10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว

น้ำยากัดสีผม หรือ น้ำยาฟอกสีผม จะเป็นตัวช่วยอย่างดี ทำให้ผลลัพธ์ในการย้อมผมของคุณดียิ่งขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าทุกสีที่ทำแล้วจะใช้น้ำยาย้อมผมได้ตรงตามสีกล่องใช่มั้ยคะ เพราะพื้นฐานของสีผมชาวเอเชียจะเป็นสีน้ำตาล หรือสีดำ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องทำให้ผมของเราเป็นสีอ่อนที่สุดก่อน เพื่อทำให้การย้อมผมของเราสีตรงตามที่ต้องการมากที่สุด ขั้นตอนนี้เลยค่ะที่เราจำเป็นต้องใช้ น้ำยากัดสีผม แต่กว่าจะได้สีที่ต้องการ เราจะต้องทำการกัดสีผมหลายรอบเลยค่ะ ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะของเราระคายเคืองได้ อีกทั้งทำให้ผมเสียในระยะยาวด้วยค่ะ เราจึงต้องใส่ใจตั้งแต่น้ำยากัดสีผม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมแบบพิเศษเลยค่ะ ในบทความนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการเลือกน้ำยากัดสีผม รวมไปถึงวิธีการกัดสีผมด้วยตัวเองอย่างง่ายๆ ที่บ้านมาฝากกันด้วยค่ะ

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 2

วิธีเลือกน้ำยากัดสีผม

เลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน โดยที่น้ำยาฟอกสีผมมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิด ดังนี้

  1. น้ำยากัดสีผมชนิดครีม

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 3

น้ำยากัดผมชนิดนี่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะหาซื้อใช้ง่าย พร้อมทั้งอยู่ในราคาที่ไม่แพง โดยน้ำยากัดสีผมชนิดครีมนี้เหมาะสำหรับคนเอเชีย หรือผู้ที่มีพื้นผมเป็นสีดำ และสีเข้ม เพราะจะช่วยทำให้สีผมที่มีอยู่เดิมอ่อนลงได้อย่างเป็นธรรมชาติ แถมใช้งานง่ายเพียงแค่ผสมส่วนผสมทั้งหมดที่ให้มาในกล่องเข้าด้วยกัน เพียงเท่านี้ก็เริ่มขั้นตอนในการกัดสีผมได้แล้ว

ส่วนประกอบของน้ำยากัดสีผมชนิดครีมจะมีส่วนประกอบหลักคือ เพอร์ซัลเฟต เช่น แอมโมเนียมซัลเฟต หรือโพแทสเซียมซัลเฟต ที่จะเป็นตัวช่วยชั้นดีในการทำปฏิกิริยากับเส้นผม ทำให้ผมของเราสีอ่อนลง

2. น้ำยากัดสีผมชนิดผง

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 4

อีกหนึ่งชนิดที่นิยม และใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยที่หาซื้อได้ง่าย ทั้งในร้านสะดวกซื้อ หรือตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป โดยน้ำยากัดสีผมชนิดผงนี้เหมาะกับทุกสีผม โดยเฉพาะสีดำเข้ม เพราะน้ำยากัดสีผมชนิดผงจะมีฤทธิ์ช่วยในการกัดสีผมให้อ่อนลงมากกว่าชนิดครีม

ส่วนประกอบหลักของน้ำยากัดผมชนิดผงจะไม่มีแอมโมเนียเหมือนชนิดครีมนะคะ แต่ว่าจะมีส่วนประกอบหลักคือ เพอร์ซัลเฟตและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ที่มีฤทธิ์แรงกว่า ดังนั้นหากผู้ที่มีหนังศีรษะที่อ่อนแอ หรือแพ้ง่าย เพราะน้ำยากัดผมชนิดผงจะทำให้เส้นผมและหนังศีรษะขาดความชุ่มชื้นอย่างหนัก หากใช้แล้วควรทำการบำรุงอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง

