10 แบรนด์ครีมลดรอยแผลเป็นที่ได้ผลดีที่สุด

  • 347
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    347
    Shares

10 แบรนด์ครีมลดรอยแผลเป็นที่ได้ผลดีที่สุด

ไม่มีใครอยากจะมีรอยแผลเป็นประทับไว้บนผิวสวย ๆ หรอกจริงมั้ยคะ ? ทว่าในบางครั้งนั้นเราเองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะมี แต่ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถลดเลือนรักษาได้ หากใช้วิธีที่ถูกต้องกับแผลเป็นชนิดนั้น ๆ

รอยแผลเป็นคืออะไร ?

                รอยแผลเป็นเกิดจากแผลที่หายสนิทดีแล้ว โดยในกระบวนการสมานแผล หรือการซ่อมแซมเนื้อเยื่อนั้น อาจเกิดการโดนขัดขวาง ทำให้การเชื่อมต่อสมานแผลไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดเป็นรอยแผลเป็นขึ้นมา

ชนิดของรอยแผลเป็น

                การบาดเจ็บในแต่ละประเภทก่อให้เกิดรอยแผลเป็นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถแบ่งประเภทหรือชนิดของรอยแผลเป็นออกได้เป็น 6 ประเภท ดังต่อไปนี้

  1. Mature Scars

รอยแผลเป็นชนิดแรกนี้ เป็นรอยแผลเป็นที่ไม่ได้มีความผิดปกติอะไร มักเกิดจากแผลของมีคมบาด ลักษณะของรอยแผลเป็นจะมีลักษณะเป็นแผลเรียบ และมีสีของรอยแผลเป็นที่ใกล้เคียงกับสีผิวปกติ

  1. Atrophic Scars

เป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากแผลของสิว หรือแผลเป็นจากโรคอีสุดอีใส ลักษณะเป็นร่องลึกลงจากผิวหนัง สีของแผลเป็นใกล้เคียงกับสีผิวจริงปกติ

  1. Stretched Scars

รอยแผลเป็นชนิดนี้เป็นรอยแผลเป็นที่ไม่ค่อยจะพบเห็นได้มากเท่าไหรนักค่ะ เพราะเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากการผ่าตัดบริเวณเข่าและหัวไหล่ ลักษณะเรียบ ไม่นูน แต่แข็ง รวมถึงไม่มีการขยายของขอบแผลจากรอยแผลเดิม

  1. Hypertrophic Scars

รอยแผลเป็นที่มีลักษณะนูนขึ้นเหนือผิวหนัง ซึ่งเกิดจากการสร้างเซลล์คอลลาเจนขึ้นมาเพื่อซ่อมแซมรักษาแผล ตรงขอบแผลมีขนาดเท่ากับรอยแผลเดิม ไม่ขยายออก สีของแผลเป็นมีทั้งสีแดง แดงดำ และสีเข้มกว่าสีผิวปกติ โดยในระยะแรกอาจมีอาการคันร่วม มักเกิดจากของมีคมบาด หรือแผลที่ฉีกขาดเป็นแผลลึก

  1. Contracted Scars

ลักษณะเป็นรอยแผลเป็นหดรั้ง มักเกิดจากไฟไหม้ที่บริเวณข้อศอก ข้อมือ ข้อเท้า หรือบริเวณข้อต่อต่าง ๆ

  1. Keloids

เป็นรอยแผลเป็นที่มีลักษณะนูนสูงจากผิวหนัง ตรงขอบแผลจะมีการขยายกว้างมากกว่ารอยแผลเดิม สีของรอยแผลเป็นแบบคีลอยด์นี้มีได้ทั้งสีแดง แดงดำ สีจางหรือแม้แต่สีเข้มกว่าปกติ ในระยะแรกอาจมีอาการคันร่วมด้วย

จะรักษารอยแผลเป็นได้อย่างไร ?

