จึงช่วยให้กลิ่นติดทานทนได้ถึง 4-5 ชั่วโมงโดยประมาณ

  1. ห้ามถูผิวตรงบริเวณที่ฉีดน้ำหอม่แล้วเด็ดขาด

สาวบางคนติดการถูผิวที่เพิ่งฉีดน้ำหอมลงไป โดยเฉพาะตรงข้อมือทั้งสองข้าง เพื่อหวังจะให้กลิ่นกระจายตัวมากยิ่งขึ้น แต่นั้นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง เพราะการถูผิวบริเวณที่ฉีดน้ำหอมลงไปแล้วนั้น จะเป็นการเร่งให้ความร้อนทำงาน และเร่งให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีกับน้ำหอม ส่งผลให้กลิ่นเพี้ยน และจางเร็วกว่าเดิม


 

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Register New Account
If you want to become a seller, please check the apply as vendor.
Name (required)
Phone
Line
Reset Password