วิธีการกัดสีผมด้วยตัวเองง่ายๆที่บ้าน

อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้

  • ผงฝอกสี/ผงกัดสีผม
  • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (เลือกใช้ตั้งแต่ 6% , 9% และ12% ตามความต้องการ ยิ่งสูงมากยิ่งกัดสีได้ดี แต่เส้นผมก็แห้งเสียมากขึ้นด้วย)
  • ถุงมือพลาสติก
  • ผ้าคลุมกันเปื้อน
  • ชามสำหรับผสมสี
  • แปรงหวีผม
  • กิ๊บหนีบผม (ใช้หลายอัน)
  • ถ้วยพลาสติก
  • ผ้าขนหนู/ผ้าเช็ดผม
  • เบบี้ออยล์ หรือปิโตรเลียมเจล

วิธีการกัดสีผม

  1. สระผมก่อนกัดสี/ฟอกสีผมเสมอ ควรเช็ดและเป่าผมให้แห้ง เพื่อช่วยลดความมันของเส้นผม ที่ทำให้สีผมเป็นด่างหรือการกัดสีผมไม่ติด
  2. ทาปิโตรเลียมเจลหรือออยล์ บริเวณไรผม, กรอบหน้า, หน้าผาก, ข้างใบหูและท้ายทอย เพื่อปกป้องผิวหนังระคายเคืองจากสารฟอกสี
  3. แบ่งเส้นผมเป็นช่อเล็กๆ พร้อมเตรียมใส่ชุดคลุม เพื่อป้องกันการเปื้อนสารเคมี และง่ายต่อการทำความสะอาด หรือสระผม
  4. เตรียมไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์และผงฟอกในปริมาณเท่าๆ กัน และผสมให้เข้ากัน (เลือกได้ตั้งแต่ 3%, 6%, 9%, และ 12% แต่ไม่ควรเลือกเกิน6% เพราะจะยิ่งระคายเคืองตามเปอร์เซ็นต์ที่สูงขึ้น)
  5. แล้วค่อยๆ ใช้แปรงไล่ทาครีมไปจนทั่วศีรษะ โดยเว้นบริเวณโคนผมประมาณ 1 นิ้ว ไว้ทาหลังสุด เพราะความร้อนจากหนังศีรษะ จะทำให้สีผมอ่อนลงได้ง่ายกว่าเส้นผมบริเวณอื่นๆ
  6. เมื่อครบตามเวลาที่ฉลากกำหนดแล้ว ทำความสะอาดผมด้วยการสระ จนกว่าสารเคมีจะหมด จากนั้นทำการทรีตเมนต์เส้นผม เพื่อคืนความชุ่มชื้น

** คำแนะนำ หากหลังจากทำเสร็จ แล้วสีผมยังไม่อ่อนตามที่ต้องการ ควรเว้นการกัดสีผมหลังจากทำครั้งแรก อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการระคายเคือง และเกิดวุ้นที่เส้นผม

แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ ถึงแม้ว่าเรามีความจำเป็นต้องใช้น้ำยากัดสีผม เราก็สามารถเลือกแบรนด์ที่มิตรต่อหนังศีรษะ และไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกันค่ะ เพราะวันนี้เราได้รวบรวมความรู้เบื้องต้นสำหรับ การเลือกน้ำยากัดสีผม และรีวิว 10 น้ำยากัดผม ฟอกสีผมยอดฮิต มาฝากกันด้วยนะคะ จะมีแบรนด์ไหนบ้าง และเราเหมาะกับแบรนด์ไหน ไปอ่านพร้อมกันเลยค่ะ

Lolane Pixxel Bleaching Powder

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 5

สำหรับใครที่ต้องการกัดสีผม หรือปรับพื้นสีผมให้สว่างขึ้นโดยธรรมชาติ มองข้ามแบรนด์นี้ไม่ได้เลยค่ะ กล่องสะดุดตาตั้งแต่เดินเข้าร้าน ยิ่งเป็นแบรนด์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี แบรนด์โลแลนสูตรนี้มีถึง 3 สูตรให้เลือกทั้งNormal Lift, Extreme Lift และ Gentle Lift และสามารถเลือกความสว่างได้มากสุดถึง 11 ระดับเลยค่ะ วิธีใช้งานก็ไม่ยุ่งยาก โดยสูตรนี้เป็นชนิดผงละเอียด ไม่ฟุ้งกระจาย และราคาไม่แพงเลยค่ะ โดยถ้าคุณมีผมยาวควรใช้น้ำยากัดสีผมอย่างน้อย 2 กล่องขึ้นไป เพื่อให้เพียงพอต่อการกัดสีหนึ่งครั้ง