                รอยแผลเป็นแต่ละชนิดมีการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งสามารถแบ่งแยกการรักษาออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ Clinical Treatment และ การรักษาโดยการใช้ผลิตภัณฑ์รักษารอยแผลเป็น (Scars Reduction Products)

Clinical Treatment

  1. การผ่าตัด (Operation)

การรักษาโดยการผ่าตัด นิยมใช้กับแผลเป็นนูนชนิด Hypertrophic หรือ Keloids ในบางครั้งอาจจะใช้ร่วมกับการสเตรียรอยด์ และแผ่นซิลิโคน เพราะการผ่าตัดอย่างเดียวอาจทำให้มีโอกาสที่เกิดรอยแผลเป็นซ้ำได้ การใช้สารสเตรียรอยด์และแผ่นซิลิโคนจะช่วยให้การกลับมาเป็นรอยแผลเป็นซ้ำลดลง ซึ่งสำหรับการผ่าตัดนี้สามารถแบ่งวิธีการผ่าตัดออกได้เป็น 2 วิธีด้วยกัน  

  • การผ่าตัดลดขนาด (Serial Excision)

เป็นการผ่าตัดเพื่อลดขนาดของรอยแผลเป็น ด้วยการตัดแผลเป็นออกไปบางส่วน จากนั้นก็จะทำการติดตามและอาจจะนัดมาตัดซ้ำอีกครั้ง

  • การผ่าตัดด้วยการกรอผิวหนัง (Dermabrasion)

การผ่าตัดแบบนี้ใช้ในรอยแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นรอยขรุขระ ไม่เรียบ หรือรอยบุ๋ม ซึ่งเป็นรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวอักเสบ หรือแผลเป็นจากอีสุกอีใส โดยใช้หัวกรอ หรือยิงแสงเลเซอร์ เพื่อปรับสภาพผิวให้เรียบขึ้น แต่มีข้อเสียอยู่ข้อหนึ่งที่ควรระวังก็คือ อาจทำให้บริวเวณผิวมีสีเข้มขึ้นได้

  1. การฉีดยาในกลุ่มสารสเตรียรอยด์ (Intralesional Corticosteroids)

ใช้ในการรักษาแผลเป็นประเภทคีลอยด์ เพราะสามารถให้ผลได้ดีกว่าอื่น ๆ ด้วยการฉีดสารในกลุ่มสเตรียรอยด์ฉีดเข้าบริเวณรอยแผลเป็น เพื่อลดการอักเสบของการเกิดแผลเป็นคีลอยด์หรือแผลเป็นนูนได้ ซึ่งแนะนำให้ฉีดรอยแผลเป็นในช่วงระยะแรกไม่เกิน 1 ปีแรก หลังจากการได้รับบาดเจ็บ

  1. ใช้แรงกด (Pressure Therapy)

เป็นการใช้แรงกดลึก 24-30 มิลลิเมตรบริเวณรอยแผลเป็นประเภท Hypertrophic หรือแผลเป็นที่มีลักษณะนูน โดยจะต้องทำการกดอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง 6-12 เดือน

  1. การฉายรังสี (Radio Therapy)

นิยมใช้กับรอยแผลเป็นนูนประเภท Hypertrophic หรือคีลอยด์ ซึ่งเป็นการรักษาด้วยการฉายรังสีเพียงอย่างเดียว หรืออาจใช้ร่วมกับการรักษาวิธีอื่น เพื่อให้ได้ประสิทธิผลมากขึ้น

  1. ใช้เลเซอร์ (Laser Therapy)

เป็นการรักษารอยแผลเป็นด้วยการยิงแสงเลเซอร์เพื่อทำลายเนื้อเยื่อแผลเป็น เพื่อลดความแดงของแผลให้จางลง รวมถึงใช้ในการรักษารอยหลุมสิวลึก ให้ดูเรียบเนียนขึ้นด้วย โดยกำจัดผิวหนังชั้นบน เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวหนังชั้นถัดไป ข้อควรระวังของการใช้เลเซอร์ในการรักษา คือ ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

  1. ใช้ไนโตรเจนเหลว (Cryotherapy)

มักใช้ในแผลเป็นคีลอยด์ (Keloids) เพื่อทำให้รอยแผลเป็นเรียบลง หรือสามารถใช้ในรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้เวลานาน และมักทำให้ผิวหนังยุบตัวลง รวมถึงทำให้สีผิวซีดจาง ดังนั้นจึง นิยมใช้กับผิวหนังที่มีขนาดเล็ก

  1. สักผิว (Tattoo)

การสักผิวมักใช้ในกรณีที่รอยแผลเป็นเปลี่ยนสีผิวอย่างชัดเจน เช่น เข้มหรืออ่อนกว่าสีผิวปกติ