จุดเด่น

  • ช่วยลดเม็ดสีเหลืองบนเส้นผม หมดกังวลเรื่องผมออกโทนเหลืองหลังทำ
  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 11+ (หากใช้สูตรนี้จะเป็นสีบลอนด์ค่อนข้างอ่อนมาก)
  • หาซื้อได้ง่ายในราคาไม่แพง โดยราคาในตลาดอยู่ที่ 38 บาท
  • เมื่อผสมแล้วเนื้อเนียน เกลี่ยง่าย

จุดสังเกต

  • มีกลิ่นน้ำยาค่อนข้างแรง

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3ASXdyv

Shopee: https://bit.ly/2W9xu5D


Nigao Bleaching Cream Maxx Light

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 6

น้ำยากัดสีผมแบรนด์ นิกาโอะ ส่งตรงมาจากประเทศญี่ปุ่นที่เป็นแดนแห่งแฟชั่นตระกาลตา ดังนั้นเราจึงไม่แปลกใจหากมีผลิตภัณฑ์ที่ดูแลเส้นผม และช่วยปรับสีผมมากมายหลายยี่ห้อ โดยเฉพาะแบรนด์ นิกาโอะที่กำลังพูดถึงในตอนนี้ ซึ่งน้ำยากัดสีผมของแบรนด์นี้ทำออกมาตอบโจทย์ผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง และแพ้ง่ายมากๆ เพราะทางแบรนด์มีนวัตกรรมเฉพาะที่ช่วยลดการระคายเคือง อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ อีกทั้งลดกลิ่นฉุนในขณะย้อมอีกด้วย  นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยี Crodafos HCE ที่ช่วยทำให้สีผมสม่ำเสมอ ไม่เป็นด่างหลังจากทำเสร็จ โดยสูตรนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เราปรับพื้นสีผมให้สว่างมากถึงระดับ 8+ เลยค่ะ แต่ถึงอย่างนี้ก็ยังช่วยป้องกันภาวะผมแห้งเสีย หลังการกัดสีผมอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ผู้ใช้จริงชื่นชอบ และรีวิวบอกต่อกันมากมายเลยค่ะ

จุดเด่น

  • ลดปัญหาเส้นผมแห้งเสีย หยาบกระด้าง หลังจากทำเสร็จ
  • เทคโนโลยี Crodafos HCE ที่ช่วยทำให้สีผมสม่ำเสมอ
  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 8+
  • เนื้อครีมใช้งานง่าย เกลี่ยง่าย ไม่หนืด
  • กลิ่นไม่ฉุนแสบจมูก
  • ป้องกันภาวะผมเสียจากการฟอกสีซ้ำ
  • ราคา 168 บาท

จุดสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูง หากต้องใช้หลายกล่องต่อการทำหนึ่งครั้ง

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://www.lazada.co.th/shop/nigao/

Shopee: https://bit.ly/3gfLrX6


Wella Blondor Multi Blonde

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 7

แบรนด์ผงฟอกสีผมต่างประเทศที่ร้านทำผมชั้นนำเลือกใช้ และได้รับการตอบรับดีเสมอมานั่นคือแบรนด์ เวลล่า (Wella) ซึ่งเป็นผงฟอกสีผมขนาด 400 กรัม ถูกบรรจุในกระปุกเหล็กเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับช่างทำผมมืออาชีพ ใช้เพื่อฟอกสีผมให้สว่างขึ้น เพื่อทำไฮไลท์เพื่อให้ผมดูมีมิติมากขึ้น แถมใช้งานได้อย่างง่ายดาย ไม่ยุ่งยาก หลายขั้นตอนที่เตรียมตัวเหนื่อย อีกทั้งผงฟอกสีของแบรนด์เวลล่ายังมีสาร Anti-Yellow ที่ช่วยลดอันเดอร์โทนเหลือง และส้มของเส้นผมหลังการฟอกผม อีกทั้งช่วยป้องกันไม่ให้ผมเสียหลังการกัดสีอีกด้วย

จุดเด่น

  • ช่วยทำให้การทำสีผมติดทนนานยิ่งขึ้น
  • สามารถนำมาทำไฮไลท์ได้ เพื่อเพิ่มมิติของผม
  • ลดโทนเหลือง และส้มของเส้นผมหลังจากกัดสีผม
  • อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ และเส้นผม
  • เหมาะสำหรับร้านทำผม หรือมืออาชีพ
  • ราคา 850 บาท

จุดสังเกต

  • ราคาค่อนข้างสูง
  • หาซื้อค่อนข้างยาก ยังไม่มีช้อปที่ไทย

ช่องทางซื้อผ่าน

Shopee: https://bit.ly/3ASIJyE


Dcash Master Bleaching Powder lifhtener

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 8

สำหรับแบรนด์ Dcash (ดีแคช) ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยมเช่นกัน เพราะเป็นแบรนด์ชั้นนำของผลิตภัณฑ์บำรุงผม และทำสีผมอันดับต้นๆ โดยที่น้ำยากัดสีผมของแบรนด์ดีแคชจะเป็นชนิดผงสำหรับฟอก มีให้เลือกปรับพื้นสีผมออกมาเป็น 4 สีทั้งสีเงิน, สีขาว, สีทอง และสีแดง ที่ช่วยทำให้คุณกัดสีผมได้รวดเร็วภายใน 10-15 นาทีเท่านั้น โดยที่มีคุณสมบัติจากสูตรพิเศษ ที่ช่วยลดความเสียหายของเส้นผม และหนังศีรษะให้น้อยที่สุด จากรีวิวผู้ใช้จริงมากมายต่างรีวิวว่าเป็นน้ำยากัดสีผมที่ได้ผลลัพธ์น่าพอใจตั้งแต่ลงมือครั้งแรก โดยที่ไม่จำเป็นต้องกัดสีผมซ้ำเลยอีกด้วย ยิ่งใช้คู่กับผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม หรือผลิตภัณฑ์ที่บำรุงผม จะยิ่งช่วยให้ผมของคุณดูเงางาม ไม่แข็งกระด้าง อีกทั้งช่วยทำให้สีผมของคุณติดทนนาน แลดูสุขภาพดีมากขึ้น

จุดเด่น

  • ราคาไม่แพง เพียง 55 บาท
  • หาซื้อได้ง่าย ใช้งานง่าย
  • มีสีให้เลือกมากถึง 4 สีทั้งสีขาว, สีทอง, สีเงิน, สีแดง
  • ช่วยลดความเสียหาย และความกระด้างของเส้นผม หลังจากกัดสีผม

จุดสังเกต

  • มีกลิ่นของน้ำยากัดสีผมฉุนเล็กน้อย
  • ไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง เพื่อลดการระคายเคือง

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3k5J4Y6

Shopee: https://bit.ly/3mdf4fu


CRUSET Hair Bleaching Cream A000 (WHITE)

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 9

มากันที่ผลิตภัณฑ์ฟอกสีผมของแบรนด์ครูเซต (CRUSET) กันบ้างค่ะ เป็นแบรนด์ที่มีราคาย่อมเยา แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพแล้ว เรียกได้ว่าสุดคุ้มมากๆ แถมยังอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ และเส้นผมของคุณด้วย อีกทั้งยังเหมาะสำหรับช่วงนี้ที่ไม่ได้ออกจากบ้านไปทำผมที่ร้านได้ คุณก็สามารถทำเองได้อย่างง่ายเช่นกัน ซึ่งจะเหมาะกับการปรับฐานสีผมให้เป็นสีพื้นสว่างอย่างสีขาว สีเทา หรือทำไฮไลท์ก็สามารถทำได้ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผมเสียหลังทำ เพราะในผลิตภัณฑ์ฟอกสีผมของแบรนด์ครูเซตมีส่วนผสมอย่างVitamin-E และ Olive Oil ที่ช่วยบำรุงผมให้เงางาม ชุ่มชื้น เส้นผมไม่แตกหักง่าย แม้ว่าผ่านการฟอกสีผมมาก็ตามค่ะ