  1. การลอกผิวด้วยกรดผลไม้ (Chemical Peeling)

เป็นการจัดการรอยแผลเป็นด้วยการขจัดชั้นผิวบนออกไป เหมาะกับแผลเป็นที่ค่อนข้างตื้นมาก ๆ

Scars Reduction Products (ผลิตภัณฑ์รักษารอยแผลเป็น)

  1. แผ่นเจลซิลิโคน (Silicone Gel Sheeting)

ใช้ปิดทับรอยแผล หลังจากบาดแผลหายดีแล้วประมาณ 1 อาทิตย์ และควรปิดตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 เดือน แผ่นเจลมีลักษณะโครงสร้างที่เชื่อมต่อกัน ทำให้มีความยืดหยุ่นสูง ดังนั้นเวลาที่เคลื่อนไหวจึงไม่รั้งตึงผิวหนัง ทั้งยังมีคุณสมบัติเด่นในการช่วยรักษาความชุ่มชื่น ลดการสูญเสียน้ำจากบริเวณรอยแผล ลดการอักเสบ ลดการทำงานของเส้นเลือดฝอย และลดการทำงานของกระบวนการสร้างคอลลาเจนอีกด้วย นอกจากนี้ยังให้ผลได้ดี และปลอดภัยมาก โดยเฉพาะกับเด็ก และผู้ป่วยที่ไม่อาจทนความเจ็บปวดได้

  1. แผ่นเทปเหนียว (Microporous Tape)

สามารถใช้แทนแผ่นเจลได้ การใช้งานคล้ายกับแผ่นเจล คือ ใช้ปิดบาดแผลได้โดยตรง ช่วยลดการอักเสบ และช่วยให้ผิวชุ่มชื่นอีกด้วย

  1. ยารักษารอยแผลเป็น (Tipocal Products)

ยารักษารอยแผลเป็นใช้สะดวก แถมยังสามารถหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายยาทั่วไปด้วย โดยในตัวยามักจะผสมสารที่ช่วยลดรอยแผลเป็นดังต่อไปนี้

  • วิตามินอี (Vitamin E)

วิตามินอีจะช่วยให้ต้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นให้เซลล์สามารถหายใจได้ดี โดยเฉพาะเซลล์เกิดใหม่ ทำให้แผลสามารถซ่อมแซมตัวได้อย่างสมบูรณ์

  • วิตามินบี 3 (Vitamin B3)

ลดการส่งผ่าน Melanosome บริเวณการซ่อมแซมรอยแผล ช่วยลดความเข้มสีผิวของแผลและป้องกันไม่ให้สีของของแผลเข้มกว่าสีผิวปกติ

  • สารมิวโคโพลีแซคาไรด์ (MPS)

เป็นสารประกอบเชิงซ้อน ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดบริเวณรอยแผล ทำให้แผลซ่อมแซมตัวได้อย่างสมบูรณ์

  • สารสกัดจากหัวหอม (Allium Cepa)

ช่วยลดการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอยแผล เข้ายับยั้งไม่ให้แผลอักเสบ และหยุดการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย

  • สารสกัดจากใบบัวบก (Asiatic Acid / Medecassic / Asiaticoside)

ช่วยกระตุ้นให้แผลสามารถหายใจได้ดี ไม่ทำให้เกิดความผิดปกติระหว่างการซ่อมแซมเซลล์ พร้อมทั้งลดการสร้างคอลลาเจนบริเวณรอยแผล และยังลดการอักเสบของแผลอีกด้วย

10 แบรนด์ครีม / ยารักษารอยแผลเป็นที่ได้ผลดีที่สุด

ในบรรดาวิธีการรักษารอยแผลเป็น การใช้ครีมหรือยารักษารอยแผลนับเป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด เพราะใช้รักษารอยแผลเป็นทั่ว ๆ ไป ซึ่งในท้องตลาดมีมากมายหลายยี่ห้อก็จริง แต่มีไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่เรียกได้ว่าได้ผลดี ว่าแต่จะมีแบรนด์ไหนบ้างนั้น มาดูกันค่ะ

Hiruscar Postacne

ครีมลดรอยแผลเป็น

เจลใสสำหรับรอยแผลเป็นจากสิว ปราศจากแอลกอฮอล์ ทำให้ซึมซาบอย่างรวดเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบไว้บนผิว อีกทั้งยังมีกลิ่นหอม พร้อมสูตรพิเศษผสาน 3 ส่วนผสมหลักที่มีประสิทธิภาพในการดูแลลดรอยแผลเป็น ได้แก่ มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต ช่วยกระตุ้นการสร้างกรดไฮยาลูรอนิค ทำให้เซลล์ผิวอุ้มน้ำได้ดีขึ้น และยังช่วยการไหลเวียนใต้ผิวหนังทำให้มีการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ส่งผลให้เซลล์ผิวเกิดใหม่เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ อัลเลียม ซีปา สารสกัดหัวหอมจากเยอรมนีที่เข้มข้นกว่า 34 เท่า ช่วยลดอาการอักเสบ ทำให้รอยแดงและรอยคล้ำจางลง ช่วยเร่งการสมานแผล รวมทั้งดูแลผิวให้เรียบเนียนสม่ำเสมอ และ ไพโอนิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของการเกิดสิวใหม่และสิวซ้ำซ้อน

วิธีใช้ : บีบเนื้อเจลพอประมาณทาบาง ๆ บริเวณร่องรอยดำจากสิว ควรใช้อย่างต่อเนื่องวันละ 2-3 ครั้ง เป็นประจำทุกวัน

ราคา : 450 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.hiruscar.com


 

back to menu ↑

Dermatix Ultra

เจลลดรอยแผลเป็น

เจลลดรอยแผลเป็นเนื้อบางเบา ไม่มีสีและกลิ่น แห้งเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ได้กับแผลเป็นใหม่ ที่เกิดอุบัติเหตุ แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และแผลที่เกิดจากการผ่าตัดทุกชนิด ช่วยให้แผลเป็นในระยะแรกนั้นอ่อนนุ่มขึ้น ดูจางลง และช่วยลดรอยแผลเป็น

วิธีใช้ : บีบเจลขนาดเท่า 1 เม็ดถั่วเขียวสำหรับแผลเป็นขนาด 6 นิ้ว ทาบาง ๆ เช้าเย็น โดยไม่ต้องถูนวด

ราคา : 430 บาท (7 กรัม)

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.dermatix.asia


 

back to menu ↑

Scagel

รอยแผลเป็นจากสิว

เจลลดรอยแผลเป็น แผลนูนแดง แผลขอบแข็ง รวมทั้งใช้รักษารอยที่เกิดจากสิว แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก แผลผ่าตัด แผลหลุมลึกจากอุบัติเหตุ แผลหลุมลึกจากอีสุกอีใสได้อีกด้วย เนื้อเจลประกอบด้วยตัวยาที่สกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสารสกัดจากว่านหางจระเข้ สารสกัดจากต้นปอสา ใบบัวบก มะขาม และวิตามินอี แต่ที่เด่นที่สุดในเจลตัวนี้คือ Allium Cepa ที่มีถึง 12% ไม่ทำให้ระคายเคือง สามารถทาได้ตั้งแต่แผลเริ่มแห้ง ไม่แนะนำให้ทาในแผลสด

วิธีใช้ : ทาบริเวณรอยแผลเป็นเบา ๆ จนกระทั่งเจลซึมซาบเข้าสู่ผิว วันละ 3- 4 ครั้ง หรือบ่อย ๆ ตามต้องการ เริ่มทาได้ขณะแผลแห้งเริ่มตกสะเก็ด ต่อเนื่องจนกระทั่งแผลหายสนิท

ราคา : 200 บาท (9 กรัม)

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.scagel.net


 

back to menu ↑

Mederma Skin Care for Scars

ครีมลดรอยแผลเป็นที่ดีที่สุด

เจลรักษารอยแผลรอยสิว แผลนูน คีรอยด์ แผลผ่าตัด แผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก หลุมสิว ช่วยให้รอยแผลเป็นนุ่มขึ้น เรียบขึ้น ปรับสีของรอยแผลเป็นให้อ่อนลง จนกลมกลืนกับสีผิว ใช้ได้กับรอยแผลใหม่ และรอยแผลเก่า เนื้อเจลใส ไม่เหนียวเหนอะหนะ ไม่มีกลิ่นเหม็นยา ด้วยส่วนผสมของ Cepalin ช่วยยับยั้งขบวนการอักเสบของแผล ปรับสภาพผิว กระตุ้นการสมานแผล และ Allantoin เพิ่มการดูดซึมของ Cepalin ให้ดีขึ้น ช่วยให้แผลเป็นชุ่มชื่นและนุ่มขึ้น พร้อมบรรเทาอาการคัน