จุดเด่น

  • มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยบำรุงเส้นผมอย่างVitamin-E และโอลีฟ ออยล์
  • ไม่มีกลิ่นฉุนของน้ำยากัดสีผม
  • มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่เวียนหัว
  • ใช้งานง่าย
  • เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำสีผมออกโทนสีเทาบลอนด์
  • ราคา 85 บาท

จุดสังเกต

  • ระคายเคืองหนังศีรษะในช่วงที่กัดสีผม

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3AX5xx6

Shopee: https://bit.ly/3y2POLh


Star List Quik Blond Hair Lightening Whip Cream

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 10

หากพูดถึงผลิตภัณฑ์ฟอกสีผมรุ่นใหม่ที่หลายๆคนชื่นชอบ จะต้องพูดถึงแบรนด์สตาร์ลิสต์ ควิกบลอนด์ (Star List Quik Blond Hair) ใครใช้ก็มีแต่รีวิวติดใจไปตามๆ กัน เพราะความที่ใช้งานง่าย เป็นรูปแบบวิปครีมที่ไม่มีกลิ่นฉุน ให้เวียนหัวขณะที่ฟอกสีผมเลย แถมการฟอกสีผมที่ตรงผลลัพธ์เหมือนชื่อแบรนด์เลย ทำให้คุณสามารถปรับฐานของสีผมได้มากถึงระดับ 8+ ช่วยให้สีผมสว่างไว แถมยังช่วยให้ขั้นตอนต่อไปในการทำสีผม หรือลงสีอื่นได้ดียิ่งขึ้น สีติดทนนาน และไม่ทำให้ผมเสียแตกปลาย ใครที่ต้องการซื้อมาลองใช้ในช่วงนี้ เราก็ได้เตรียมลิงค์สั่งซื้อไว้ให้แล้วด้วยค่ะ สะดวกครบจบในที่เดียวเลยใช่ไหมคะ

จุดเด่น

  • กลิ่นไม่ฉุน ใช้งานสะดวก
  • สูตรโมเลกุลผงสำหรับฟอกที่ซึมเข้าสู่เกล็ดผมได้อย่างรวดเร็ว
  • ไม่ทำให้ผมแห้งเสีย
  • ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ
  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 8
  • ทำให้การย้อมผมหลังการกัดสามารถซึมเข้าสู่เส้นผมและติดได้ดีขึ้น
  • ราคา 89 บาท

จุดสังเกต

  • แนะนำให้ทาไล่จากปลายผมขึ้นไปถึงช่วงกลางไปเรื่อยๆก่อน แล้วจึงทาบริเวณโคนผม เพื่อลดการระคายเคืองหนังศีรษะ

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3AQda8s

Shopee: https://bit.ly/2Wark5z


Farger High Lift Bleaching Cream

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 11

ผลิตภัณฑ์กัดสีผมแบรนด์ Farger เป็นน้ำยากัดผมที่นิยมใช้กันในร้านทำผมมากๆ เลยค่ะ ด้วยคุณภาพที่เกินราคา เรียกว่าคุ้มค่า และได้ผลลัพธ์ดังที่คาดหวังเลยอีกด้วย เพราะน้ำยากัดสีผม Farger สามารถปรับฐานสีผมให้อ่อนลงตามธรรมชาติได้ถึงระดับ 10 แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับฐานสีผมธรรมชาติของผู้ทำ ว่าควรทำการกัดผมกี่ครั้งนะคะ แต่ไม่ต้องกังวลไป เพราะน้ำยากัดผมของแบรนด์ Farger มีส่วนผสมจากธรรมชาติที่ช่วยบล็อกความชุ่มชื้นให้กับเส้นผม ไม่ทำให้ผมแห้งแตกปลายหลังการกัดสีผมแน่นอน พร้อมทั้งช่วยทำให้การย้อม หรือทำสีผมของคุณติดทนนานยิ่งขึ้น แต่แนะนำว่าหลังจากที่ทำสีผม ควรใช้ผลิตภัณฑ์แชมพูสระผมสีม่วง จะช่วยรักษาระดับสีผมของคุณไว้ให้คงที่ ไม่ออกโทนสีเหลือง หรือส้มไวนั่นเอง

จุดเด่น

  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 10
  • เนื้อครีมมีความละเอียด ใช้งานง่าย
  • ใช้เวลาการกัดสีผมไม่นาน
  • กลิ่นไม่เหม็นฉุน
  • ราคา 70 บาท

จุดสังเกต

  • หากมีผมที่ยาวกว่ากลางหลัง อาจจะต้องใช้อย่างต่ำ 2 กล่อง

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3AT39aA

Shopee: https://bit.ly/3BcE2A3


Sanjing

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 12

มากันที่แบรนด์ญี่ปุ่นอีกแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากๆ ค่ะ นั่นคือแบรนด์ Sanjing นอกจากช่วยเปลี่ยนผมของคุณให้มีสีสวยขึ้นแล้ว ก็มีส่วนผสมจากธรรมชาติทั้งน้ำมันจากเมล็ดโจโจ้บา ช่วยทำให้ผมของคุณคงความชุ่มชื้น ไม่แตกหักง่าย เงางามเรียบลื่น และทำให้ย้อมผมติดทนยาวนานยิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ทางแบรนด์ก็มีใบอนุญาตและใบรองของรับรองผลิตภัณฑ์ ว่ามีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งานอย่างแน่นอน แถมยังใช้เวลาไม่นานในการทำ เพียง20นาทีก็ได้ผมที่เปลี่ยนสีเรียบร้อยเลยล่ะ

จุดเด่น

  • ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ เหมาะกับผู้ที่มีหนังศีรษะบอบบาง
  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 10
  • มีสารสกัดที่ช่วยให้ผมนุ่มลื่น ไม่แห้งเสียหลังจากการกัดสีผม
  • อ่อนโยนต่อเส้นผม
  • มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ฉุน
  • ราคา 165 บาท

จุดสังเกต

  • ต้องทำการฟอกหลายครั้งหากต้องการทำผมออกโทนสีอ่อน

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3z0sGOG

Shopee: https://bit.ly/3gjBNmt


Blond Diva Bleaching Powder

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 13

สำหรับอีกหนึ่งแบรนด์ที่รีวิวหนาหูมาก นั่นคือแบรนด์ Blond Diva เป็นผลิตภัณฑ์ฟอกสีผมที่ช่วยปรับพื้นสีผมให้อ่อนลง ได้สีธรรมชาติ แต่อ่อนโยนต่อหนังศีรษะ และเส้นผมค่ะ เพียงแค่ผสมผงฟอกสีและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เข้าด้วยกัน ส่วนผสมเหล่านี้จะทำให้เกิดปฏิกิริยาช่วยให้ผงฟอกสีผมสามารถทำงานได้ดีและได้โทนสีที่ชัดมากขึ้น

จุดเด่น

  • ไม่มีสารสกัดจากแอมโมเนียม ไม่มีมีกลิ่นฉุน
  • ไม่ก่อให้เกิดผมแห้งเสีย ไม่ทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะ
  • ช่วยทำให้ผมเงางาม ชุ่มชื้น
  • ราคา 179 บาท

จุดสังเกต

  • งดการสระผม 3 – 5 วัน เพื่อให้หนังศีรษะหลั่งน้ำมันและสร้างฟิล์มป้องกันตามธรรมชาติ

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/3kagOn2

Shopee: https://bit.ly/3j3UOLb


น้ำยากัดผม เบอริน่า (Berina)

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 14

มากันที่แบรนด์สุดท้ายของผลิตภัณฑ์ฟอกสีผม นั่นคือแบรนด์เบอริน่า (Berina) หรือที่เราเห็นผลิตภัณฑ์ย้อมผมหลายสีที่เรียงกันอย่างสวยงามในร้านนั่นแหละค่ะ เห็นแบบนี้ใช้ง่ายนิดเดียวค่ะ แถมหมดกังวลเรื่องผมเสีย เพราะตัวส่วนผสมของเบอริน่าจะไม่ทำลายเส้นผม และช่วยให้ผมอ่อนนุ่มลงหลังจากการกัดสีผมอีกด้วยนะคะ ทั้งนี้ก็ต้องดูว่าพื้นฐานของสีผมของผู้ใช้งานอยู่ที่ระดับไหน เพื่อที่จะได้กะปริมาณในการผสมน้ำยากัดสีผมให้ถูกต้อง เพื่อลดผลข้างเคียงที่ก่อให้เกิดผมเสียได้ในอนาคตค่ะ