วิธีใช้ :

  • สำหรับแผลใหม่ ต้องรอให้แผลหาย ปากแผลปิดสนิทก่อน หรือตกสะเก็ดแล้ว จึงเริ่มใช้ Mederma นวดคลึงบริเวณรอยแผลวันละ 3-4 ครั้งประมาณ 8 สัปดาห์
  • สำหรับแผลเก่า ใช้ Mederma นวดคลึงบริเวณรอยแผลวันละ 3-4 ครั้ง รอยแผลเก่าจะใช้เวลารักษานานกว่ารอยแผลใหม่ ประมาณ 3-6 เดือน

ราคา : 290-520 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.mederma.ca


 

back to menu ↑

Smooth E Acne Scar Serum

ครีมลดรอยแผลเป็นยี่ห้อไหนดี

เซรั่มลดรอยแผลเป็นจากสารสกัดจากธรรมชาติ และเทคโนโลยีเปปไทด์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยลดเลือนให้รอยแผลเป็นต่าง ๆ จางลง ใช้ได้ทั้งแผลสิว จุดด่างดำ หลุมสิว แผลเป็นหลังผ่าตัด และแผลคีลอยด์ ช่วยทำให้รอยแผลเป็นนุ่มนวลเรียบเนียนและดูจางลง ลดการระคายเคือง พร้อมกระตุ้นการเกิดใหม่ของเซลล์ผิว

วิธีใช้ : ทา Smooth E Scar Serum บริเวณแผลเป็น จากนั้นนวดเบา ๆ ให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิว ควรใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง วันละ 3 - 4 ครั้ง

ราคา :  369 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.smooth-e.com


 

back to menu ↑

MEDMAKER Vitamin E Cream

ครีมลดรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด

ครีมลดรอยแผลเป็นที่มีส่วนผสมของวิตามินอีเข้มข้น 5.5% ช่วยฟื้นฟูสภาพของเซลล์ผิวหนังที่เสื่อมโทรมให้กลับเป็นปกติ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ทดแทนส่วนที่สูญเสียไปเนื่องจากชราภาพหรือมลภาวะ พร้อมส่วนผสมของ Jojoba Oil และ D-Panthenol ช่วยเสริมประสิทธิภาพของวิตามินอี เพิ่มความชุ่มชื้น นุ่มเนียนให้กับผิว พร้อมลดรอยเหี่ยวย่นของผิวหนังอันเนื่องมาจากความชราภาพหรือมลภาวะหรือจากแสงแดด รวมทั้งสามารถเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ครีมชนิดเข้มข้นสำหรับผิวที่แห้งมาก หรือในสภาพอากาศที่แห้งมากได้อีกด้วย

วิธีใช้ : ทาบริเวณผิวหนังทั่วไปได้บ่อยเท่าที่ต้องการ

ราคา : 195 บาท (20 กรัม)


 

back to menu ↑

Smooth E Scar Serum

ครีมลดรอยแผลเป็นที่ขา

เซรั่มลดรอยแผลเป็น ประกอบไปด้วยสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ Purifying Botanical Ingredients ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยลดรอยแผลเป็นในลักษณะต่าง ๆ สามารถใช้ได้ทั้งแผลเป็นที่เกิดจากสิว จุดด่างดำที่เกิดจากสิว หลุมสิวแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวกและแผลผ่าตัด ทำให้รอยแผลนุ่มนวล เรียบเนียนขึ้นแลดูจางลง

ราคา : 325 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.cosmenet.in.th


 

back to menu ↑

Erase Gel For Scar

ครีมลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า

เจลลดรอยแผลเป็น รอยดำจากสิว รอยหลุมสิว ด้วยส่วนผสมของสารสกัดจาก Horse chestnut seed extract และ Allium cepa  จึงช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่ทำลายไฮยาลูลอนนิค แอซิด ลดการอักเสบและการสร้างไฟโบรบลาส ลดการสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็น นอกจากนี้ยังมีวิตามินอี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระและช่วยสมานแผล