สูตรการฟอกสีผมระดับ 1-10

  1. ผมดำธรรมชาติ ระดับ 1 ใช้ผงฟอก 1 ซอง+ไฮโดรเจน 9% 2 ขวดครึ่ง

ทิ้งไว้เป็นเวลา 60 นาที จะได้ความสว่างขึ้น 3-4 ระดับ

  1. ฟอกครั้งที่ 2 จากระดับ 5 น้ำตาลอ่อน ใช้ผงฟอก 1 ซอง+ไฮโดรเจน 9% 1 ขวดครึ่ง

ทิ้งไว้เป็นเวลา 45 นาที จะได้ความสว่างขึ้นระดับ 8

  1. ฟอกครั้งที่ 3 จากระดับ 8 สู่ระดับ 10 บลอนด์อ่อนมากที่สุด

ใช้ผงฟอก 1 ซอง+ไฮโดรเจน 6% 1 ขวด ทิ้งไว้เป็นเวลา 30 นาที

หมายเหตุ : การฟอกสีผมครั้งนี้เป็นสูตรผมดำธรรมชาติที่ไม่เคยผ่านการทำเคมี และควรลงเว้นโคน

จุดเด่น

  • ปรับพื้นสีผมได้สว่างมากสุดถึงระดับ 10
  • หาซื้อได้ค่อนข้างง่าย ใช้งานสะดวก
  • ผสมง่าย ทำให้การย้อมสีผมติดทนนานมากขึ้น
  • อ่อนโยนต่อเส้นผม และหนังศีรษะ
  • ล้างออกง่าย ด้วยการสระผมเพียงครั้งเดียว
  • ราคา 45 บาท

จุดสังเกต

  • หากอยากได้สีที่สว่าง หรือทำสีเทา อาจจะต้องฟอกสีผมอย่างน้อย 3 ครั้ง (แล้วแต่เคส)
  • ใช้เวลากัดสีผมประมาณ 60 นาที
  • สีผมจะออกติดโทนสีส้ม หรือสีเหลืองในช่วงที่ทำครั้งแรก
  • กลิ่นน้ำยากัดสีผมค่อนข้างฉุน
  • ต้องเช็กเส้นผมตลอดเวลา ห้ามทิ้งหรือนำไปเข้าเครื่องอบไอน้ำ อินฟราเรด

ช่องทางซื้อผ่าน

Lazada: https://bit.ly/37Wlyai

Shopee: https://bit.ly/3kaYhXJ


วิธีการดูแลเส้นผมหลังจากกัดสีผม

10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปี 2021 ผมไม่เสีย ไม่แสบหนังหัว 15

1. เลือกแชมพูหรือผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ถนอมเส้นผมโดยเฉพาะ

หลายคนที่เข้าวงการทำสีผม หรือกัดสีผมเป็นประจำแล้ว สิ่งที่ช่วยให้ผมของคุณมีสีที่ตรงใจไปนานๆ นั้นจำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม สำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นแชมพู หรือทรีตเมนต์ต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผมของคุณมีสีสวยติดทนนานยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ ควรเลือกแชมพูที่ช่วยเรื่องความชุ่มชื้น และฟื้นฟูเส้นผมแข็งแรง ปราศจากสารเคมีเช่นซัลเฟต หรือพาราเบน เพียงเท่านี้ก็จะช่วยไม่ทำให้ผมเปลี่ยนสี หรือหลุดออกง่าย โดยที่ยังได้บำรุงผมไปในตัวอีกด้วย