วิธีใช้ : ควรทาเจลบาง ๆ และคลึงเบา ๆ จนเนื้อเจลแห้ง วันละ 2-3 ครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 6-8 สัปดาห์ สำหรับแผลเก่า นูนแข็งควรใช้ต่อเนื่อง 3-6 เดือน

ราคา : 370.00 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.zentahealth.com


 

back to menu ↑

Provamed Scar Zone Advance

ลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า

สำหรับรอยแผลเป็น จุดด่างดำที่เกิดจากสิว รอยนูนคัน และแผลเป็นสีดำ สำหรับสูตรนี้จะเพิ่มประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ช่วยให้แผลเป็นอ่อนนุ่ม จางหาย และเรียบเนียน เห็นผลชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยสารสกัด Allium Cepa เข้มข้น 15% ช่วยลดการเกิดรอยแผลเป็นโดยลดอาการอักเสบของแผล วิตามินอี บำรุงและคืนความชุ่มชื้นให้กับรอยแผลเป็น แผลจะค่อย ๆ นุ่มและเรียบเนียนขึ้น ทำให้รอยแผลเป็นหายเร็วยิ่งขึ้น

วิธีใช้ : ใช้ทาบริเวณที่เป็นแผลเป็นที่เกิดจากสิว และแผลเป็นอื่น ๆ

ราคา : 295 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติม : www.provamed.co.th


 

back to menu ↑

Clear Skin Lab

ครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว

ครีมรักษาแผลเป็นสูตรเข้มข้น ใช้รักษาผิวที่มีปัญหาจากรอยแผลเป็นต่าง ๆ ป้องกันรอยบาดแผลนูนแดง ด้วยสารสำคัญ MPS ผสานกับ Allium Cepa หรือสารสกัดจากหัวหอมเข้มข้นถึง 34 เท่า ผนวกกับสาร 4 ชนิด จึงช่วยยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินที่ทำให้ผิวเกิดรอยแผลเป็น สมานผิวอย่างธรรมชาติ อ่อนโยนต่อผิว พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างผิวหนัง บรรเทาอาการคัน เพื่อป้องกันมิให้แผลเป็นนูนขยายมากขึ้น

วิธีใช้ :

- สำหรับแผลเป็นใหม่ เมื่อแน่ใจว่าแผลปิดหายสนิทดีแล้ว ทาบาง ๆ นวดเบาๆ ใช้วันละ 4-5 ครั้ง

 - สำหรับแผลเป็นเก่า ให้ทาบาง ๆ สามารถนวดแรงได้ ใช้วันละ 4-5 ครั้ง

ราคา : 900 บาท


 

เราสามารถป้องกันรอยแผลเป็นไม่ให้เกิดขึ้นได้ ด้วยการดูแลแผลอย่างดีตั้งแต่เนิ่น ๆ เริ่มด้วยการรู้จักประเภทของแผลก่อน เพื่อที่จะหาทางรักษาได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้การรักษาได้รับประสิทธิผลที่ดี อาจขอคำปรึกษาจากแพทย์หรือเภสัชกรเอาไว้ด้วยก็ดีนะคะ

Tags:
รอยสิว
ครีมลดรอยสิว
รอยแผลเป็น
เจลลดรอยสิว
รอยแดงจากสิว
ครีมลดรอยแผล
แผลเป็นคีลอยด์
รอยแผลเป็นจากสิว
ครีมลบรอยแผลเป็น


 

เจลลดรอยแผลเป็น
ลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า
ครีมลดรอยแผลเป็นที่ขา
ครีมลดรอยแผลเป็นจากสิว
ครีมลดรอยแผลเป็น หน้า
Scar Removal Cream
ครีมลดรอยแผลเป็นที่ดีที่สุด
ครีมลบรอยแผลเป็นบนใบหน้า
ครีมลดรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด
ครีมลดรอยแผลเป็นยี่ห้อไหนดี


 


  • 347
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    347
    Shares

We will be happy to hear your thoughts

Leave a reply

Register New Account
If you want to become a seller, please check the apply as vendor.
Reset Password
×

topbestbrand