2. สระผมวันเว้นวัน หรือสระผมสัปดาห์ละ 24 ครั้งก็เพียงพอ

เป็นเรื่องปกติมากๆ หากหลังทำสีผมของคุณจะพบความหยาบกระด้างของเส้นผม จากที่เคยผมนุ่มสลวย ก็เริ่มแห้งเหมือนไม้กวาด หากคุณทำการบำรุงผมด้วยทรีตเมนต์เป็นประจำแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องสระผมทุกวัน เพราะผมของคุณอาจเสียความชุ่มชื้น ก่อให้เกิดรังแคที่มาจากความระคายเคืองของหนังศีรษะ

3. ไม่ควรหวีผมช่วงที่สระเสร็จใหม่ๆ หรือขณะที่เปียกอยู่

อันนี้เป็นความรู้เบื้องต้นสำหรับการบำรุงผมเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็นผมที่ทำสี หรือไม่ทำสีก็ไม่ควรหวีผมขณะที่ผมเปียกหรอกนะ เพราะช่วงเวลาที่ผมเปียกอยู่นั้น เส้นผมจะพองตัว และทำให้ผมเปราะบางเป็นพิเศษ ทำให้เกิดการขาดร่วงง่าย ไม่ต้องพูดถึงหากคุณทำสีผมด้วยแล้ว ผมของคุณยิ่งมีความอ่อนแอแน่นอน ซึ่งวิธีหวีผมที่ถูกต้องคือ หวีผมในขณะที่ผมแห้ง และเริ่มหวีจากปลายผมขึ้นไปถึงบริเวณโคนผม จะช่วยลดการขาดร่วงได้ดีเลย

4. เล็มปลายผมที่เสียออก

อีกหนึ่งวิธีช่วยแก้ปัญหาผมเสีย หรือปัญหาผมแตกปลายได้นั่นคือ การเล็มผมที่แห้งเสียออกตั้งแต่เนิ่นๆ ป้องกันการลุกลามการแตกปลายของเส้นผม ซึ่งวิธีเหล่านี้เป็นวิธีการแก้ที่ปลายเหตุ หากต้องการแก้ที่ต้นเหตุจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผมเป็นประจำ จะช่วยได้

5. หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม

ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมแบบไหน ทำสีหรือไม่ การใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผมเป็นตัวกระตุ้นให้ผมของเราแห้งเสีย เพราะเป็นการทำลายความชุ่มชื้นในเส้นผม ทำให้เปราะบาง แตกหักง่าย ดังนั้น หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนในการจัดแต่งทรงผม จะต้องใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนทุกครั้ง เพื่อลดปัญหาดังกล่าวได้ในระดับหนึ่ง

6. ควรมีเวลาพักฟื้นเส้นผมอย่างน้อย 1 เดือน ก่อนเริ่มทำสีผมครั้งใหม่

เพื่อป้องกันการระคายเคืองของหนักศีรษะ หรือควรทำการปล่อยให้หนังศีรษะได้ฟื้นฟูตัวอย่างโดยการไม่ทำสีผม หรือทำเคมีอะไรเกี่ยวกับศีรษะเลยอย่างน้อย 2-3 เดือน เพื่อให้ผมได้ฟื้นตัวแข็งแรงอีกครั้งได้


เป็นอย่างไรบ้างคะกับ10 น้ำยากัดสีผม ฟอกสีผมยอดฮิตในปีนี้ที่เราได้แนะนำไป หวังว่าจะถูกใจ หรือมีแบรนด์ที่หลายๆคนกำลังเปรียบเทียบกันอยู่นะคะ ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อแบรนด์ไหนก็ตามควรศึกษาในเรื่องของส่วนผสม และควรทดสอบก่อนว่าร่างกายแพ้กับสารเคมีชนิดนี้หรือไม่ เพื่อป้องกันผลเสียที่ตามมา อีกทั้งควรเลือกลงทุนกับผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมไปพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็น เซรั่มหรือครีมนวดผม ที่ช่วยฟื้นฟูความแห้งกร้านหลังจากทำสี และควรเลือกที่ดูแลสำหรับทำสีผมโดยเฉพาะ เพื่อให้ผมทำสีของคุณคงความสวยให้นานยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ

We will be happy to hear your thoughts

      Leave a reply

      Top Best Brand สุดยอดแบรนด์ที่ดีที่สุด
      Logo